ความจริง "หมอตี๋" เขย่าขวัญ "หมอหนู"

16 ก.ค. 2564
2.0 k
เกาะติดข่าวสาร >> คมชัดลึก ออนไลน์

ความจริงเขย่ารัฐบาล "สาธิต" ยอมรับวัคซีนไม่ตามเป้า เขย่าขวัญ "อนุทิน" ผู้การันตีวัคซีน 61 ล้านโดส คอลัมน์ .. ท่องยุทธภพ โดย .. ขุนน้ำหมึก

ชั่วโมงนี้ ไม่มีใครร้อนแรงเท่า “หมอตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ ทายาทกำนันดังแห่งบ้านค่าย ระยอง ที่ลุกขึ้นมาพูดความจริง 

“จริงๆ มันคลาดเคลื่อนนิดหน่อย ก็คือว่า ตัวเลขในปี 2564 จากเดิมแอสตราเซเนกาจะกำหนดส่งให้เราภายในเดือนธันวาคม แต่ขยายมาเป็นเดือนพฤษภาคม ปีหน้า จำนวน 61 ล้านโดส” 

 

นั่นหมายความว่า ภายในสิ้นเดือน ธ.ค.2564 จะไม่ได้รับวัคซีนแอสตราเซเนกา ครบ 61 ล้านโดส ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเคยแถลงไว้ เช้าวันที่ 15 ก.ค.2564 “หมอตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ทางช่อง 9 โดยหมอตี๋ยังเปิดเผยว่า “ในสัญญานั้นไม่มีเรื่องเงื่อนไขเวลา มีเพียงจำนวนวัคซีนที่ต้องส่งมอบ”  ตกค่ำวันเดียวกัน หมอตี๋ได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวว่า “ผมยังคงที่จะพูดความจริงให้ประชาชนรับทราบ”

 

 ความจริง "หมอตี๋" เขย่าขวัญ "หมอหนู"

หมอตี๋ เจอแรงกระแทกจากการพูดความจริง

 

 

 

 

 

 

ต่อมา นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค อธิบายผ่านสื่อว่า แอสตร้าเซเนก้าจะส่งมอบวัคซีน ขึ้นอยู่กับกำลังการผลิต และสัญญาไม่ผูกมัดกรอบเวลา

“ความจริง” จากปาก “หมอตี๋” สื่อหลายสำนัก ไปค้นถ้อยแถลง อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีสาธารณสุข ที่กล่าวในวันอภิปรายไม่ไว้วางใจ วันที่ 17 ก.พ.2564

“ไตรมาส 3 วัคซีน แอสตราเซเนกาที่ผลิตในประเทศไทย อยู่เต็มโรงพยาบาลแล้ว อยู่เต็มแขนของประชาชนพี่น้องคนไทยแล้ว ทำไมไม่ชื่นชมกับระบบสาธารณสุขไทยบ้าง ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่บอกว่า เรามีวัคซีน 63 ล้านโดส เพียงพอที่จะครอบคลุมกลุ่มเสี่ยงที่ท่านกลัวว่า จะไม่มีปริมาณที่เพียงพอสำหรับการดูแลเขา” ฤานี่เป็นผลพวงของการแทงม้าตัวเดียว กรณีวัคซีนป้องกันโควิด ที่พรรคก้าวไกล และคณะก้าวหน้า พยายามไล่จี้พรรคภูมิใจไทย และรัฐบาลประยุทธ์มาโดยตลอด

 

 

หมอหน้าไมค์ 

ย้อนหลังไปเมื่อวันที่ 27 พ.ย.2563 มีพิธีลงนามในสัญญาการจัดหาวัคซีนโควิด-19 โดยการจองล่วงหน้าระหว่างกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กับแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) บริษัทผลิตวัคซีนสัญชาติอังกฤษ-สวีเดน ที่ทำเนียบรัฐบาล

 

 

เบื้องต้นมีการจองล่วงหน้าและการจัดซื้อวัคซีนกับบริษัทแอสตราเซเนกา ประเทศไทย และบริษัทแอสตาเซเนกา สหราชอาณาจักร จำนวน 26 ล้านโดส และจนถึงวันที่ 1 ก.พ.2564 ประเทศไทยได้สั่งซื้อวัคซีน 61 ล้านโดสจากบริษัทแอสตราเซเนกา หน่วยงานที่รับผิดชอบคือ กระทรวงสาธารณสุข โดยสถาบันวัคซีนแห่งชาติ และกรมควบคุมโรค

 

 

ช่วงต้นเดือน มิ.ย.2564 อนุทิน ชาญวีรกูล ยังยืนยันว่า แอสตราเซเนกาจะส่งมอบอย่างต่อเนื่องตามสัญญา โดยกรมควบคุมโรคจะหารือจำนวนการจัดส่งกับบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า จนครบ 61 ล้านโดส มาถึงวันนี้ แอสตาเซเนกาก็มีปัญหาส่งวัคซีน ไม่ได้ตามที่สัญญาไว้ เกิดความล่าช้า และอาจต้องขยายเวลาการส่งมอบไปถึงกลางปีหน้า

 

 

“หมอหนู” ตกเป็นเป้าการโจมตีอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กรณีวัคซีนล่าช้า ทำให้การฉีดวัคซีนในทั่วประเทศ ต้องปรับแผนรายวัน ด้านหนึ่ง สื่อในเครือข่ายสีน้ำเงิน ก็พยายามชี้เป้าเรื่องการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิดไปที่คณะทำงานชุดที่นายกฯ ประยุทธ์แต่งตั้ง ที่มี นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร เป็นประธานคณะทํางาน ดังความสำเร็จหรือล้มเรื่องการจัดหาวัคซีน ไม่ใช่เรื่องของรัฐมนตรีอนุทิน คนของพรรคภูมิใจไทย หากแต่มาจากต้นตอคือ คณะกรรมการจัดหาวัคซีนของนายกฯประยุทธ์

 

แถมยังพูดทำนอง “อนุทิน กลืนเลือด ยอมให้สังคมด่าทุกเรื่อง” แสดงให้เห็นว่า ภายในพรรคร่วมรัฐบาล เสถียรภาพคลอนแคลน เหมือนบางพรรค รอเวลาสวมชูชีพสละเรือเหล็กที่ใกล้จม 

 ความจริง "หมอตี๋" เขย่าขวัญ "หมอหนู"

หมอหนู เงียบ 

 

 

 

 

หมอหน้างาน

ถ้าจำกันได้ ช่วงต้นเดือน ก.ค.2564 “หมอตี๋” สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เรื่องการบริหารจัดการเตียงเพื่อรองรับผู้ป่วยโควิด โดยตอนหนึ่งได้เตือนว่า “มีความกังวลถึงสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในรอบ 7 วันนี้ อาจจะมีผู้ป่วยรอเตียงเสียชีวิตที่บ้านอีก” หลัง “หมอตี๋” พูดความจริงวันนั้น ก็มีรายงานข่าวผู้ติดเชื้อโควิดเสียชีวิต ระหว่างรอเตียงอยู่ภายในบ้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

 

“ผมได้ประสาน ภาคประชาสังคมและเอกชนที่คอยช่วยเหลือเราตลอดมา โดยจะทำงานร่วมกัน เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์นี้ บางเรื่องอาจจะไม่สมบูรณ์ 100 % แต่ความเร็วเพื่อรักษาชีวิต จะเป็นสิ่งแรก ที่ต้องคำนึงถึงครับ”

 

เสียงหมอตี๋ อาจแผ่วโหย เพราะเป็นแค่รัฐมนตรีช่วย แต่ความจริงเหล่านี้ จะไปถูกขยายแผลในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะมีขึ้นในเร็ววันนี้