
เขมรเคลม “ต้มยำกุ้ง” อ้างชื่อเดิมคือ “กุ้งเปรี้ยว” คนไทยฟาดกลับงัดหลักฐานยูเนสโก
ฟาดหน้าสั่น! เขมรเคลม “ต้มยำกุ้ง” อ้างชื่อเดิมคือ “กุ้งเปรี้ยว” ไทยงัดหลักฐาน UNESCO ตบปากขาเสี้ยม ย้ำ!ชัดมรดกโลกคือของแท้
กลายเป็นประเด็นร้อนปรอทแตกบนโลกออนไลน์ เมื่อสงครามคีย์บอร์ดระหว่างไทย-กัมพูชา ปะทุขึ้นอีกระลอก! หลังมีกระแสข่าวลือหนาหูว่าเพื่อนบ้านพยายามจะเคลมเมนูซิกเนเจอร์ระดับโลกอย่าง “ต้มยำกุ้ง” โดยอ้างว่าชื่อเดิมคือ “กุ้งเปรี้ยว” งานนี้ทำเอาชาวเน็ตไทยนั่งไม่ติด กระแสความรักชาติพุ่งพล่านจนเกิดการปะทะฝีปากกันนัวในโซเชียล
ท่ามกลางความสับสนและการพยายามบิดเบือนข้อมูล ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย (Anti-Fake News Center Thailand) ได้ออกมาเบรกดราม่า ยืนยันชัดเจนว่า "ไม่มีหลักฐานทางวิชาการหรือประวัติศาสตร์ใดๆ ที่ระบุว่ากัมพูชาเป็นเจ้าของเมนูนี้" ที่สำคัญที่สุดคือหมัดฮุคสั่งตาย! เมื่อองค์การยูเนสโก (UNESCO) ได้ประกาศขึ้นทะเบียน “ต้มยำกุ้ง” (Tom Yum Goong) ให้เป็นรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ (Intangible Cultural Heritage) ในนามประเทศไทยอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา เป็นการปิดปากขาเคลมทั่วโลกด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์ว่านี่คือภูมิปัญญาที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นของคนไทยอย่างแท้จริง
ต้องยอมรับว่าพักหลังมานี้ รัฐบาลไทยไม่อยู่เฉย เดินหน้าเชิงรุกยื่นจดทะเบียนมรดกโลกแบบรัวๆ เพื่อปกป้องสมบัติชาติ ไม่ว่าจะเป็น
- โขน: ศิลปะชั้นสูงที่ทรงคุณค่า
- มวยไทย: ศิลปะการต่อสู้ที่เป็นเอกลักษณ์ (แม้จะมีความพยายามนำเสนอ "กุน ขแมร์" มาตีขนาน)
- สงกรานต์ในประเทศไทย: ที่เพิ่งฉลองใหญ่ระดับโลกไป
- ชุดไทย: ความภาคภูมิใจในความประณีต
- อาหารไทย: คือรากเหง้าทางอาหารสะท้อนถึงวัฒนธรรม
ปัญหาสงครามโซเชียลระหว่างไทยและเขมรที่หยั่งรากลึก ส่วนหนึ่งเกิดจากความคล้ายคลึงทางภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ในอดีต แต่ในยุคปัจจุบัน "ข้อมูลทางวิชาการ" คือตัวตัดสิน "การนิ่งเฉยอาจไม่ใช่ทางออกเสมอไป แต่การโต้ตอบด้วยความโกรธแค้นโดยไร้ข้อเท็จจริง ก็อาจกลายเป็นเหยื่อของข่าวปลอม (Fake News) ที่สร้างความแตกแยกเกินความจำเป็น" เรื่องวัฒนธรรมไม่ใช่แค่เรื่องของกินหรือการร่ายรำ แต่มันคือ "อำนาจละมุน" (Soft Power) ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจมหาศาล การที่ไทยตื่นตัวยื่น UNESCO จึงเป็นเกราะคุ้มกันชั้นดีที่จะไม่ให้ใครมา "ชุบมือเปิบ" เอาภูมิปัญญาบรรพบุรุษไทยไปเป็นของตัวเองได้อีกต่อไป!



