
"เขมร" งัดมุกเคลม! ขูดกำแพงเจอคำว่า "สงกรานต์" เมินยูเนสโกรับรองไทยเป็นมรดกโลก
เคลมไม่หยุดฉุดไม่อยู่! "กัมพูชา" งัดมุกใหม่ขูดกำแพงเจอคำว่า "สงกรานต์" มโนหนักขอเป็นต้นตำรับ เมิน "ยูเนสโก" รับรองไทยเป็นมรดกโลก จัดงานแข่งหวังชิงพื้นที่ Soft Power!
เดือดรับปีใหม่ไทย! เมื่อเพื่อนบ้านจอมเคลม "กัมพูชา" สร้างวีรกรรมใหม่พยายามอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของประเพณีสงกรานต์แบบหน้าซื่อตาใส ถึงขั้นสั่งเลิกใช้คำว่า "โจล-ชนัม-ทเม็ย" แล้วหันมาใช้ชื่อ "สงกรานต์กัมพูชา" เต็มสูบ แบไต๋หลักฐานขูดเจอคำจารึกบนกำแพงโบราณอ้างเกิดก่อนไทยชัวร์ งานนี้ทำเอาชาวเน็ตไทยมองแรง ถามกลับ "มรดกโลกยูเนสโกที่ไทยได้มาเนี่ย...เห็นบ้างไหม?"
กลายเป็นประเด็นที่พูดถึงกันหนาหู เมื่อฝั่งกัมพูชาพยายามหาเหตุผลมารองรับการเป็นเจ้าของประเพณี โดยอ้างว่าพบจารึกคำว่า "สงกรานต์" บนกำแพงปราสาทโบราณ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือยืนยันว่าบ้านเขาคือของแท้และเก่าแก่กว่าไทยแบบเทียบไม่ติด พร้อมทั้งยกระดับการจัดงานที่เสียมราฐให้ยิ่งใหญ่เพื่อหวังจะ "ปาดหน้า" การเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ดูเหมือนความพยายามครั้งนี้จะรุนแรงขึ้นหลังจากที่ UNESCO ได้ประกาศขึ้นทะเบียน "สงกรานต์ไทย" (Songkran in Thailand) เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติอย่างเป็นทางการ ทำให้ฝั่งกัมพูชาถึงกับนั่งไม่ติด พยายามสร้างสตอรี่ใหม่ๆ มาลบภาพจำเดิม จนถูกชาวโซเชียลตั้งฉายาให้ว่า "ขะแมร์จอมเคลม" ที่ไม่ว่าจะเห็นอะไรดีๆ ของไทยเป็นต้องขอยึดหัวหาดอ้างสิทธิ์ไว้ก่อน
ขณะที่ประเทศไทยเดินหน้าจัดงาน "Maha Songkran World Water Festival 2026" ทุ่มงบแสงสีเสียง ดนตรี EDM และสงกรานต์สายยางสไตล์ไทยที่เป็นเอกลักษณ์จนทั่วโลกปักหมุดบินมาเช็กอิน ทางฝั่งกัมพูชาก็ไม่ยอมแพ้ จัดงานสู้ที่เสียมราฐหวังดึงเอนเนอร์จี้ไปฝั่งโน้นบ้าง บรรยากาศจริงที่เสียมราฐแม้จะพยายามจัดเหมือนไทยแต่หลายฝ่ายมองว่ายังขาด "เสน่ห์และความสนุก" ที่เป็นธรรมชาติตามแบบฉบับสงกรานต์ไทยที่คนทั่วโลกหลงรัก
ประเพณีวัฒนธรรมอาจมีจุดร่วมกันได้ในภูมิภาค แต่การพยายามอ้างสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวด้วยหลักฐานที่คลุมเครือ อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีในการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ งานนี้คงต้องปล่อยให้ "นักท่องเที่ยว" และ "สายตาชาวโลก" เป็นคนตัดสินว่า...สงกรานต์ที่ไหนคือของจริงที่พวกเขาอยากไปสัมผัสมากที่สุด!



