ข่าว

กรมทรัพย์สินฯ แจงชัด คลิปยูทูบ "ฮลุน โซโล่" ลิขสิทธิ์คุ้มครอง 50 ปี ตกเป็นของใคร?

กรมทรัพย์สินฯ แจงชัด คลิปยูทูบ "ฮลุน โซโล่" ลิขสิทธิ์คุ้มครอง 50 ปี ตกเป็นของใคร?

31 ก.ค. 2569

กรมทรัพย์สินทางปัญญา แจงชัด คลิปยูทูบช่อง "ฮลุน โซโล่" ลิขสิทธิ์คุ้มครอง 50 ปี ตกแก่ทายาทโดยธรรม แนะแนวทางจัดการต่ออย่างไร

นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยถึงการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา กรณี "ฮลุน โซโล่" เสียชีวิตว่า คลิปวิดีโอในยูทูบถือเป็นงานลิขสิทธิ์ที่ประกอบด้วยองค์ประกอบต่างๆ
 

เช่น ภาพสถานที่ท่องเที่ยว การคัดเลือกและร้อยเรียงฟุตเทจ การควบคุมจังหวะและการใส่เสียงดนตรีประกอบ เสียงเอฟเฟต์ ข้อความบรรยาย เป็นต้น ซึ่งบันทึกลงในหน่วยความจำหรืออุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลและสามารถนำมาเล่นซ้ำได้อีก จึงเป็น "งานโสตทัศนวัสดุ" ตามบทนิยามในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
 

โดยฮลุน โซโล่ เป็นผู้สร้างสรรค์งานดังกล่าว และเป็นผู้มีลิขสิทธิ์ในผลงานทันทีที่ได้สร้างสรรค์ขึ้น รวมทั้งมีสิทธิทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน หรืออนุญาตให้ใช้สิทธิดังกล่าว หรือดำเนินคดีเมื่อมีการละเมิดลิขสิทธิ์ได้ภายในระยะเวลาคุ้มครองตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ฯ
 

ทั้งนี้ งานโสตทัศนวัสดุมีอายุการคุ้มครอง 50 ปี นับแต่ได้สร้างสรรค์ขึ้น หรือหากมีการโฆษณา (เผยแพร่ต่อสาธารณชน) ตามมาตรา 21 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 ในระหว่างนั้น ให้มีอายุ 50 ปีนับแต่ได้มีการโฆษณาเป็นครั้งแรก

อย่างไรก็ตาม ฮลุน โซโล่ อัปโหลดคลิปแต่ละคลิปลงบนยูทูบเมื่อใดก็ตาม ถือเป็น "การโฆษณาครั้งแรก" ลิขสิทธิ์ในคลิปดังกล่าวจะได้รับความคุ้มครองเป็นเวลา 50 ปีนับแต่วันที่เผยแพร่บนยูทูบ
 

ส่วนการตกทอดทางมรดกของงานลิขสิทธิ์ของฮลุน โซโล่ นั้นลิขสิทธิ์เป็นทรัพย์สินที่สามารถจำหน่ายจ่ายโอน หรือตกทอดเป็นมรดกเหมือนทรัพย์สินชนิดอื่นๆ เช่น บ้าน รถ เงินฝากในธนาคาร ที่ดิน เป็นต้น ในกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์ถึงแก่ความตาย ถ้ามีพินัยกรรม สิทธิในงานลิขสิทธิ์จะตกเป็นของ "ผู้รับพินัยกรรม" ตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม
 

 

แต่ในกรณีที่ไม่มีพินัยกรรม สิทธิในงานลิขสิทธิ์จะตกเป็นของ "ทายาทโดยธรรม" ตามลำดับของสิทธิที่จะได้รับมรดกตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เริ่มตั้งแต่ บุตร บิดามารดา พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ป้า น้า อา ทั้งนี้ คู่สมรสเป็นทายาทโดยธรรมและมีสิทธิรับมรดกด้วย

 

อย่างไรก็ตาม กรมฯ มีข้อแนะนำให้ "ผู้รับพินัยกรรม" หรือ "ทายาทโดยธรรม" รวบรวมเอกสารเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต และยื่นคำขอเป็นผู้จัดการมรดกต่อศาล เพื่อให้มีอำนาจจัดการทรัพย์สินต่างๆ รวมถึงลิขสิทธิ์ในงานโสตทัศนวัสดุ และนำคำสั่งศาลที่แต่งตั้งผู้จัดการมรดกไปดำเนินการจัดการบัญชีผู้ใช้งานบนยูทูบ และรายได้ที่เกิดขึ้นบนช่องยูทูบ เพื่อเข้ามาดำเนินการเป็นผู้ดูแลช่อง และจัดสรรรายได้ต่อไป