เจาะประเด็นร้อน

ศึกอาชีวะ "ม่อน อาชีวะ" วัดใจเด็ก"ตั้ง อาชีวะ" แยกค่ายไล่ประยุทธ์

ศึกอาชีวะ "ม่อน อาชีวะ" วัดใจเด็ก"ตั้ง อาชีวะ" แยกค่ายไล่ประยุทธ์
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์
logoline

ม็อบไล่ประยุทธ์ กังขา "ม่อน อาชีวะ" เล่นเกมลับ ค่ายฟันเฟืองประชาธิปไตยไม่ร่วมสังฆกรรม คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

กลางสมรภูมิดินแดง 3-4 ครั้งที่ผ่านมา นับแต่ม็อบ 1 สิงหา จนมาถึงม็อบ 13 สิงหา สะท้อนภาพรอยร้าวภายใน เด็กอาชีวะ ที่มีพก รอยแผลเป็น ฝากไว้ในใจมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

รุกใหญ่ "ทักษิณ" คู่ขนาน "คาร์ม็อบ" ดีเดย์ 15 สิงหา ประยุทธ์ออกไป

ลับลวงพราง 'ประวิตร' คิดแผนสำรอง 'ทักษิณ" ตัวช่วย

 

ถ้ายังจำกันได้ เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2563 กลุ่มราษฎรชุมนุมหน้าธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ถ.รัชดาภิเษก หลังยุติการชุมนุม การ์ดอาชีวะมีนบุรีใช้ปืนยิงการ์ดอาชีวะปทุมธานี ได้รับบาดเจ็บ 

 

หลังเหตุการณ์สงบ “ม่อน อาชีวะ” ได้พามือยิงเข้ามอบตัวต่อตำรวจ บอกว่า เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่มีเรื่องการเมือง และ “ม่อน” ต้องถอยออกมาจากขบวนเยาวชนคนรุ่นใหม่

วันที่ 15 ส.ค.2564 แอดมินเพจฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย โพสต์เรื่องเก่าเหมือนต้องการสื่อข่าวส่งความให้สังคมได้รับรู้ว่า อาชีวะมี 2 ขั้ว และอย่าเหมารวมพวกเขาไปอยู่ในกลุ่ม “ม่อน อาชีวะ”

 

“ใช่ครับ #คนทุกคนมีอดีต พวกเราก็เคยมีอดีตครับ ในอดีตเคยมีพี่น้องเราโดนยิงที่ SCB ด้วยน้ำมือคนที่ยุยงให้น้องมาทำแล้วก็ทิ้งเค้า ให้เราพูดถึงอดีตบ้างไหมครับ #เรามีเรื่องให้ทำมากกว่าจะมานั่งขัดแย้งกับใคร อย่าผลักความขัดแย้งใดๆให้เราอีกเลย”

 

เป็นที่แน่ชัดว่า กลุ่มอาชีวะแยกเป็น 2 ขั้ว 2 แนวทาง ระหว่าง “ฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย” กับ “กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย”

 

กลุ่มแรก ยึดแนวทางต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ เคียงข้างขบวนการเยาวชนคนรุ่นใหม่ทุกกลุ่ม ไม่ว่าเยาวชนปลดแอก,ราษฎร, ทะลุฟ้า ฯลฯ กลุ่มหลัง ขับไล่ประยุทธ์ และไม่เอาเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ

++
ตู่-ม่อน
++

“ม่อน อาชีวะ” ศิษย์เก่าวิทยาลัยเทคโนโลยีมีนบุรีโปลีเทคนิค แยกตัวจากเครือกลุ่มราษฎรเมื่อต้นปี 2564  โดยจัดตั้ง “กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย” ขึ้นมาใหม่

 

ศึกอาชีวะ "ม่อน อาชีวะ" วัดใจเด็ก"ตั้ง อาชีวะ" แยกค่ายไล่ประยุทธ์ ม่อน อาชีวะ พร้อมกองทัพเด็กแว้น

ต้นเดือน เม.ย.2564 “ม่อน อาชีวะ” นำพลพรรคเข้าร่วมงานกับ จตุพร พรหมพันธุ์ ในนาม คณะไทยไม่ทน สามัคคีประชาชนเพื่อประเทศไทย 

 

บ่ายสองโมง วันที่ 15 ส.ค.2564 “ม่อน อาชีวะ” จัดกิจกรรมรวมพลังคนพันธ์ R และชาวสองล้อเยาวชนคนรุ่นใหม่รวมพลังอาชีวะขับไล่เผด็จการอีกครั้ง โดยนัดหมายที่ห้าแยกลาดพร้าว กิจกรรมของ “ม่อน อาชีวะ” ไม่ได้เกี่ยวกับ “คาร์ปาร์ค” ของ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เพราะม่อนจับมือกับกลุ่มไทยไม่ทนของจตุพร พรหมพันธุ์ ที่วางแผนจัดคาร์ปาร์ค ที่แยกบางนา ซึ่งมีการนัดหมายกลุ่มแดงตะวันออกไว้ที่จุดนี้

++
ตั้ง-เต้น
++

สำหรับ “ฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย” นั้น สืบสานเจตนารมณ์ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ของกลุ่มฟันเฟืองยุค 14 ตุลา และกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย ยุคแดงทั้งแผ่นดิน

 

ศึกอาชีวะ "ม่อน อาชีวะ" วัดใจเด็ก"ตั้ง อาชีวะ" แยกค่ายไล่ประยุทธ์ ตั้ง อาชีวะ และฟันเฟืองประชาธิปไตย

ผู้ก่อตั้งกลุ่มฟันเฟืองประชาธิปไตย (Gear of Red) ปี 2556 คือ "ตั้ง อาชีวะ" หรือ เอกภพ เหลือรา หรือ สตีเว่น เบรนท์วู้ด ซึ่งปัจจุบัน ใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ และเขาได้ส่งไม้ต่อให้อาชีวะรุ่นน้อง “ฟันเฟืองประชาธิปไตย อาชีวะปกป้องประชาธิปไตยแห่งประเทศไทย”

 

เมื่อวันที่ 9 ส.ค.2564 “ตั้ง อาชีวะ” โพสต์เฟซบุ๊ค Eakapop Luara ให้กำลังใจขบวนการเยาวชนคนรุ่นใหม่ว่า “ถึงแม้ผมจะอยู่ต่างประเทศ ลี้ภัยจากรัฐไทยมาอยู่ที่ New Zealand  แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยังทิ้งไม่ได้ ก็คือ อุดมการณ์ในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ถึงจะอยู่ต่างประเทศ ก็ร่วมสู้ไปกับพี่น้องฝ่ายประชาธิปไตยในไทยได้ครับ โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว อยู่ที่ไหนก็เข้าถึงหน้างานได้เสมอ(Internet)”

 

จุดยืน “ตั้ง อาชีวะ” สนับสนุนเยาวชนคนหนุ่มสาว และยังมีความผูกพันกับ “เต้น” ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. และที่สำคัญ “ตั้ง อาชีวะ” ยังสวมเสื้อแดงที่มีภาพ “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์” ซึ่งเป็นผู้นำในดวงใจของเขา 

 

เหตุที่ “ตั้ง อาชีวะ” ต้องไปพำนักอยู่นิวซีแลนด์ เพราะช่วงปลายเดือน ธ.ค.2556 ศาลอาญา อนุมัติหมายจับเอกภพ เหลือรา หรือ ตั้ง อาชีวะ ในข้อหาหมิ่นประมาทดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 จากกรณีตั้ง อาชีวะ ขึ้นปราศรัยเวที นปช.ที่สนามราชมังคลาฯ

 

ตั้ง อาชีวะ จึงหนีไปตั้งหลักที่กัมพูชา ก่อนจะทำเรื่องขอลี้ภัยไปอยู่นิวซีแลนด์ และใน พ.ศ.นี้ “ตั้ง” ยอมรับว่า “บทบาทในการเป็นแกนนำของผม มันจบไปตั้งแต่ปี 2556 แล้ว ที่เหลือแกนรุ่นใหม่เขามารับไม้ต่อไป”
  

logoline