royal coronation
วันที่ 23 ตุลาคม 2562
กีฬา

ปั่นกลางฝน "บีซ" เป็นตะคริว!! ชวดแชมป์สเตจเรซ

วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 - 15:07 น.
จุฑาธิป มณีพันธุ์,พลอเดชา เหมกระศรี,ทัวร์ ออฟ ตราด 2019
Shares :
เปิดอ่าน 526 ครั้ง

"ทัวร์ ออฟ ตราด 2019"

การแข่งขันจักรยานทางไกลสตรีนานาชาติ “ทัวร์ออฟ ตราด 2019” ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีระดับ“ยูซีไอ2.1” เมื่อวันที่ 25 พ.ค. เป็นการแข่งขันประเภทสเตจเรซในสเตจที่2 ซึ่งเป็นสเตจสุดท้าย

ในประเภทสเตจเรซ เส้นทางจากหน้าศาลากลางจังหวัดตราด ไปอำเภอบ่อไร่-อำเภอเขาสมิง กลับมาเข้าเส้นชัยที่ศาลากลางจังหวัดตราด ระยะทาง92.6 กิโลเมตร โดยพิธีเปิดการแข่งขัน นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร รองผู้ว่าราชการจังหวัดตราด เป็นประธานร่วมกับ“เสธ.หมึก” พล.อ.เดชา เหมกระศรีนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยนายวิเชียร ทรัพย์เจริญ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราด และหัวหน้าส่วนราชการในจังหวัด

การแข่งขันช่วงแรก มีฝนตกลงมาแต่ไม่เป็นอุปสรรคต่าอนักกีฬาแต่อย่างใด เส้นทางเป็นเนินต่ำๆสลับกับทางลาดช่วงแรก อนาสตาเซีย  พลิอาสกิน่านักปั่นทีมชาติรัสเซีย ฉีกหนีออกมาคนเดียวแต่ก่อนถึงการชิง“เจ้าความเร็ว” (IS) จุดที่1 ก็โดนรวบซึ่งในสเตจนี้“บีซ” จุฑาธิป  มณีพันธุ์ นักปั่นสาวจาก ไทยแลนด์วีเมนส์ไซคลิงทีม เก็บคะแนนเจ้าความเร็วโดยเข้าเป็นอันดับ1 ทั้ง2 จุดขณะที่ ยูมิ  คาจิฮาร่า นักปั่นทีมชาติญี่ปุ่นได้อันดับ3 ในIS1

ถนนช่วงก่อนเข้าเส้นชัยสภาพเปียกแฉะเพราะมีฝนตกลงมาหนักพอสมควรนักปั่นต่างระมัดระวังเต็มที่มาถึงช่วง2 กม.สุดท้ายนักกีฬาทีมเกาหลีใต้และทีมรัสเซียเร่งเครื่องแซงขึ้นมาหัวแถวแม้จะมีนักปั่นไทยแลนด์วีเมนส์ไซคลิงทีม และทีมชาติไทย ช่วยกันขี่เกาะกลุ่มกันเอาไว้แต่ยังโดนคู่แข่งฉีกและแหวกออกมาจนได้ 

ความระทึกใจอยู่ในช่วง 200 เมตรสุดท้ายก่อนเข้าเส้นชัย จุฑาธิป เร่งสปรินต์สุดแรงโดยมีนักปั่นเกาหลีใต้2 คนคือ ยู  ซอน  ฮาและ คิม  ฮุนจิ รวมทั้งยูมิ คาจิฮาร่า ตัวแกร่งของญี่ปุ่นไล่ตามมาติดๆแต่เหลือ100 เมตร ยูมิ  คาจิฮาร่า และคิมฮุนจิ ฮึดเต็มที่สปรินต์แซง จุฑาธิป ขึ้นมาแต่ระยะ20 เมตรสุดท้าย ยู ซอนฮา เร่งสปีดตัวเองแซงทั้ง จุฑาธิปและคิมฮุนจิ เข้าเส้นชัยไปพร้อมๆกับยูมิ คาจิฮาร่าต้องตัดสินกันด้วยภาพถ่ายปรากฏว่า คาจิฮาร่าเฉือนชนะไปอย่างหวุดหวิด ที่3 คิมฮุนจิ ส่วนจุฑาธิปที่4

สรุปผลการแข่งขันแชมป์สเตจที่2 ที่1 ยูมิคาจิฮาร่า(ทีมชาติญี่ปุ่น), ที่2 ยู ซอน ฮา, ที่3 คิมฮุนจิ(ทีมชาติเกาหลีใต้) เวลา 2.24.32 ชั่วโมงเท่ากันแต่มีคะแนนและแต้มโบนัสต่างกันและแชมป์เวลารวมตกเป็นของ ยูมิ คาจิฮาร่า เวลา4.21.59 ชั่วโมงได้รับ“เสื้อเหลือง” ไปครองที่2 จุฑาธิป ตามหลังแชมป์3 วินาที, ที่3 คิมฮุนจิ ตามหลัง13 วินาทีส่วน“ไก่” ศุภักษร นันตะนะได้ที่7 ตามหลัง 23 วินาที

ผู้ชนะเลิศอาเซียนประจำสเตจที่2 “บีซ” จุฑาธิป, ที่2 ไออุสติน่า เดเลียพริแอตนา (ทีมชาติอินโดนีเซีย), ที่3 “ไก่” ศุภักษร นันตะนะ(ไทยแลนด์วีเมนส์ไซคลิงทีม) ส่วนชนะเลิศเวลารวมอาเซียนที่1 จุฑาธิป4.22.02 ชั่วโมงได้รับสื้อฟ้าไปครองพร้อมเงินรางวัลพิเศษ จากสมาคมกีฬาจักรยานฯจำนวน20,000 บาทส่วนที่2 ศุภักษร และที่3 ไออุสติน่า เดเลียพริแอตนาเวลา4.22.22 ชั่วโมงเท่ากันขณะที่รางวัลนักบู๊ประจำสเตจที่2 ได้แก่ อนาสตาเซีย พลิอาสกิน่า นักปั่นทีมชาติรัสเซีย

    รางวัลเจ้าความเร็วIS1 อันดับ1 “บีซ” จุฑาธิป, อันดับ2 ฮุงคยุงคัง(ทีมชาติเกาหลีใต้), อันดับ3 ยูมิคาจิฮาร่า(ทีมชาติญี่ปุ่น), รางวัลเจ้าความเร็วIS2  อันดับ1 จุฑาธิป, อันดับ 2 คิมฮุนจิ, อันดับ3 ฮุงคยุงคัง, ชนะเลิศคะแนนรวมเจ้าความเร็วอันดับ1 “บีซ” จุฑาธิป ได้รับ“เสื้อเขียว” ไปครองอีก1 ตัว, อันดับ2 ยูมิ คาจิฮาร่า, อันดับ3 คิมฮุนจิโดยในสเตจที่2 “บีซ” จุฑาธิป ได้รับเสื้อฟ้า, เสื้อเขียวพร้อมเงินรางวัล 20,000 บาท

แชมป์ประเภททีมประจำสเตจที่2 อันดับ1 เป็นของทีมชาติเกาหลีใต้ เวลา7.13.36 ชั่วโมง, อันดับ2 ทีมชาติรัสเซีย, อันดับ3 ไทยแลนด์วีเมนส์ไซคลิงทีม เวลาเท่ากันที่7.13.42 ชั่วโมง โดยแชมป์เวลารวมประเภททีมก็เป็น3 ทีมเดิมอันดับ1 ทีมชาติเกาหลีใต้เวลา13.07.06 ชั่วโมง, อันดับ2 ทีมชาติรัสเซีย, อันดับ 3 ไทยแลนด์วีเมนส์ไซคลิงทีมเวลาเท่ากันที่13.07.12 ชั่วโมง

ส่วนประเภททีมอาเซียนประจำสเตจที่2 อันดับ1 เป็นของไทยแลนด์วีเมนส์ไซคลิงทีมเวลา7.13.42 ชั่วโมง, อันดับ 2 ทีมชาติอินโดนีเซีย7.13.56 ชั่วโมง, อันดับ 3 ทีมชาติสิงคโปร์ 7.13.58 ชั่วโมงขณะที่แชมป์เวลารวมประเภททีมอาเซียนก็คือ3 ทีมนี้อันดับ1 ไทยแลนด์วีเมนส์ไซคลิงทีมเวลา13.07.12 ชั่วโมง, อันดับ2 ทีมชาติอินโดนีเซีย13.07.26 ชั่วโมง, อันดับ3 ทีมชาติสิงคโปร์13.07.28 ชั่วโมง

พล.อ.เดชา กล่าวว่า วันนี้มีฝนตกลงมาเลยทำให้นักแข่งไทยมีอาการเกร็งเล็กน้อยเนื่องจากกลัวเกิดอุบัติเหตุลื่นล้มถึงแม้ว่าจุฑาธิปจะไม่ได้แชมป์สเตจที่2 แต่เวลารวมยังเข้าอันดับ2 ทำให้ได้คะแนน“โอลิมปิกแรงกิ้ง” มาอีก85 คะแนนยังไม่รวมแต้มจากการได้แชมป์สเตจแรกและอันดับ4 ในสเตจ2 อีกนอกจากนี้ยังมีแต้มจากศุภักษร  นันตะนะ ที่ได้อันดับ7 เวลารวมอีก35 คะแนนรวมๆแล้วในประเภทสเตจเรซทีมนักปั่นไทยได้แต้มมาอย่างน้อย150 คะแนนแล้วการแข่งขันที่เหลืออีก1 วันเป็นการแข่งขันแบบวันเดย์เรซม้วนเดียวจบเลยดังนั้นนักปั่นไทยต้องติดดาบสู้ตายถวายชีวิตกันเลยทีเดียว

“ตอนนี้ความหวังการไปโอลิมปิกเกมส์2020 ที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่นที่มั่นใจว่าได้แน่ๆแล้ว1 คนคือ จุฑาธิปแต่เราหวังจะให้ได้สัก2 คนหรือถ้า3 คนก็ยิ่งดีขอเพียงให้วันสุดท้ายนักปั่นไทยทำแต้มกันให้ได้เยอะๆก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะได้โควต้า3 คนซึ่งเมื่อจบจากทัวร์ออฟตราดครั้งนี้แล้วจะให้นักกีฬาหยุดพักผ่อน2 สัปดาห์แล้วกลับมาฝึกซ้อมต่อเพื่อตระเวนไปแข่งขันรายการอื่นๆเช่นที่ประเทศมาเลเซียในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นการแข่งขันนระดับ2.1 มีแต้มให้เก็บเยอะเช่นกันรวมทั้งในระดับ2.2 ก็ต้องไปแข่งด้วย” พล.อ.เดชากล่าว

“บีซ” จุฑาธิป กล่าวว่า รู้สึกเสียใจนิดหน่อยที่ไม่ได้แชมป์สเตจ2 แต่ก็ทำเต็มที่แล้วคู่แข่งทั้งญี่ปุ่นและเกาหลีใต้เขามาแรงมากอีกอย่างยอมรับว่าตนเองใจร้อนรีบยกสปรินต์ไกลเกินไปเลยทำให้โดนแซงช่วงท้ายสถานการณ์ตอนนั้นเราบอกไม่ได้ว่าจะเข้าที่1 หรือไม่ในเมื่อเราทำเต็มที่แล้วได้แค่นี้ก็ภูมิใจซึ่งระหว่างแข่งขันก่อนเข้าเส้นชัยไม่กี่กิโลเมตรตนเป็นตะคริวที่ขาเล็กน้อย แต่ไม่อยากบอกน้องๆในทีมเพราะกลัวว่าทุกคนจะใจฝ่อจึงกัดฟันแข่งต่อจนจบส่วนการแข่งขันวันสุดท้ายต้องใส่กันเต็มที่แน่นอนสำหรับเรื่องการจะได้ไปโอลิมปิกเกมส์กี่คนนั้นตอนนี้ยังไม่อยากบอกขอทำสมาธิกับการแข่งขันที่เหลือก่อน

Shares :

ข่าวเกี่ยวข้อง
5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ