++
เช้าวันที่ 18 ก.พ.2564 สำนักข่าวออนไลน์  Myanmar Now , Khit Thit Media และ Kamayut Media ได้รายงานความเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้านการทำรัฐประหาร ด้วยการรณรงค์ “broken-down car campaign” เป็นวันที่ 2 จึงมีภาพ “รถจอดเสีย” บนถนนในย่างกุ้ง เหมือนวันแรก(17 ก.พ.) ที่เริ่มกลยุทธ์นี้

 

วัันที่ 2 ของแคมเปญจอดรถเสีย ประท้วงสันติวิธี

 


    

สืบเนื่องจากเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา กองทัพเมียนมา ได้ส่งรถหุ้มเกราะ และกำลังทหารเข้ามาประจำการในพื้นที่รอบในกรุงย่างกุ้ง และตัวเมืองใหญ่ ผู้ชุมนุมต้านกองทัพเมียนมา จึงงัดกลยุทธ์จอดรถเสียกลางถนน เพื่อปิดกั้นเส้นทางไม่ให้รถหุ้มเกราะ หรือรถของเจ้าหน้าที่ผ่านเข้าไปยังพื้นที่ชุมนุมได้ 
    

ฉะนั้น วานนี้(17 ก.พ.)ในกรุงย่างกุ้ง จึงไม่มีภาพรถหุ้มเกราะ และทหาร แต่กลับมีภาพการชุมนุมใหญ่ มวลชนเรือนแสนที่แยกเจดีย์สุเล รวมถึงการชุมนุมตามหัวเมืองใหญ่ๆ 
    

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 2 ของกลยุทธ์จอดรถขวางถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจเมียนมา ได้เตรียมรับมือ โดยนำรถยกไปประจำการจุดสำคัญๆ หากมีการจอดรถขวางถนน ก็ดำเนินการยกรถออกไปทันที
    
    

พม่าโมเดล จอดรถขวางรถถังกลยุทธ์ล้ม "มินอ่องหล่าย" 

พม่าโมเดลแห่งแรกในโลก ที่ประท้วงแบบนี้


ภาพรวมการต่อสู้ของประชาชนเมียนมา ยังอยู่ในกรอบสันติวิธี และผลพวงการรณรงค์อารยะขัดขืน ธนาคารพาณิชย์ทั่วประเทศยังคงปิดทำการ ยกเว้นบริการผ่านเครื่อง ATM เนื่องจากพนักงานธนาคารจำนวนมากเข้าร่วมแคมเปญต่อต้านรัฐประหารโดยสันติวิธี
    

ธนาคารพาณิชย์ในพม่ายังไม่ประกาศว่าจะกลับมาเปิดทำการเมื่อไหร่ และไม่มีแถลงการณ์ใดจากสมาคมธนาคารหรือธนาคารกลางของพม่า
    

มินับกลุ่มแพทย์และพยาบาลในโรงพยาบาลของรัฐ ที่หยุดงานประท้วงไปแต่วันแรกๆ รวมถึงข้าราชการ และพนักงานรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง ก็หยุดงานเช่นกัน

 

พม่าโมเดล จอดรถขวางรถถังกลยุทธ์ล้ม "มินอ่องหล่าย" 

พม่าโมเดลแห่งแรกในโลก ที่ประท้วงแบบนี้

 


++
ซูจีอยู่ไหน?
++
สำหรับออง ซานซูจี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ ยังถูกควบคุมตัวอยู่ในบ้านพัก กรุงเนปิดอว์ เมื่อวันที่ 16 ก.พ.2564 สภาบริหารแห่งรัฐหรือกองทัพเมียนมา ได้ยื่นฟ้อง อองซาน ซูจี และอู วินมินท์ อดีตประธานาธิบดีสหภาพเมียนมา โดยมีการนำตัว 2 อดีตผู้นำไปขึ้นศาลซาบูติริ กรุงเนปิดอว์ นัดแรก เพื่อรับการพิจารณาคดีผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนท์ 
    

อองซาน ซูจี ถูกฟ้องใน 2 ข้อหาคือ มีการครอบครองวิทยุสื่อสารเถื่อน ผิดกฎหมายการนำเข้าและส่งออก มาตรา 8 อีกข้อหาที่เพิ่มเข้ามา ได้แก่กรณีอองซาน ซูจี ลงพื้นที่พบประชาชนในช่วงโควิดระบาด ผิดกฎหมายจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ มาตรา 25
    

ส่วน อู วินมินท์ มีการลงพื้นที่หาเสียงช่วงโควิดระบาด ผิดกฎหมายจัดการภัยพิบัติแห่งมาตรา 25 ซึ่งการพิจารณาคดีในครั้งที่ 2 จะมีขึ้นในวันที่ 1 มี.ค.2564 
    

อนึ่ง มาตรา 8 กฎหมายว่าด้วยการนำเข้าและส่งออก มีโทษจำคุก 3 ปี หรือปรับ และมาตรา 25 กฎหมายจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ มีโทษจำคุก 3 ปี
    

ไม่ว่า 5 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลอองซาน ซูจี จะบริหารประเทศดีหรือไม่ดีอย่างไร แต่คนพม่าก็ถือว่า เธอเป็นสัญลักษณ์แห่งประชาธิปไตย จึงออกมาร่วมชุมนุมบนท้องถนนมากมาย เรียกร้องให้ปล่อยตัวเธอ และอดีตประธานาธิบดี
 

พม่าโมเดล จอดรถขวางรถถังกลยุทธ์ล้ม "มินอ่องหล่าย" 

อองซานซูจี ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งประชาธิปไตย

 

++
เสียงจากกองทัพ
++
วันที่ 16 ก.พ.2564 ซอมินทุน โฆษกสภาบริหารแห่งรัฐ ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 16 ก.พ. ระบุว่า กองทัพเมียนมา “ไม่ได้ทำรัฐประหาร” เพียงแต่ปฏิบัติหน้าที่ภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี 2551


สภาบริหารแห่งรัฐ จะเดินหน้าโรดแมพ 5 ขั้นตอน ได้แก่ 1. ปฏิรูปคณะกรรมการจัดการเลือกตั้ง (UEC) และดำเนินมาตรการต่าง ๆ ที่จำเป็น ซึ่งรวมถึงตรวจสอบผู้มีสิทธิเลือกตั้งตามกฎหมาย
    

2.มุ่งยกระดับและดำเนินการตามแผนปฏิบัติการควบคุมโรคโควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในประเทศ 3.แก้ปัญหาทางเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากช่วงโควิด-19 อย่างเร่งด่วน 
    

4.สานต่อเจรจาเพื่อสร้างสันติภาพในประเทศอย่างถาวร และให้เป็นไปตามข้อกำหนดข้อตกลงหยุดยิงทั่วประเทศ หรือ Nationawide Ceasefire Agreement (NCA) 
    

5.หลังสิ้นสุดการบังคับใช้สถานการณ์ฉุกเฉิน จะจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้ง โดยให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และส่งผ่านอำนาจสู่พรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง โดยให้เป็นไปตามหลักการของรัฐธรรมนูญ 2551 และหลักประชาธิปไตย
    

คลื่นอารยะขัดขืนไหลลามไปทั้งประเทศ รัฐบาลทหารเมียนมา ยังมั่นใจว่า ประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนกองทัพ