++
ขณะที่พรรคก้าวไกล ชวนประชาชนร่วมลงชื่อ “รื้อระบอบประยุทธ์” ฟากฝ่ายนักเลือกตั้งก็เตรียม “รื้อระบบเลือกตั้ง” ทั้งพรรคพลังประชารัฐ, พรรคประชาธิปัตย์, พรรคภูมิใจไทย และพรรคชาติไทยพัฒนา ได้เห็นพ้องต้องกันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นระบบเลือกตั้ง เปลี่ยนจากจัดสรรปันส่วนผสม กลับไปใช้ “บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ”

จากอนาคตใหม่ สู้ก้าวไกล เลือกตั้งครั้งหน้าไม่ง่าย

 

เช้าวันที่ 10 มิ.ย.2564 ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์รายการเจาะลึกทั่วไทยอินไซด์ไทยแลนด์ ถึงความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของ 3 พรรคคือ ประชาธิปัตย์, ภูมิใจไทย และชาติไทยพัฒนา เตรียมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา 6 ฉบับ 
    

ที่น่าสนใจคือ ประเด็นระบบเลือกตั้ง ที่จะเปลี่ยนจาก “บัตรใบเดียว” จัดสรรปันส่วนผสม เป็น “บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ” แบ่งเป็น ส.ส.เขต 400 คน และส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน เหมือนรัฐธรรมนูญปี 2540
    

สอดคล้องกับไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ที่บอกว่า พรรคเสนอให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ เพื่อลดความขัดแย้ง หลังมีการโจมตีว่าพรรคพลังประชารัฐได้ประโยชน์จากบัตรเลือกตั้งใบเดียว  แต่พรรคต้องการให้ประเทศและกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าไปได้
    

การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเด็นบัตร 2 ใบนั้น พรรคเพื่อไทย ได้จุดพลุเรื่องนี้มาแต่ปีที่แล้ว ซึ่งเวลานั้น ส.ส.ฝั่งรัฐบาลยังไม่เห็นด้วย ผ่านมาถึงปีนี้ พรรคร่วมรัฐบาลต่างเห็นดีให้กลับไปใช้ระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ
    

เรื่องนี้มีคำตอบ เนื่องจากบรรดาเผ่าพันธุ์ “นักเลือกตั้ง” เห็นพ้องต้องกันว่า พรรคการเมืองที่ได้ผลประโยชน์จาก “บัตรใบเดียว” เต็มเม็ดเต็มหน่วยคือ พรรคอนาคตใหม่หรือพรรคก้าวไกล 
 

"ก้าวไกล" ใกล้จบ นักเลือกตั้งดับฝัน 

จากอนาคตใหม่ สู้ก้าวไกล เลือกตั้งครั้งหน้าไม่ง่าย

 

++
ดับฝันคู่แข่ง
++
อย่างที่เห็นกันอยู่ในเวลานี้ กลุ่มแคร์ พยายามปลุกผี “พี่โทนี่” ผ่านเวทีคลับเฮาส์ เพื่อดึงความสนใจจากคนรุ่นใหม่ เพราะรู้ดีว่า ในสนามเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคก้าวไกลจะเป็นก้างขวางคอของพรรคเพื่อไทย
    

พูดกันตรง ๆ ฐานเสียงของเพื่อไทยกับก้าวไกล ก็คือ ผู้รักประชาธิปไตย ไม่เอาเผด็จการ หากมีการเลือกตั้งครั้งใหม่ ใช้กติกาเลือกตั้งแบบเดิม พรรคเพื่อไทย ย่อมเสียเปรียบพรรคก้าวไกล
    

ปลายปีที่แล้ว พรรคเพื่อไทย ชงแก้ไขรัฐธรรมนูญ เสนอยกเลิกอำนาจวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 272 โดยพรรคเสนอเพิ่มเติมว่า นายกรัฐมนตรีนอกจากเลือกจากบัญชีของพรรคการเมืองแล้ว สามารถเลือกจาก ส.ส.ได้ด้วย 
    

รวมถึงการแก้ไขระบบเลือกตั้ง โดยแก้ไขระบบเลือกตั้งให้เป็นไปตามแนวทางของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 คือใช้บัตร 2 ใบ (เลือกคนและเลือกพรรค)
    

อิทธิฤทธิ์สูตรจัดสรรปันส่วนผสม หรือกติกาเลือกตั้งสูตรพิสดาร ทำให้ไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้แต่คนเดียว
    

ย้อนไปดู ผลการเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 โดยกติกาใหม่ ระบบจัดสรรปันส่วนผสม ใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว พรรคเพื่อไทย ได้ป็อบปูลาร์โหวต 7,920,630 เสียง ส.ส.เขต 136 คน แต่ไม่มี ส.ส.บัญชีรายชื่อแม้แต่คนเดียว
    

ส่วนพรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) ได้ 6,265,950 เสียง ส.ส.เขต 30 คนและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 50 คน
    

จากผลคะแนนป็อบปูลาร์โหวต พรรคเพื่อไทยกับพรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) ตัวเลขใกล้เคียงกันมาก พรรคหนึ่งไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แต่อีกพรรคหนึ่งได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ 50 คน
    

ต้องยอมรับว่า สมัยที่ใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ระบบเลือกใช้บัตร 2 ใบ (เลือกคนและเลือกพรรค) ผลการเลือกตั้ง 6 ม.ค.2544 พรรคไทยรักไทย ได้ ส.ส.เขต 200 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 48 คน รวม 248 คน 
    

เลือกตั้ง 6 ก.พ.2548 พรรคไทยรักไทย ได้ ส.ส.เขต 310 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 67 คน รวม 377 คน เป็นรัฐบาลพรรคเดียว
    

ฉะนั้น พรรคเพื่อไทยจึงดันเต็มที่ เพื่อให้แก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นระบบเลือกตั้ง และเป็นความบังเอิญที่พรรคร่วมรัฐบาล ก็เห็นดีเห็นงามด้วย
    

นักเลือกตั้งเก๋าเกมจากทุกพรรค ต่างมีศัตรูร่วมคือ พลพรรคสีส้ม ที่มี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นหัวแถว และธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ รับบทกองเชียร์ขอบสนาม