ข่าว

เขมรเคลม  “ต้มยำกุ้ง” อ้างชื่อเดิมคือ “กุ้งเปรี้ยว” คนไทยฟาดกลับงัดหลักฐานยูเนสโก

เขมรเคลม  “ต้มยำกุ้ง” อ้างชื่อเดิมคือ “กุ้งเปรี้ยว” คนไทยฟาดกลับงัดหลักฐานยูเนสโก

29 เม.ย. 2569

ฟาดหน้าสั่น! เขมรเคลม  “ต้มยำกุ้ง” อ้างชื่อเดิมคือ “กุ้งเปรี้ยว” ไทยงัดหลักฐาน UNESCO ตบปากขาเสี้ยม ย้ำ!ชัดมรดกโลกคือของแท้

 

กลายเป็นประเด็นร้อนปรอทแตกบนโลกออนไลน์ เมื่อสงครามคีย์บอร์ดระหว่างไทย-กัมพูชา ปะทุขึ้นอีกระลอก! หลังมีกระแสข่าวลือหนาหูว่าเพื่อนบ้านพยายามจะเคลมเมนูซิกเนเจอร์ระดับโลกอย่าง “ต้มยำกุ้ง” โดยอ้างว่าชื่อเดิมคือ “กุ้งเปรี้ยว” งานนี้ทำเอาชาวเน็ตไทยนั่งไม่ติด กระแสความรักชาติพุ่งพล่านจนเกิดการปะทะฝีปากกันนัวในโซเชียล

 

เขมรเคลม  “ต้มยำกุ้ง” อ้างชื่อเดิมคือ “กุ้งเปรี้ยว” คนไทยฟาดกลับงัดหลักฐานยูเนสโก

 

ท่ามกลางความสับสนและการพยายามบิดเบือนข้อมูล ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) ได้ออกมาเบรกดราม่า ยืนยันชัดเจนว่า "ไม่มีหลักฐานทางวิชาการหรือประวัติศาสตร์ใดๆ ที่ระบุว่ากัมพูชาเป็นเจ้าของเมนูนี้" ที่สำคัญที่สุดคือหมัดฮุคสั่งตาย! เมื่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียน “ต้มยำกุ้ง” (Tom Yum Goong) ให้เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage) ในนามประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา เป็นการปิดปากขาเคลมทั่วโลกด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ว่านี่คือภูมิปัญญาที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นของคนไทยอย่างแท้จริง

 

เขมรเคลม  “ต้มยำกุ้ง” อ้างชื่อเดิมคือ “กุ้งเปรี้ยว” คนไทยฟาดกลับงัดหลักฐานยูเนสโก

 

ต้องยอมรับว่าพักหลังมานี้ รัฐบาลไทยไม่อยู่เฉย เดินหน้าเชิงรุกยื่นจดทะเบียนมรดกโลกแบบรัวๆ เพื่อปกป้องสมบัติชาติ ไม่ว่าจะเป็น 

  • โขน: ศิลปะชั้นสูงที่ทรงคุณค่า
  • มวยไทย: ศิลปะการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ (แม้จะมีความพยายามนำเสนอ "กุน ขแมร์" มาตีขนาน)
  • สงกรานต์ในประเทศไทย: ที่เพิ่งฉลองใหญ่ระดับโลกไป
  • ชุดไทย: ความภาคภูมิใจในความประณีต
  • อาหารไทย: คือรากเหง้าทางอาหารสะท้อนถึงวัฒนธรรม

 

ปัญหาสงครามโซเชียลระหว่างไทยและเขมรที่หยั่งรากลึก ส่วนหนึ่งเกิดจากความคล้ายคลึงทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ในอดีต แต่ในยุคปัจจุบัน "ข้อมูลทางวิชาการ" คือตัวตัดสิน "การนิ่งเฉยอาจไม่ใช่ทางออกเสมอไป แต่การโต้ตอบด้วยความโกรธแค้นโดยไร้ข้อเท็จจริง ก็อาจกลายเป็นเหยื่อของข่าวปลอม (Fake News) ที่สร้างความแตกแยกเกินความจำเป็น" เรื่องวัฒนธรรมไม่ใช่แค่เรื่องของกินหรือการร่ายรำ แต่มันคือ "อำนาจละมุน" (Soft Power) ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล การที่ไทยตื่นตัวยื่น UNESCO จึงเป็นเกราะคุ้มกันชั้นดีที่จะไม่ให้ใครมา "ชุบมือเปิบ" เอาภูมิปัญญาบรรพบุรุษไทยไปเป็นของตัวเองได้อีกต่อไป!

 

เขมรเคลม  “ต้มยำกุ้ง” อ้างชื่อเดิมคือ “กุ้งเปรี้ยว” คนไทยฟาดกลับงัดหลักฐานยูเนสโก