
เปิดไทม์ไลน์รักษา ผู้ป่วยหญิง ก่อนดับ คอมเมนต์ด่า ไม่ใช่บุคลากร รพ.ขอนแก่น
เปิดไทม์ไลน์รักษา ผู้ป่วยหญิง วัย 50 ปี ก่อนหมดสติในห้องน้ำ และเสียชีวิต ตรวจสอบแล้ว คนคอมเมนต์ด่า ไม่ใช่บุคลากร รพ.ขอนแก่น
อัปเดตดราม่า "ผู้ป่วยหญิง" โพสต์ระบาย ไปโรงพยาบาล แต่รอตรวจนาน ต่อมามีเพจดังแชร์โพสต์ดังกล่าวออกไป และมีบุคลากรทางการแพทย์เข้ามาแสดงความเห็นรุนแรง ไล่ให้ผู้ป่วย "ไปเสียชีวิตที่บ้าน" จนล่าสุดผู้ป่วยรายนี้ เสียชีวิตลง เนื่องจากล้มในห้องน้ำ รพ. จนเลือดคั่งในสมอง ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น
17 ส.ค. 2569 โรงพยาบาลขอนแก่น ชี้แจงกรณีตามที่ปรากฏเป็นข่าวในโซเชียลมีเดีย ดังนี้
13 ส.ค. 2569 เวลา 12.12 น. โรงพยาบาลขอนแก่น ได้รับผู้ป่วยหญิง อายุ 50 ปี เข้ารับการรักษา ที่ห้องตรวจอุบัติเหตุ-ฉุกเฉิน ด้วยอาการไข้หนาวสั่น ปวดเมื่อยตามตัว มีผื่นแดง โดยมีอาการมาแล้ว 3 วัน แพทย์จึงให้ตรวจเลือดและตรวจปัสสาวะเบื้องต้น และรับไว้รักษาเป็นผู้ป่วยในโรงพยาบาลขอนแก่น
วันที่ 14 - 15 ส.ค. 2569 ขณะนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาล ผู้ป่วยรู้สึกตัว แต่ยังมีไข้ไม่ลด แพทย์ได้ติดตามหาสาเหตุ โดยการเจาะเลือดเพื่อค้นหาสาเหตุของการติดเชื้อในกระแสเลือด และเอกซเรย์ พร้อมทั้งให้ยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง
วันที่ 16 ส.ค. 2569 เวลาประมาณ 04.00 น. พบผู้ป่วยหมดสติในห้องน้ำ แพทย์ พยาบาล ได้รีบเข้าดูแลผู้ป่วย ประเมินอาการแล้ว พบว่าสัญญาณชีพผิดปกติ จึงพิจารณาใส่เครื่องช่วยหายใจ และได้ทำ CT Scan ฉุกเฉิน พบมีเลือดออกในสมอง และมีภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองขนาดใหญ่ ร่วมกับมีภาวะสมองกดทับการทำงานของก้านสมอง จึงทำให้ผู้ป่วยอาการทรุดลง แพทย์วางแผนการรักษาด้วยการผ่าตัด
แต่เนื่องจากผู้ป่วยมีภาวะความดันโลหิตต่ำ และมีโอกาสเสียชีวิตจากการผ่าตัด จึงไม่สามารถผ่าตัดได้ ซึ่งแพทย์ใต้แจ้งญาติให้ทราบสาเหตุ และมีการดูแลผู้ป่วยตามแผนการรักษาเพื่อประคับประคองอาการในหอผู้ป่วยวิกฤตศัลยกรรมระบบประสาท จากนั้นญาติมีความประสงค์นำผู้ป่วยกลับไปเสียชีวิตที่บ้าน
สำหรับประเด็นที่ปรากฎเป็นข่าวในโซเชียลมีเดีย ว่ามีพยาบาล และผู้ช่วยพยาบาลไปคอมเมนต์ในเฟซบุ๊ก ด้วยข้อความไม่เหมาะสม โรงพยาบาลได้ตรวจสอบแล้ว พบว่า บุคลากรดังกล่าว ทั้งพยาบาล และผู้ช่วยพยาบาล ไม่ใช่บุคลากรของโรงพยาบาลขอนแก่น
โรงพยาบาลขอนแก่น ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต และได้ทบทวนระบบการให้บริการ พร้อมทั้งยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชนต่อไป



