วันแตกหัก '7 สิงหา' ม็อบไปวังเปิดตัว 'อานนท์' นำทัพ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน 

05 ส.ค. 2564
4.3 k
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

จับตา " 7 สิงหา " ม็อบปลดแอก เผชิญหน้า "ม็อบปกป้องสถาบัน" สถานการณ์องศาเดือด คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ทันทีที่เพจเยาวชนปลดแอก และเพจกลุ่มฟื้นฟูประชาธิปไตย ประกาศนัดเคลื่อนพล “ม็อบ 7 สิงหา” ไปพระบรมมหาราชวัง ได้ก่อให้เกิดปฏิกิริยาโต้กลับจากหลายฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว
    

แม้กระทั่ง “ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ” แกนนำคาร์ม็อบเสื้อแดง ยังแสดงความห่วงใยอย่างสูงสุด แปลความได้ว่า ไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนม็อบไปวัง
    

“อานนท์ นำภา” อธิบายถึงความจำเป็นต้องยกระดับการต่อสู้ เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2564 ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร   
 

“จากนี้อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด คุณไม่มีทางห้ามพระอาทิตย์ไม่ให้ขึ้นได้ ห้ามความคิดคนไม่ได้ จะใช้อาวุธความรุนแรงมากแค่ไหน ก็ฆ่าเราตายไม่หมด การต่อสู้ต่อไปนี้จะมีความหมายมาก เพราะไม่ใช่อีเวนต์ กิจกรรมแบบสัมมนา การชุมนุม คือการเอาชีวิตและความเจ็บปวดเข้าแลก เสี่ยงกับกระสุนและโควิด ที่เขาเรียกว่าสู้ตาย การสยบยอมต่อผู้กดขี่ ไม่มีอีกแล้ว”
    

พูดง่ายๆ กลุ่มเยาวชนคนหนุ่มสาว ยังดำรงเป้าหมายสูงสุดคือ การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ แม้จะถูกวิพากษ์จากฟากฝั่งเดียวกันว่า “เลยธง” 

++
สันติวิธีเพดานสูงสุด
++

    

เมื่อวันที่ 3 ส.ค.2564 ที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมฯ สี่แยกปทุมวัน กรุงเทพฯ ในวาระครบรอบ 1 ปี การชุมนุมเสกคาถาผู้พิทักษ์ปกป้องประชาธิปไตย ซึ่งปีที่แล้ว อานนท์ นำภา ได้ขึ้นเวทีอ่านข้อเสนอปฏิรูปสถาบันฯ อย่างเป็นทางการ
    

นับจากนั้นเป็นต้นมา การเคลื่อนไหวของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะใช้ชื่อกลุ่มอะไร ก็ชูธงปฏิรูปสถาบันฯ กระทั่งแกนนำจำนวนหนึ่ง ถูกดำเนินคดี ม.112 และต้องเข้าไปอยู่เรือนจำมาระยะหนึ่ง

วันแตกหัก '7 สิงหา' ม็อบไปวังเปิดตัว 'อานนท์' นำทัพ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน 
 ทนายอานนท์ ประกาศแตกหัก   

ช่วงที่แกนนำอย่างอานนท์ นำภา, เพนกวิน-พริษฐ์ ชิวารักษ์, ไผ่-จตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ฯลฯ ระหว่างการยื่นคำขอปล่อยตัวชั่วคราว การชุมนุมของเยาวชนแผ่วลง และมีความแตกแยกในภายกลุ่มแนวร่วม โดยเฉพาะกลุ่มอาชีวะ 
    

เมื่อแกนนำได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว “อานนท์-เพนกวิน-ไผ่” ได้กลับเข้ามาเคลื่อนไหวจัดการชุมนุมอีกครั้ง โดยไม่สนใจเงื่อนไขการประกันตัวของศาล
    

แม้ปากของอานนท์ จะบอกว่า ผู้ชุมนุมทุกคนคือแกนนำ แต่โดยพฤตินัย อานนท์หรือเพนกวิน ก็คือแกนนำตัวจริง ดังนั้น อานนท์จึงประกาศว่า นับจากนี้ไป การชุมนุมจะใช้ “สันติวิธีเพดานสูงสุด” แปลว่า ตาต่อตา ฟันต่อฟัน บวกเป็นบวก   

 

“อย่ามาขู่ใช้กฎอัยการศึก ถ้าเห็นประชาชนเป็นข้าศึก เป็นศัตรู ประกาศเลย ได้เห็นดีกัน ทุกวันนี้คนสู้อย่างหลังชนฝาที่สุดแล้ว ไม่ออกมา ก็รอความตายอยู่บ้าน ไม่ต่อสู้ไม่มีทางที่วัคซีนดีๆ จะเข้ามา เรากำลังต่อสู้เพื่อสร้างอนาคตไปด้วยกัน”

++
ม็อบชนม็อบ
++
    

พลันที่ม็อบสามนิ้ว มีเป้าหมายบุกไปที่พระบรมมหาราชวัง เพจศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน ได้โพสต์ข้อความว่า “ประกาศวันที่ 7 สิงหาคม 2564 มึงออกมากูออกมาต้าน!!! ถึงเวลาแล้วกูจะไม่ทน!!!”
    

ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) โดยจักรพงศ์ กลิ่นแก้ว นั้น เป็นองค์กรร่ม ที่มีหลายเครือข่ายปกป้องสถาบัน รวมถึงศูนย์ประสานงานนักศึกษาอาชีวะ ประชาชน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (ศอปส.)
    

วันแตกหัก '7 สิงหา' ม็อบไปวังเปิดตัว 'อานนท์' นำทัพ ตาต่อตา ฟันต่อฟัน 

กลุ่มปกป้องสถาบันฯ

“จักรพงศ์” เรียนจบจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ช่วงปี 2556 สมัยเป็นนักศึกษา ได้ไปร่วมชุมนุมต้านนิรโทษกรรมสุดซอย ที่เวที กปปส.แจ้งวัฒนะ
    

ปลายปีที่แล้ว ม็อบสามนิ้วเริ่มชูธงปฏิรูปสถาบัน จักรพงศ์ กลิ่นแก้ว จึงออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน ในนามกลุ่มศูนย์ประสานงานนักศึกษาอาชีวะ ประชาชน ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (ศอปส.)
    

น่าจับตา การเผชิญหน้าของ 2 กลุ่ม ระหว่างกลุ่มเยาวชน กับกลุ่มปกป้องสถาบัน ซึ่งต่างฝ่ายต่างก็มี “พลังอาชีวะ” เป็นตัวขับเคลื่อน