++
พวกเขากลับมาแล้ว ไม่ใช่ใครที่ไหน? “คนเดือนตุลา” อดีตคนหนุ่มสาวเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ได้นัดรวมพลตอนวัย 60-70 ปี เพื่อหนุนช่วยนักกิจกรรมรุ่นลูกรุ่นหลาน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง...  14 ตุลา ความทรงจำ ของใครของมัน

 

ดราม่ารุ่นใหญ่ รวมพล "คนตุลา" หนุนสามนิ้ว

จาตุรนต์ ฉายแสง
    

บ่ายโมง วันศุกร์ที่ 2 เม.ย.2564 กลุ่ม OCTDEM นัดรวมตัวกันที่ประติมานุสรณ์ 6 ตุลา ข้างหอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และจะเดินจากธรรมศาสตร์ไปยังศาลฏีกา เพื่อยื่นหนังสือต่อตัวแทนประธานศาลฏีกา 
    

กลุ่ม OctDem (Octoberists for Democracy) คือกลุ่มคนทำกิจกรรม เมื่อช่วง 14 ต.ค.2516 ถึง 6 ต.ค.2519 
    

“หลายคนบอกว่า พวก Octoberists แก่แล้ว ควรกลับบ้านนอนได้แล้ว สังคมเป็นเรื่องของเด็กๆ แต่คนเดือนตุลารุ่นนั้นยังมีลมหายใจอยู่นี่นะ และหลายคนยังเป็น “ตุลาธรรม” ผู้รักความเป็นธรรม ไม่ใช่สลิ่มกิมกลวง เมื่อสังคมยังไม่มีความเป็นธรรม เมื่อเด็กๆ และประชาชนออกมาต่อสู้เพื่อสังคมที่ดีกว่าแล้วถูกอำนาจรัฐเผด็จการทำร้ายอย่างอยุติธรรม ถึงใครจะไล่คนรุ่นเดือนตุลาไปนอน  คนรุ่นเดือนตุลาหลายคนก็นอนไม่หลับ เรายังมีเรื่องราวบอกเล่าแลกเปลี่ยน มีวาระสังคมนำเสนอ มีความต้องการสนับสนุนคนรุ่นใหม่ผู้รักความเป็นธรรม ฯลฯ”
    

จุดเริ่มต้น OctDem อ้างอิงปากคำ “ใบตองแห้ง” พิธีกรรายการทีวีช่องวอยซ์ ทีวี ที่มาจากการพูดคุยกันในงานศพมารดาของ “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ที่วัดธาตุทอง  จึงเกิดไอเดียตั้ง OctDem (Octoberists for Democracy) 

 

ดราม่ารุ่นใหญ่ รวมพล "คนตุลา" หนุนสามนิ้ว

หมอมิ้ง กลุ่มแคร์


++
ไผเป็นไผ
++
งานแรกของ OctDem คือการจัด Clubhouse ร่วมกับกลุ่ม CARE คิดเคลื่อนไทย โดยเชิญ ธงชัย วินิจจะกูล หนึ่งในคนเดือนตุลา มาพูดคุยในหัวข้อ “ศาล หลักนิติธรรม กับความขัดแย้งแตกแยกของสังคมไทย” ร่วมกับ จาตุรนต์ ฉายแสง, พนัส ทัศนียานนท์ และนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี 
    

สำหรับแกนนำกลุ่ม OctDem จากหลากหลายอาชีพ เช่น เกรียงกมล เลาหไพโรจน์ อดีตเลขาธิการศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (ศนท.),สิตา การย์เกรียงไกร อดีตกรรมการ ศนท. ,จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตนายกสโมสรนักศึกษาเชียงใหม่ ,นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช เลขาธิการพรรคแนวร่วมมหิดล, นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตนายกสโมสรนักศึกษามหิดล, กฤษฎางค์ นุตจรัส อดีตนายกองค์การนักศึกษาธรรมศาสตร์, สุรชาติ บำรุงสุข อดีตอุปนายกสโมสรนิสิตจุฬาฯ , พลากร จิรโสภณ อดีตเลขาธิการศูนย์กลางนักเรียนแห่งประเทศไทย เป็นต้น
 

ดราม่ารุ่นใหญ่ รวมพล "คนตุลา" หนุนสามนิ้ว

อ้วน กลุ่มแคร์

 

 

 

++
ดราม่ารุ่นใหญ่
++
ด้านนักวิชาการอย่าง “พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์” ที่เคยร่วมขบวนต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยุค 14 ตุลา และเคยเข้าร่วมการต่อสู้ด้วยอาวุธในป่าเขา หลัง 6 ตุลา ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “ไม่มียี่่ห้อ เป็นคนเดือนตุลาอะไรที่ไหน และถือเป็นการด่ากันถ้ามาเรียกว่าเป็นคนเดือนตุลา”
    

อาจารย์พิชิต ยังลำดับเหตุการณ์การเมืองที่เกี่ยวข้องกับ “คนเดือนตุลา” ตั้งแต่ยุคอกหักออกจากป่า หลบหน้าหลบตาผู้คน จนถึงยุคฟองสบู่แตก
    

“คนเดือนตุลาในวงวิชาการและการเมือง "พลิกคดี" ได้สำเร็จในยุค 2540 มีอนุสรณ์เล็ก ๆ ให้ระลึกถึง "คนเดือนตุลา" จึงกลายเป็น "วีรชนผู้จากไป" Fallen Heroes ที่เศร้าและโรแมนติก นับแต่นั้น "คนเดือนตุลา" ก็ผุดขึ้นมายังกับดอกเห็ดในแทบทุกแวดวงอาชีพ”
    

หลังรัฐประหาร 2549 คนเดือนตุลา แตกออกเป็นเสี่ยงๆ มีทั้งหนุนทหารไล่ทักษิณ หรือรักทักษิณต้านทหาร
    

ที่แย่ไปกว่านั้น พิชิตบอกว่า มี “คนตุลา รอ.” ที่พลิกขั้วไปเป็นแกนนำกลุ่มอนรักษ์หรือกลุ่มจารีต รวมถึง “คนตุลา รท.” ที่เวียนว่ายอยู่ในแวดวงการเมือง และคนรุ่นนี้ก็มีส่วนทำให้บ้านเมืองวุ่นวายมาจนถึงวันนี้
    

“ปัจจุบันชื่อ "คนเดือนตุลา" กลายเป็น "ยี่ห้อ" ที่อ้างกันอย่างภาคภูมิออกสื่อหลักและโซเชียลหรือบนเวทีเสวนา บางคนถึงขนาดเรียกชื่อจัดตั้งของตัวเองว่า "สหายxxx" ทั้งที่ตัวยังสวมเสื้อเหลืองหรือชุดสีกากีอยู่เลย เดือนตุลาของทุกปีถือเป็น "เดือนเช็งเม้ง" ที่จะมารำลึกอดีตแถมด้วยเสวนาที่เอาคนดังเดือนตุลาหน้าเดิม ๆ มานั่งบนเวทีคุยเรื่องเดิม ๆ ถึงประสบการณ์เดิม ๆ กัน”
    

นักวิชาการปีกประชาธิปไตย ที่ประกาศว่า อย่ามาเรียกขานว่า “คนเดือนตุลา” กลับยกย่องคนเดือนตุลากลุ่มหนึ่ง
    

“คนที่น่านับถือที่สุดคือ ลุงป้าคนเดือนตุลาจำนวนหนึ่งที่โนเนม โนบอดี้ ไม่ใช่นักวิชาการหรือนักการเมืองดัง แต่บริจาคเงินมากมายและยืนหยัดร่วมกับเสื้อแดงในอดีตมาจนถึงร่วมกับ นร. นศ.ในวันนี้ คนเหล่านี้แหละที่ เวลาเปลี่ยน สังขารเปลี่ยน แต่อุดมการณ์ยิ่งมั่นคง”