
‘ศุภจี’ สยบกดราม่าทุเรียนลูกละ 100 เชื่อขายของตรงปกไม่จกตา
สยบดราม่า! ‘ศุภจี’ แจงยิบปมไลฟ์สดทุเรียนลูกละ 100 ทำได้จริง! เชื่อ ‘พิมพี่พาย’ ขายของตรงปกไม่จกตา เหตุปีนี้ผลผลิตทุเรียนมากกว่าปีก่อน 33%
จากกรณี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ดึงอินฟลูฯ ชื่อดังอย่าง "พิมรี่พาย" ไลฟ์สดขายทุเรียน 1 ล้านลูก 28 เม.ย.นี้ เวลา 1 ทุ่มตรง โดยตั้งเป้าเพิ่มช่องทางกระจายสินค้าให้เกษตรกร หลังผลผลิตทุเรียนไทยปีนี้มีเพิ่มขึ้นกว่าปีก่อนถึง 33% จนเกิดกระแสดราม่าสนั่นโซเชียล โดยส่วนใหญ่ระบุว่า การทำการตลาดแบบนี้ทำให้ตลาดพัง ชาวสวนทุเรียนเจ๊งแน่นอน รวมถึงสินค้าจะตรงปกจกตาเหมือนที่โฆษณาไว้หรือไม่
ล่าสุด นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ โพสต์ข้อชี้แจงประเด็นดรามาไลฟ์สดขายทุเรียน ระบุว่า ขออนุญาตอธิบายประเด็นการทำ ‘ไลฟ์ คอมเมิร์ซ’ (Live Commerce) ขายผ่านช่องทางออนไลน์ ที่กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ เพิ่มเติมดังนี้ นะคะ
1) เราคาดการณ์ว่า ปีนี้จะมีผลผลิตทุเรียนมากกว่าปีก่อน 33%
2) เราจึงมีการวางแผนการตลาดเชิงรุก ทั้งการตลาดภายในและตลาดต่างประเทศ เพื่อไม่ให้มีผลผลิตส่วนเกิน แล้วมาแก้ที่ปลายเหตุ
3) หนึ่งในช่องทางการตลาด คือ Live Commerce ซึ่งจะสามารถช่วยกระจายสินค้าได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง
4) เราได้มีการทำงานร่วมกับอินฟลูเอนเซอร์หลายคนทั้งภายในและภายนอกประเทศ ซึ่งแต่ละท่านมีวิธีการตลาดที่แตกต่างกันไป โดยกระทรวงไม่ได้มีการสนับสนุนรายใดเป็นพิเศษค่ะ
5) ในส่วนของคุณพิมรี่พาย ทราบว่าเธอมีความตั้งใจจะช่วยเหลือเกษตรกร โดยการซื้อ/ขายเป็นการตกลงตามความพอใจระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อ สำหรับเทคนิคการขายและการทำโปรโมชั่นของคุณพิมรี่พายอาจจะมีเงื่อนไข หรือเงื่อนเวลาเฉพาะของเธอ
ส่วนที่หลายคนกังวลว่า สินค้าอาจจะไม่ตรงปก เข้าใจว่าไม่น่าจะเป็นเช่นนั้นนะคะ เพราะกระแสตอบรับจากพี่น้องประชาชนแรงมากขนาดนี้ จะเป็นที่จับตา และหน่วยงานกำกับดูแลก็ควรติดตามอย่างใกล้ชิดอยู่แล้วค่ะ
6) ส่วนเรื่องราคาทุเรียน ณ ปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ดีตามที่โฆษกกระทรวงพาณิชย์ได้ให้ข้อมูลไปแล้วว่า ราคาท้องตลาด เกรดส่งออก AB อยู่ที่กิโลกรัมละ 135 -150 บาท เกรด C อยู่ที่กิโลกรัมละ 90 – 100 บาท เกรด D อยู่ที่กิโลกรัมละ 70 – 80 บาท เกรดคละอยู่ที่กิโลกรัมละ 125 – 130 บาท โดยในแต่ละช่วงราคาจะแตกต่างกันตามคุณภาพของผลผลิต
ขอเรียนว่า วัตถุประสงค์ของความร่วมมือกับอินฟลูเอนเซอร์ ในการทำ Live Commerce ก็เพื่อบริหารจัดการผลผลิตส่วนเกินที่กำลังจะออกมามาก และเพื่อให้ผลผลิตส่งถึงมือผู้บริโภค ที่เป็นพี่น้องประชาชนในประเทศ ได้อย่างรวดเร็วที่สุดค่ะ



