คึกคักหนักแน่นทั้งแผ่นดินเมียนมา เมื่อมวลมหาประชาชนเรือนล้าน ออกมารวมพลังไล่กองทัพเมียนมา หรือ "ตั๊ดมะด่อ

ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊ค PJW และแฟนเพจเฟซบุ๊ค Travel by Naw Htike ได้ใช้โดรนบินถ่ายภาพมุมกว้างที่เห็นการชุมนุมของมวลชนนับแสน บริเวณแยกเลดัน ย่างกุ้ง เปรียบเช่นเดียวกันกับสี่แยกราชประสงค์ กรุงเทพฯ

ในโซเชียลชาวพม่า หลายคนเรียกว่า “ย่างกุ้งสปริง” ที่ล้อเลียนมาจาก “อาหรับสปริง” กระแสคลื่นการปฏิวัติของประชาชนที่ลุกลามเป็นโดมิโนในโลกอาหรับ และแอฟริกาเหนือ 

สื่อออนไลน์ในเมียนมา ต่างนำเสนอภาพและข่าวประชาชนทั่วประเทศเมียนมา นัดหยุดงานในแคมเปญ ‘22222’ หรือ “22.2.2021” ที่จุดเริ่มที่ย่างกุ้ง ก่อนจะไหลลามไปทั่วแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นเนปิดอว์ ,มัณฑะเลย์, พะสิม, พะโค, มะริด, ทวาย, หลอยก่อ, เมียวดี, ผาอัน, ปินโหลง ,หลอยแหลม ,หล่าเสี้ยว, เมียวดี, ท่าขี้เหล็ก ฯลฯ 

ย่างกุ้งสปริง'22222'ล้านไล่ 'ตั๊ดมะด่อ'

ชุมนุมใหญ่ในย่างกุ้ง (ภาพ : เพจ PJW)


  ย่างกุ้งสปริง'22222'ล้านไล่ 'ตั๊ดมะด่อ'

การชุมนุมใหญ่ ที่เนปิดอว์ (ภาพ : Myanmar Harp Media)

ผู้ชุมนุมมีครบทุกชั้นชน ทั้งคนชั้นกลาง เยาวชนคนรุ่นใหม่ ไปจนถึงชาวบ้านรากหญ้า ที่สำคัญ กลุ่มชาติพันธุ์ได้ออกมาชุมนุมประท้วงอย่างต่อเนื่อง อาทิชาวมอญ เมืองมะละแหม่ง รัฐมอญ, ชาวกะเหรี่ยงแดง รัฐกะยา, ชาวไทใหญ่ เมืองตองจี รัฐฉาน, ชาวชิน รัฐชิน, ชาวคะฉิ่น เมืองมิตจีน่า รัฐคะฉิ่น, ชาวกะเหรี่ยง เมืองผาอัน รัฐกะเหรี่ยง ฯลฯ 

ย่างกุ้งสปริง'22222'ล้านไล่ 'ตั๊ดมะด่อ'

กลุ่มผู้ประท้วงในเขตชนบท

ประเมินตัวเลขประชาชนที่ออกมาชุมนุมตามแคมเปญ ‘22222’ ทั่วประเทศ รวมแล้วหลายล้านคน

มิเพียงเท่านั้น กิจการภาคเอกชนได้หยุดงานกันพร้อมเพรียง นับแต่ห้างสรรพสินค้าในย่างกุ้ง ไปจนถึงตลาดตามหัวเมืองใหญ่น้อย ทุกร้านทุกกิจการหยุดโดยสิ้นเชิง

การชุมนุมใหญ่ครั้งนี้ ด้านหลักคือการสนับสนุน “ขบวนการทำอารยขัดขืนต้านรัฐประหาร” (Civil Disobedience Movement) หรือที่ถูกเรียกชื่อย่อว่า CDM 

ขบวนการ CDM ได้เริ่มต้นหลังกองทัพพม่าทำรัฐประหารเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2564 โดยกลุ่มอาชีพแรกที่ไม่ขอร่วมกับกองทัพ คือ บุคลากรสาธารณสุข อย่างแพทย์และพยาบาล ก่อนที่ขบวนการนี้จะถูกขยับขยายไปยังเจ้าหน้าที่รัฐภาคส่วนอื่น ๆ ทั่วประเทศ เช่น พนักงานรถไฟ เจ้าหน้าที่กระทรวงต่าง ๆ พนักงานการไฟฟ้า ตำรวจ และอื่นๆ  
 

ภาคประชาชนเมียนมา ต้องการเห็นกลไกราชการเป็นอัมพาต เพื่อจะหยุดยั้งอำนาจกองทัพเมียนมา หรือตั๊ดมะด่อ ดังนั้น พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ประธานสภาบริหารแห่งรัฐ จึงต้องออกมาปรามก่อนที่ขบวนการนี้จะลุกลามต่อไป 

ดังเช่นการสลายการชุมนุมที่อู่ต่อเรือ เมืองมัณฑะเลย์ ทหารและตำรวจเมียนมา ใช้ปืนยิงเข้าใส่กลุ่มพนักงานอู่ต่อเรือที่ผละงาน อารยะขัดขืน

อย่างไรก็ตาม ประชาชนเมียนมา ได้แสดงออกให้เห็นแล้วว่า พวกเขาไม่กลัวอำนาจเผด็จการ แม้จะใช้กำลังทหารเข้าข่มขู่ ปราบปรามรุนแรงแค่ไหน แต่ประชาชนก็ยืนหยักต่อสู้ตามแนวสันติวิธี