
"ต๊ะ นารากร" จี้! ไทยพีบีเอส พนง. นับพันแต่จ้างเอาต์ซอร์ซผลิตข่าวเฉียด 16 ล้าน
"ต๊ะ นารากร" เปิดข้อสงสัยปมจัดซื้อจัดจ้างไทยพีบีเอส จี้ผู้บริหารแจงเหตุจ้างเอาต์ซอร์ซผลิตข่าวเฉียด 16 ล้าน ยันไม่ได้โจมตี แต่อยากเห็นองค์กรโปร่งใสฝ่าด่าน สตง.
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่ถูกจับตามองอย่างหนักในวงการสื่อมวลชนและสังคมออนไลน์ เมื่อ "ต๊ะ-นารากร ติยายน" อดีตผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านสื่อสังคมออนไลน์ แสดงจุดยืนและตั้งข้อสงสัยต่อกรณีที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้าตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) โดยย้ำชัดว่าไทยพีบีเอสต้องรักษาสถียรภาพและความเป็นสื่ออิสระไว้ ไม่เห็นด้วยหากรัฐจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงแหล่งที่มางบประมาณ แต่จำเป็นต้องปฏิรูปองค์กรและตรวจสอบตนเองอย่างเข้มข้น
ต๊ะ นารากร ระบุว่า จากการติดตามการถกเถียงในโลกออนไลน์อย่างต่อเนื่อง ประเด็นค่าตอบแทนของผู้ดำเนินรายการ เช่น รายการ "คุยให้คิด" (ที่มีพิธีกรชั้นนำร่วมรายการ) หรือค่าผลิตรายการของ "กรุณา บัวคำศรี" ไม่ควรถูกนำมาโจมตีเพื่อทำลายภาพลักษณ์ เนื่องจากอัตราค่าตอบแทนนั้นต้องพิจารณาจากประสบการณ์ ความรู้ คุณวุฒิ และความนิยมของผู้ชม ซึ่งเชื่อว่าผู้บริหารของไทยพีบีเอสได้ประเมินความเหมาะสมตามหลักเกณฑ์อย่างถี่ถ้วนแล้ว
อย่างไรก็ตาม ประเด็นหลักที่ ต๊ะ นารากร ตั้งคำถามอย่างจริงจัง คือเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธี "เฉพาะเจาะจง" โดยเฉพาะการว่าจ้าง บริษัท พีเอ็นวาย โปรดักส์ชั่น จำกัด มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2560 เพื่อผลิตรายการข่าว 2 รายการหลัก ได้แก่ ห้องข่าวไทยพีบีเอส News Room และ ข่าวเจาะย่อโลก ซึ่งรวมงบประมาณสูงถึง 15,840,000 บาท ในอัตราค่าจ้างตอนละ 110,000 บาท ต๊ะ นารากร เปิดเผยว่า จากการรับชมรายการย้อนหลัง รูปแบบรายการไม่ได้มีความแตกต่างหรือโดดเด่นไปกว่ารายการข่าวของสถานีโทรทัศน์ทั่วไป แม้จะมีช่วงสัมภาษณ์เจาะลึกแต่ก็มีลักษณะใกล้เคียงกับช่องอื่น อีกทั้งผู้ประกาศหลักก็เป็นพนักงานประจำ จึงเกิดคำถามสำคัญว่า
"ไทยพีบีเอสมีพนักงานประจำอยู่ราว 1,200 คน ซึ่งครอบคลุมทั้งนักข่าว ช่างภาพ โปรดิวเซอร์ เจ้าหน้าที่ตัดต่อ และกราฟิก เหตุใดจึงต้องว่าจ้างบริษัทภายนอกผลิตรายการข่าวประจำวันด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงต่อเนื่องนานหลายปี? พนักงานที่มีอยู่ไม่มีศักยภาพพอจะผลิตเองเลยหรือ?"
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงโครงการจัดซื้อจัดจ้างด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงรายการอื่นๆ ของสถานี อาทิ การผลิตกระเป๋าผ้า, การจัดกิจกรรมวันเด็ก, การซื้ออุปกรณ์ GPS Module, เครื่องมือถ่ายทำรายการ/สกู๊ปข่าว, ลิขสิทธิ์รายการต่างประเทศ, การจ้างสร้างสรรค์เนื้อหาออนไลน์ ไปจนถึงการสั่งซื้อปากกาแบบทัชสกรีน
ขณะที่ทางฝั่ง ไทยพีบีเอส ได้ออกมาชี้แจงเบื้องต้นก่อนหน้านี้ว่า การคัดเลือกผู้ผลิตรายการภายนอกดำเนินการผ่านกระบวนการ Content Commissioning ซึ่งมีถึง 7 ขั้นตอน ตั้งแต่การเปิดรับข้อเสนอ การคัดเลือก และพัฒนารายการ การประกาศผู้ชนะด้วยวิธีเฉพาะเจาะจงจึงเป็นเพียงขั้นตอนปลายทางตามกฎหมาย ไม่ใช่การเลือกบริษัทล่วงหน้าโดยไร้หลักเกณฑ์ อย่างไรก็ดี สังคมมองว่าคำชี้แจงดังกล่าวยังไม่ได้ตอบคำถามเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับกรณีสัญญาของ บริษัท พีเอ็นวาย โปรดักส์ชั่น จำกัด ตามที่ ต๊ะ นารากร หยิบยกขึ้นมาถามแต่อย่างใด
ย้ำไร้เจตนาซ้ำเติม หวังเห็นสื่อสาธารณะฝ่าด่าน สตง. ในช่วงท้าย ต๊ะ นารากร ยืนยันว่าการออกมาโพสต์ครั้งนี้ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงในการโจมตีไทยพีบีเอส หรือเลือกข้างในข้อขัดแย้งระหว่างสถานีกับ สตง. แต่อย่างใด "ฉันเขียนโพสต์นี้ด้วยความสงสัยจริงๆ ไม่ได้มีเจตนาแอบแฝงตีปิงปองอะไรทั้งสิ้น เพียงแต่อยากเห็น Thai PBS สามารถฝ่าด่าน สตง. ไปให้ได้ ใช้เงินงบประมาณอย่างคุ้มค่า และดำรงความเป็นสถานีข่าวอิสระ สืบต่อเจตนารมณ์ของไอทีวีต่อไป"
จับตาชนช้าง! สตง. แถลงผลสอบ - ไทยพีบีเอสนัดโต้อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวสอดคล้องกับรายงานข่าวที่ว่า สตง. มีผลการตรวจสอบให้ไทยพีบีเอสชดใช้เงินคืนกว่า 85.22 ล้านบาท จากกรณีการจัดจ้างผลิตรายการโดยวิธีเฉพาะเจาะจงและการจ่ายค่าตอบแทนที่ถูกระบุว่าผิดระเบียบ ซึ่งเป็นชนวนเหตุให้ทั้งสองฝ่ายนัดแถลงข่าวเปิดหน้าชนกันอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 ตุลาคม โดย สตง. นัดแถลงเวลา 11.00 น. ก่อนที่ไทยพีบีเอสจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวตอบโต้ทันทีในเวลา 14.00 น. ณ สำนักงานใหญ่ วิภาวดีรังสิต ซึ่งผลสรุปของคดีนี้จะจบลงอย่างไรยังคงเป็นประเด็นร้อนที่สังคมติดตามอย่างใกล้ชิด



