
วิสัญญีแพทย์ เจ้าของเคส "นักธุรกิจ" ทำจมูกเข้าไอซียู โฟนอินเล่า เกิดอะไรขึ้น
วิสัญญีแพทย์ เจ้าของเคส "นักธุรกิจ" ทำจมูกเข้าไอซียู โฟนอินเล่า ในห้องผ่าตัด เกิดอะไรขึ้น ระบุ ช่วยทันที หลังเห็นผิดปกติ ด้าน หมอเจ้าของไข้ อัปเดตอาการล่าสุด
จากกรณี "หนุ่มนักธุรกิจ" ไปทำศัลยกรรมจมูก ที่คลินิกชื่อดัง ราคา 4.8 แสนบาท ผ่าตัดเสร็จไม่รู้สึกตัว แพทย์แจ้งมีภาวะไตวายและเสี่ยงเป็นเจ้าชายนิทรา โดยครอบครัว ได้มาร้อง "สายไหมต้องรอด" เนื่องจากผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ ยังไม่ฟื้น ค่ารักษาทะลุสูงถึง 2 ล้านบาทแล้ว สำหรับสาเหตุที่ออกมาร้องเรียน เนื่องจากทางคลินิก ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัด ว่าจะช่วยดูแลรับผิดชอบอย่างไร
วิสัญญีแพทย์ ที่ดูแลเคสนี้ ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการโหนกระแส ซึ่งมี "หนุ่ม กรรชัย" เป็นผู้ดำเนินรายการ ระบุว่า คนไข้มีแพลนเสริมคาง และทำจมูก จำเป็นต้องได้รับการดมยาสลบ มีการใส่ท่อช่วยหายใจ ซึ่งก่อนเข้ารับการผ่าตัด มีการสกรีนนิ่ง ตั้งแต่ประวัติ โรคประจำตัว เคยดมยาสลบหรือไม่ มีการตรวจร่างกาย ตรวจเลือด ก่อนเข้ารับการดมยาสลบ
พอถึงวันเข้ารับการผ่าตัด เริ่มดมยาสลบ ใส่ท่อช่วยหายใจ ตามปกติ คุณหมอผ่าตัดก็เริ่มทำการผ่าตัด ตามที่ตกลงกันไว้ พอไปถึงช่วงท้ายการผ่าตัด สังเกตเห็นคนไข้เริ่มมีภาวะก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในร่างกายสูงขึ้น ซึ่งสามารถตรวจเจอได้จากการมอนิเตอร์ ตลอดการผ่าตัด ร่วมกับมีภาวะเหงื่อออกมาก ชีพจรเริ่มเร็ว วัดอุณหภูมิ มีไข้ขึ้น 39.2 จึงมีการคุยกับทีมว่า นี่ไม่ใช่ภาวะปกติ มีโอกาสที่จะเกิดภาวะแพ้ยามสลบ หรือภาวะอื่นๆ ที่มีอาการแบบนี้ได้เหมือนกัน เลยตกลงกับทีมผ่าตัด ว่าเราจะหยุดการผ่าตัด เพียงเท่านี้ก่อน หมอจำเป็นต้องปิดยาที่ให้คนไข้ตอนนี้เลย
วิสัญญีแพทย์ เล่าต่อว่า ตั้งแต่เริ่มต้นทำหัตถการ จนถึงเห็นอาการคนไข้ ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงกว่า เกือบ 5 ชั่วโมง ถึงสังเกตเห็นว่า ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในร่างกายคนไข้เริ่มสูงขึ้น หลังจากหยุดให้ยาดมสลบ ได้โทรประสานโรงพยาบาล เพราะจำเป็นต้องมีการตรวจเลือด ตรวจร่างกาย ถ้าเราสงสัยภาวะนี้ (Malignant Hyperthermia) จำเป็นต้องส่งไปโรงพยาบาล และได้ยาเฉพาะในการรักษาโรคนี้ ซึ่งหลังจากประสานไปยัง รพ. แห่งแรกแล้ว พอประเมินคนไข้มีอาการจำเป็นต้องส่งไปโรงพยาบาล ขนาดใหญ่กว่านี้ ใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง หลังจากปิดให้ยาคนไข้
วิสัญญีแพทย์ ระบุว่า ที่ผ่านมาไม่เคยเจอเคสลักษณะนี้ เพราะโอกาสเจอยากมาก ประมาณ 1 ในแสน โรคนี้เรียกว่า Malignant Hyperthermia (MH) ซึ่งเกิดจากยีนของคนไข้บางคน แสดงอาการกล้ามเนื้อสลาย มีค่ากรดในร่างกายสูงขึ้น แต่กรณีที่คนไข้เคยดมยาสลบรอบก่อน แต่ปลอดภัยดี ไม่ได้แปลว่าการดมยาสลบครั้งถัดไป จะปลอดภัย รวมไปถึงภาวะแพ้ ไม่สามารถตรวจเจอได้ก่อน จากการตรวจเลือด ตรวจร่างกาย ก่อนการผ่าตัด หากจะวินิจฉัยจริงๆ ต้องตัดกล้ามเนื้อไปส่งตรวจ ซึ่งเราไม่ทำกันอยู่แล้ว เพราะโอกาสน้อยมาก ที่จะเจอเคสแบบนี้
พิธีกรถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ ที่จะมีการให้ยาโอเวอร์โดส วิสัญญีแพทย์ ตอบว่า ภาวะนี้ไม่เกี่ยวกับโดสยา แต่เกี่ยวกับชนิดของยาที่ให้ จะมียาบางประเภท ที่ไปกระตุ้นภาวะนี้ ซึ่งตัวยานี้มีการใช้อย่างแพร่หลาย ตามคลินิก โรงพยาบาลรัฐ โรงพยาบาลเอกชน
วิสัญญีแพทย์ ระบุว่า ตนเองและทีมผ่าตัด อยู่กับคนไข้ตั้งแต่ที่คลินิก ขึ้นรถ Ambulance ไปจนถึงโรงพยาบาล และห้องไอซียู จนได้ยาแดนโทรลีน เข้าสู่ร่างกายคนไข้ และอยู่จนถึง 07.00 น. ซึ่งตอนนี้เป็นอำนาจของโรงพยาบาล ในการดูแลคนไข้ต่อ แต่จากการสังเกตจากด้านนอก ที่บอกว่าคนไข้ตื่นรู้ตัว หมายความว่า หมอไปเรียกชื่อคนไข้ สามารถลืมตา พยักหน้าตอบรับได้ กำแขน กำมือสองข้าง ขยับขาสองข้างได้
ขณะที่ นายแพทย์ อภิชัย พงศ์พัฒนานุรักษ์ แพทย์เจ้าของไข้ รพ.สมิติเวช อัปเดตอาการคนไข้ ดีในบางส่วน เมื่อวานนี้เริ่มนั่งข้างเตียงเองได้ ประมาณ 2 นาที แต่ความรู้สึกของคนทั่วไป อาจมองว่าน้อยเกินไปหรือไม่ ซึ่งต้องบอกว่า ตอนนี้คนไข้มีภาวะกล้ามเนื้อสูญสลาย หมายความว่า กล้ามเนื้อลายเกือบทั้งตัว มีการสลายตัว ทำให้เซลล์กล้ามเนื้อไม่ทำงาน เพราะฉะนั้นเขาไม่มีแรง เลยขยับตัวไม่ค่อยได้ ซึ่งการขยับตัวไม่ได้ กับสติสัมปะชัญญะ มันคนละเรื่องกัน
"จริงๆ คนไข้มีสติสัมปะชัญญะ ตั้งแต่วันที่มาถึง ตอนเจอคนไข้ครั้งแรก คนไข้ทำตามสั่ง รู้ตัวว่าจะต้องถูกเจาะเลือด แววตามีความหมาย แต่เขาพูดไม่ได้ เพราะว่าตอนนั้นใส่ท่อช่วยหายใจอยู่ ประมาณ 72 ชั่วโมง ถึงจะเอาออกได้ เหตุผลเนื่องจากไม่มีแรงหายใจ เพราะว่ากล้ามเนื้อสูญสลายทั้งตัว กว่าจะเอาคนไข้ขึ้นมานั่งได้ ต้องกระตุ้นอย่างมาก ซึ่งเมื่อวานเป็นวันแรก ที่เขานั่งได้ประมาณ 2 นาที" นายแพทย์ อภิชัย กล่าว
นายแพทย์ อภิชัย กล่าวอีกว่า คนไข้มีแนวโน้มที่จะเป็น Malignant Hyperthermia อาการจบลง หลังได้ยาแดนโทรลีน สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ ภาษาทางการแพทย์เรียกว่า เป็นผลต่อเนื่องจากโรคที่เกิดขึ้น คือ กล้ามเนื้อสูญสลาย และไตวาย กรณีกล้ามเนื้อสูญสลาย ประมาณ 2 สัปดาห์ จะค่อยๆ ดีขึ้น ส่วนไตวาย จะฟื้นภายใน 2 สัปดาห์เช่นกัน



