ตามที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยแต่งตั้งผู้ฝึกสอนฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน"คิงส์คัพ" ครั้งที่47 ซึ่งเตะในเดือน มิ.ย. ให้"โค้ชโต่ย" ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนและ"โค้ชโชค" โชคทวี พรหมรัตน์เป็นผู้ช่วย

ขณะเดียวกันหลังจบคิงส์คัพก็มีเตรียมผลักดันให้“โค้ชโต่ย” รับหน้าที่เฮดโค้ชต่อแม้ว่ายังไม่จบอบรมระดับโปรไลเซนส์  โดยจะขออนุญาตเป็นกรณีพิเศษไปที่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย(เอเอฟซี) มีข้อแม้ว่าศิริศักดิ์ ต้องผ่านช่วง2 (โมดุล2 ) ของโปรไลเซนส์

    อย่างไรก็ตามในตำแหน่งผู้ช่วยโค้ชนั้นหลังคิงส์คัพโชคทวี พรหมรัตน์จะรับหน้าที่ต่อไม่ได้เนื่องจากเอเอฟซีกำหนดว่าต้องจบเอไลเซนส์แต่อดีตปราการหลังทีมชาติไทยเพิ่งจบระดับซีไลเซนส์ทำให้ต้องหาผู้ช่วยโค้ชคนใหม่ 

    "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุลอุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯฝ่ายพัฒนาเทคนิคเปิดเผยว่าหลังจากศึกคิงส์คัพ“โค้ชโชค” ต้องถอยมาเป็นสตาฟฟ์โค้ชตามระเบียบเอเอฟซีและตนก็ต้องหาผู้ช่วยคนใหม่เรื่องนี้จะพิจารณาเพื่อเสนอพล.ต.อ.สมยศพุ่มพันธุ์ม่วงนายกสมาคมฯต่อไปโดยส่วนตัวคิดว่าจะหาคนมาช่วยงาน“โค้ชโต่ย” อีก2 ตำแหน่งคือผู้ช่วยโค้ชซึ่งบุคคลนี้จะอาวุโสน้อยกว่าโค้ชโต่ย ส่วนอีกตำแหน่งที่เพิ่มมาคือ"ที่ปรึกษา" มาช่วยหารือกับ“โค้ชโต่ย”ในเรื่องต่างๆเชื่อว่าทำงานกันได้เพราะศิริศักดิ์ เป็นคนประเภทน้ำไม่เต็มแก้วพร้อมรับฟังคำแนะนำอยู่แล้ว

    

"โค้ชโชค" โชคทวี พรหมรัตน์ กล่าวว่าตนไม่มีปัญหาเลยที่หลังคิงส์คัพจะไม่ได้เป็นผู้ช่วยโค้ชทีมชาติไทยยินดีไปทำหน้าที่สตาฟฟ์โค้ชเพราะถือว่าทำงานเพื่อชาติเช่นกันเรื่องนี้คุยกันไว้อยู่แล้วไม่มีดราม่าอะไรทั้งสิ้นโดยเดือนหน้าจะเริ่มอบรมบีไลเซนส์ใช้เวลาราว1 ปีจากนั้นจึงอบรมเอไลเซนส์ต่อไป