ข่าว

ถอดบทเรียน มหันตภัย "พายุุยางิ" ทำไมถึงมีพลังทำลายล้าง มากกว่า "พายุซูลิก"

ถอดบทเรียน มหันตภัย "พายุุยางิ" ทำไมถึงมีพลังทำลายล้าง มากกว่า "พายุซูลิก"

21 ก.ย. 2567

เพจดังไขข้อสงสัย ทำไม ยางิ (Yagi) ทำลายล้างได้มากกว่า ซูลิก (Soulik) พร้อมถอดบทเรียน 3 ข้อ ป้องกันน้ำท่วม มหาโคลนตมถมปลายน้ำ 

21 ก.ย. 2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟบุ๊ก "ฝ่าฝุ่น" ได้โพสต์ข้อความ ไขข้อสงสัย หลังจากที่มีหลายคนตั้งคำถามเกี่ยวกับอิทธิพลของพายุทั้งสองลูกอย่าง ยางิ (Yagi) และ  ซูลิก (Soulik) ว่าทำไมถึงมีพลังทำลายล้างที่แตกต่างกัน โดยทางเพจได้ระบุข้อความเอาไว้ว่า 

 

ทำไม ยางิ (Yagi) ทำลายล้างได้มากกว่า ซูลิก (Soulik) ? Yagi ขณะอยู่เหนือรอยต่อไทยลาวพม่า ยังมีกำลังพอควร เพราะสะสมพลังมาจากการเป็นไต้ฝุ่นระดับ 4 จะเห็นได้จากสภาพการหมุนทวนเข็มนาฬิกา แต่ Soulik นั่นเริ่มต้นก็กำลังไม่มากพอขึ้นฝั่งเวียดนามได้ก็กลายเป็นดีเปรสชั่นคือไม่ค่อยหมุนแล้วจะไม่มีลม แต่ฝนยังตก  ฝนเป็นสิ่งที่ไทยเรากลัว เพราะมาถึงเราลมหมดแรงแทบจะทุกครั้ง

 

พอมาถึงพม่าพลังดูดของ ยางิ (Yagi) ดูดอากาศร้อนชื้นจากอันดามันเข้าไปเติมได้  ฝนเลยตกหนักต่อ  นี่เป็นเหตุให้เกิดน้ำหลากได้ง่ายขึ้น   ส่วน ซูลิก (soulik) นั้นหมดแรงไปนานแล้ว ตั้งแต่ยังไม่ข้ามลาวมา สิ่งที่เราต้องจดจำคือ

1. ถ้าพายุแรงในเส้นทางนี้ คราวหน้ามันสามารถข้ามมาดูดน้ำได้จากอันดามัน จะโหนยาว 

 

2. แม้ไทยเราอาจจะไม่มีฝนมาก  แต่ความซวยอาจจะบังเกิดได้จากแม่น้ำที่สะสมน้ำมาจากพม่าสู่ไทย ทั้งแม่น้ำสายและแม่น้ำกก ทั้งสองสายนั้นสะสมน้ำมาไกลจากรัฐฉานในพม่า   ผมเองก็พึ่งรู้ว่าแม่น้ำกกมันไหลผ่านตรงไหนของรัฐฉานบ้างเพราะชาวช่องทัก (ขอบคุณมาก)  เพราะแผนที่สันปันน้ำที่ดีที่สุดที่หาได้แสดงเฉพาะส่วนที่อยู่ในประเทศไทย  

 

3. ใกล้ตะเข็บชายแดนพม่าสูญเสียพื้นที่ป่าปกคลุม (tree cover loss) ไปมาก แล้วกลายมาเป็นไร่มีการใช้ไฟซ้ำซากต่อเนื่องในบริเวณนั้น  หากฝนตกหนักจะชะหน้าดินลงมาหมด  กลายเป็นมหาโคลนตมถมปลายน้ำ 

 

ฝ่าฝุ่นเองมาคิดทบทวนว่าควรจะ "พากย์พายุ" ต่อไปไหม  เพราะชื่อฝ่าฝุ่น  ไม่ใช่ ฝ่าฝน  เพราะอาจจะพากย์ผิดเกิดฝนตกหนักบางพื้นที่ทำคนเสียหายได้  แต่ก็คิดว่าควรที่มีใครทำต่อไป  จนกว่าชาวช่องจะเก่งแล้วอ่านได้เอง เหตุผลคือ 

 

1. มีแต่คนมาขยี้ข่าวทำให้ทุกคนหวาดกลัว  แล้วก็เดินจากไป  มันไม่แฟร์ต่อสังคม

 

2. ชาวช่องต้องใช้วิจารณญาน อย่าตั้งอยู่ในความประมาท  แต่ก็อย่าหวาดกลัวจนซึมเศร้าเป็นเหยื่อของการขยี้ข่าว จนทำอะไรไม่ถูก

 

3. พายุนั้นยุ่งเหยิงซับซ้อน มันอ่อนลงได้ เดี๋ยวมันอาจจะกลับมารุนแรงต่อก็ได้  เราต้องเตรียมใจ   เราอาจจะพยากรณ์ผิดได้เสมอ แต่ข้อมูลมีอย่างไรช่วยแปลมันก็ไปตามข้อมูล  อาจมีวันหนึ่งต้องพยากรณ์กลับไปกลับมาก็ได้ ต้องไม่ใช่เรื่องแปลก 

 

4. การพยากรณ์มันบอกได้แค่ระดับมหภาค ในระดับจุลภาคมันยากมากที่จะบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพราะพายุเป็นระบบที่ยุ่งเหยิง ไม่มีความสม่ำเสมอกันทั้งระบบ