
"หนุ่มซิ่งเจ็ตสกี" วอนเลิกยุ่งกับแม่อดีตดาราดัง ยัน! ไม่ได้เจตนาสร้างความเดือดร้อน
"หนุ่มซิ่งเจ็ตสกี" วอนเลิกยุ่งกับแม่อดีตดาราดัง โต้ดราม่า! ไม่ได้เจตนาสร้างความเดือดร้อน ยัน! ถามชาวบ้านแล้ว ขนาดตำรวจยังยกนิ้วให้
จากกรณีดราม่าร้อนระอุบนโลกโซเชียล หลังปรากฏคลิปวิดีโอของ นายศรณ์ เกตุสิริ อายุ 27 ปี ลูกชายของนักแสดงชื่อดังในยุค 90 “จอย จามจุรี เชิดโฉม” ขับเจ็ตสกีฝ่ากระแสน้ำท่วมขังและโชว์ลีลาขับวนไปมาบริเวณถนนเพชรบุรีตัดใหม่ จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.มักกะสัน ติดตามจับกุมตัวและนำตัวส่งศาลดำเนินคดี โดยศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุก 15 วัน ปรับ 5,000 บาท รอลงอาญา 1 ปี คุมความประพฤติ 1 ปี รายงานตัว 3 ครั้ง ทำงานบริการสังคม 12 ชั่วโมง และริบเจ็ตสกี ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด นายศรณ์ ได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งแรกผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อชี้แจงถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุข้อความยาวเป็นภาษาอังกฤษ (แปลเป็นไทย) สรุปใจความสำคัญได้ว่า
- แจงเจตนาแท้จริง: เจ้าตัวยืนยันว่าเจตนาในการทำกิจกรรมดังกล่าวไม่ได้เป็นไปตามพาดหัวข่าวโจมตี แต่ต้องการสร้างความตระหนักรู้และระดมทุนช่วยเหลือสังคมไทย รวมถึงช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมมาโดยตลอด ทั้งการส่งเสบียง ช่วยลากเรือที่ติดหล่มด้วยรถกระบะ และใช้เจ็ตสกีช่วยคน
- ตั้งข้อสังเกตความไม่ยุติธรรม: รู้สึกเสียใจที่ถูกมองเป็นตัวอย่าง ทั้งที่ในเหตุการณ์มีคลิปไวรัลอื่น ๆ อีกมาก เช่น รถบรรทุกซิ่งลากคนเล่นเวกบอร์ด คนเล่นเจ็ตเซิร์ฟ มอเตอร์ไซค์ลากคนโหนเชือก หรือเรือหางยาวที่มีใบพัดเปลือยอันตรายกว่า แต่กลับไม่ถูกดำเนินคดีอย่างจริงจัง
- อ้างมีคนเชียร์และตำรวจเห็น: ก่อนขี่ได้สอบถามคนรอบข้างและชาวบ้านแล้ว ซึ่งทุกคนต่างเชียร์ เด็กๆ หัวเราะชอบใจ และเมื่อขี่ผ่านหน้าตำรวจจอดอยู่ เจ้าตัวระบุว่าเจ้าหน้าที่ยังยกนิ้วโป้งให้ ไม่มีใครห้ามปรามแต่อย่างใด
- บทเรียนและผลทางกฎหมาย: ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าควรใช้วิธีอื่นในการช่วยเหลือ พร้อมยอมรับโทษตามกฎหมาย โดยระบุชัดเจนว่าไม่ได้ติดคุก เสียค่าปรับเรียบร้อยแล้ว และถูกยึดเจ็ตสกีลำที่พ่อซื้อให้ตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นลำเดียวกันที่เคยใช้ช่วยผู้ประสบภัย
- วอนหยุดพาดพิงคุณแม่: เจ้าตัวกล่าวด้วยความอัดอั้นว่า “ถ้าคลิปนี้ไปถึงคุณ โปรดช่วยเหลือพวกเราด้วย... และขอร้องว่าเลิกยุ่งกับแม่ของผมเถอะ ท่านอายุ 60 ปีแล้ว แต่ยังลงพื้นที่แจกข้าวกล่องวันละ 12 ชั่วโมงทุกวัน”
งานนี้เรื่องราวดังกล่าวกลายเป็นประเด็นถกเถียงกันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ทั้งมุมมองเรื่องความปลอดภัยในการใช้ยานพาหนะบนถนนหลวงในช่วงน้ำท่วม และเสียงสะท้อนจากฝั่งของผู้ก่อเหตุที่ออกมาชี้แจงมุมของตนเอง



