คอลัมนิสต์

ลุงป้อม ขยับ หาพรรคสำรอง  เล็ง เพื่อไทย แทน ภูมิใจไทย 

ลุงป้อม ขยับ หาพรรคสำรอง  เล็ง เพื่อไทย แทน ภูมิใจไทย 

25 เม.ย. 2564

ลุงป้อม ขยับ หาพรรคสำรอง เล็ง เพื่อไทย แทน ภูมิใจไทย 

การเมืองเรื่องโควิด กำลังเขย่ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯอย่างหนัก หลังการระบาดระลอก3 ที่ดูเหมือนว่ารัฐบาลไร้ประสิทธิภาพในการยับยั้งไวรัสตัวนี้ 
 
อย่างที่ทราบกันดีว่า ความระหองระแหงในพรรคร่วมรัฐบาลระหว่าง พลังประชารัฐ กับ ภูมิใจไทย ส่งผลต่อการร่วมมือกันในการบริหารงานในครม.  
 
ความไม่เป็นเอกภาพเห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆระหว่างตัวนายกฯ และ อนุทิน ชาญวรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยที่กำกับดูแลกระทรวงสาธารณสุข 
 
นับแต่การจัดหาวัคซีนที่มีความล่าช้า จนนายกฯต้องตั้งคณะกรรมการภาคเอกชนให้จัดหาวัคซีนในองค์กรธุรกิจเนื่องเพราะอำนาจการอนุญาตไปอยู่ที่คณะกรรมการอาหารและยา ที่มีพรรคภูมิใจไทยคอยกำกับอยู่  
 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไฟโควิดลามไหม้รู'หนู' อยู่ยาก

แต่กว่าจะถั่วจะสุกงาก็ไหม้ เพราะการระบาดระลอกที่3 ที่มีต้นตอมาจากสถานบันเทิงย่านทองหล่อ นอกจากดารา นักร้อง และสาวบริการจะติดโควิดแล้วเป็นตัวแพร่เชื้อไปทั่วประเทศ ยังมีรัฐมนตรีติดโควิดในช่วงเวลาเดียวกันด้วย แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธว่าไม่ได้ไปเที่ยวทองหล่อ แต่มีลูกน้องและตำรวจติดตามรวมถึงสส.ในพรรคไป สังคมก็คงมีคำตอบเองว่าไปหรือไม่ไป 
 
ประกอบกับการระบาดรอบ3 สะท้อนความบกพร่องในการบริหารจัดการของกระทรวงสาธารณสุขที่มี อนุทิน เป็นรัฐมนตรี เพราะมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ไม่สามารถตรวจหาเชื้อจากโรงพยาบาลได้ และไม่มีโรงพยาบาลรับคนป่วย นี่ถือเป็นความบกพร่องร้ายแรงของผู้บริหาร  
 
จนกระทั่งกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า หมอไม่ทน เปิดแคมเปญรณรงค์ล่ารายชื่อขับไล่ อนุทิน ออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี 
 
พล.อ.ประยุทธ์ ก็คงจะอึดอัดอยู่พอสมควร แต่ก็ทำอะไรได้ไม่มาก ต้องปล่อยให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และผู้จัดการรัฐบาลไปดำเนินการหาแผนสองรองกรณีฉุกเฉินเอาไว้ 
 
เพราะก่อนหน้านี้ พล.อ.ประวิตร ก็ได้พูดคุยกับ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ที่มีสัมพันงะ์อันดีกับ ทักษิณ ชินวัตร ที่สำคัญ สุริยะ ก็มีสส.ฝากเลี้ยงไว้ในพรรคเพื่อไทย จำนวนหนึ่ง เพื่อขอพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคทางเลือกหากจำเป็นต้องปรับคณะรัฐมนตรีเพื่อปรับพรรคภุมิใจไทยออก 
 
 

“ทางพรรคเพื่อไทย ยืนยันมาจากแดนไกลว่า ไม่มีเงื่อนไขและข้อต่อรองกับตำแหน่งรัฐมนตรี จะให้เก้าอีกระทรวงไหนก็ได้” แหล่งข่าวคนใกล้ชิดระดับแกนนำเปิดเผยการหารือกัน 
 
เช่นนี้เท่ากับว่าหากปรับพรรคภุมิใจไทยออก จะทำให้กระทรวงสาธารณสุข ที่มีความสำคัญในการต่อสู้กับโควิด มาอยู่ในมือของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่พล.อ.ประยุทธ์ ได้วางตัว นพ.ปิยสกล สกลสัตยาธร อดีตรมว.สาธารณสุขเอาไว้เป็นตัวตายตัวแทนในเก้าอี้ว่าการสาธารณสุข  
 
การปรับเปลี่ยนครั้งนี้จะเกิดขึ้นหลังจากมีการเปลี่ยนแปลในพรรคพลังประชารัฐ เพราะในการประชุมใหญ่ที่จะมีขึ้น พล.อ.ประวิตร จะประกาศลาออกเพื่อล้างไพ่แล้วให้สมาชิกเลือกหัวหน้าใหม่ ก็ยังเป็นพล.อ.ประวิตร เหมือนเดิม 
 
ส่วนตำหน่งเลขาธิการพรรคนั้น ให้ สันติ พร้อมพัฒน์ กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไปตกลงกันว่าใครจะเป็นเลขาธิการพรรค เพราะตำแหน่งเลขาธิการพรรคจะต้องมาพร้อมกับค่าใช้จ่ายพรรคเดือนละ20ล้าน  
 
เมื่อเปลี่ยนโครงสร้างใหม่พลังประชารัฐเสร็จสรรพแล้ว จะมีการปรับคณะรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะต้องปรับใหญ่ทั้งครม.มีการเกลี่ยเก้าอี้กันใหม่ จะอาศัยช่วงนี้ ปรับเอาพรรคที่มีปัญหาอย่างภุมิใจไทยออกไป แต่ข่าววงในรายงานว่า อย่างเร็วน่าจะหลังงบประมาณปี2565 ผ่านสภาไปเสียก่อน 
 
จากนั้นแก้ไขรัฐธรรมนูญแล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่