ใครที่เห็นปรากฎการณ์ ไล่นายกฯ "พล.อ.ประยุทธ์" ของ "กลุ่มจตุพร" ต้องบอกว่าไม่ปัง 
เนื่องจากขาดเงื่อนไขที่สุกงอม และปัจจัยร่วมอีกหลายประการ เลยทำให้ก ลุ่มต่างๆ ที่มีศักยภาพไม่ได้เข้าร่วม 

 

เอาแค่กลุ่มคนเสื้อแดงในภาคต่างๆ ที่มี "แรมโบ้ อีสาน -  "เสกสกล อัตถาวงศ์" ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ คอยประสานให้ออกมาแถลงข่าวว่าไม่เข้าร่วม ยิ่งทำให้คนที่ลังเลและไม่ตัดสินใจยังนิ่งอยู่กับที่รอดูท่าทีกันก่อน 

 


 


 

ที่สำคัญ กลุ่มคนกันเองอดีต นปช.อย่าง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ , เหวง โตจิราการ , ธิดา ถาวรเศรษฐ กลุ่มนี้ "สายตรงโทนี่ดูไบ"  ยังนิ่งเงียบ 
 

ฉะนั้นกลุ่มเสื้อแดง นปช.กลุ่มใหญ่ที่สุดคือ กลุ่มณัฐวุฒิ หากไม่เคลื่อน มวลชนก็ไม่ตาม จะมีเพียงเสื้อแดงปทุมและเสื้อแดงนนท์ ที่เคยมาร่วมกับม็อบเด็ก 3 นิ้วเท่านั้นที่มาประจำ ซึ่งไม่ได้มีพลังอะไร 
 

ดังนั้นบนเวที "จตุพร" แทนที่จะขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ กลายเป็นไปขับไล่ "แรมโบ้อีสาน" เกลอเก่าเสียงั้น เพราะว่า แรมโบ้ มีบทบาทสูงมากในการออกมาต่อต้านกลุ่มจตุพร ทั้งบนดินและใต้ดิน ภายใต้การบัญชาเกมของ 2 เสธ.เคียงกายนายกฯคือ "เสธ.เก๋" และ"เสธ.มิตร" 
 

การชุมนุมแบบไร้พลังที่สวนสันติพร จบลงอย่างเรียบง่าย แม้นจะมี  พิภพ ธงไชย และ วีระ สมความคิด มาร่วม ก็ไม่ได้ทำให้ฝ่ายรัฐบาลหนักใจเพราะทั้งสองคนนี้ ไม่มี"มวลชน"ให้การสนับสนุน 
 

ยิ่งเนื้อหาในการขับไล่ "พล.อ.ประยุทธ์" ขาดชุดความคิดที่ตกผลึกและชัดเจนก็ยิ่งทำให้การขับไล่พล..ประยุทธ์ ขาดความชอบธรรม และขาดการมีส่วนร่วมของม็อบกลุ่มอื่นๆ 
 
ที่เป็นเช่นนี้เพราะ ชื่อของ "จตุพร" ในแวดวงเคลื่อนไหวทางการเมืองนั้น ขายไม่ได้ ขายไม่ออก ด้วยปรากฎว่าจุดยืนนั้นไม่ได้อยู่กับร่องกับรอย ขนาดทักษิณ ชินวัตร นายใหญ่ นายเก่า "จตุพร" ยังหักหลัง ในสนามเลือกตั้งนายกอบจ.ที่เชียงใหม่ จตุพรก็ทำมาแล้ว ฉะนั้นคนอื่นๆ จึงหนีห่าง ไม่ยอมเอาตัวมาเกลือกกลั้วด้วย 
 
เชื่อว่า ม็อบจตุพร จะไม่ทำให้พล.อ.ประยุทธ์ เสียสมาธิ เพราะพรรคร่วมรัฐบาลต้องการเพียงเดินหน้าแก้ไขกติกาการเลือกตั้ง จากนั้น ก็จะนำไปสู่การยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ 
 

และด้วยเงื่อนไขของ 250 ส.ว. จะทำให้พล.อ.ประยุทธ์ กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง ที่สำคัญจะมีพรรคการเมืองเพิ่มอีกหลายพรรคเพื่อให้เป็นตัวเลือกในการที่พรรคพลังประชารัฐ จะเลือกมาร่วมรัฐบาล อย่างพรรคไทยสร้างไทย เป็นต้น.