++
ค่ำคืนวันวาเลนไทน์(14 ก.พ.2564) สถานการณ์ในเมียนมา เต็มไปด้วยความตรึงเครียด เมื่อ “ตั๊ดม่ะด่อ” หรือกองทัพเมียนมา ส่งรถหุ้มเกราะล้อยาง และกำลังทหารเข้าประจำการในตัวเมืองใหญ่ รวมถึงกรุงย่างกุ้ง เมืองหลวง เพื่อรักษาความปลอดภัย

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง...  เขย "ตานฉ่วย" ชู 3 นิ้วอะไรก็เกิดขึ้นได้

    

เสียงปืนแตก "ตั๊ดม่ะด่อ"  เข้มคุมอารยะขัดขืน

รถหุ้มเกราะ จอดที่หน้าธนาคารกลาง กรุงย่างกุ้ง

 

นอกจากนั้น ผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตในเมียนมา ได้แจ้งว่า จะมีการตัดสัญญาณอินเตอร์เน็ต ระหว่างเวลา 01.00 น. ของเช้าวันใหม่จนถึงเวลา 09.00 น.
    

เวลาเดียวกัน แฟนเพจเฟซบุ๊ก People Media ได้อ้างข้อมูลจากกองทัพเมียนมาว่า ทหารจะออกมารักษาความปลอดภัย เพื่อให้ประชาชนนอนหลับพักผ่อน และชุมชนสงบสุข
    

สาเหตุที่ทหารเมียนมาเคลื่อนกำลังยามวิกาล สืบเนื่องจากวันจันทร์ที่ 15 ก.พ.2564 ขบวนการต่อต้านการทำรัฐประหาร ได้รณรงค์ข้าราชการก่อการ Civil Disobedience  Myanmar (CDM) เต็มรูปแบบ เพื่อให้กลไกราชการเป็นอัมพาตทั้งประเทศ 
    

ขณะเดียวกัน พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ประธานสภาบริหารภาครัฐ (SAC) ได้สั่งให้ข้าราชการที่หยุดงานได้กลับเข้าทำงานตามปกติ 

 

เสียงปืนแตก "ตั๊ดม่ะด่อ"  เข้มคุมอารยะขัดขืน

ชุมนุมวันที่ 10 หนุนอารยะขัดขืน


++
เรียกร้องอารยะขัดขืน
++
เวลา 09.00 น.วันที่ 15 ก.พ.2564 สัญญาณอินเตอร์เน็ต กลับมาใช้ได้ตามปกติ การชุมนุมต้านการทำรัฐประหารโดยกองทัพเมียนมา ได้เริ่มต้นขึ้นเป็นวันที่ 10 โดยมีกลุ่มดารานักแสดง และประชาชนมารวมตัวกันที่หน้าแบงก์ชาติเมียนมา 
    

พวกเขาพวกเขาเรียกร้องให้ข้าราชการทุกคน มีส่วนร่วมในการยุติกลไกการบริหารทั้งหมด เพื่อล้มล้างระบอบรัฐประหาร
    

เหนืออื่นใด นับแต่เกิดรัฐประหารในเมียนมา นี่เป็นวันแรกที่มี “ตั๊ดม่ะด่อ” หรือทหารเมียนมา ได้เข้ามาปฏิบัติการคุมฝูงชนแทนตำรวจ ในย่างกุ้ง, พะโค, มัณฑะเลย์, ตองจี, ท่าขี้เหล็ก ฯลฯ 
    

เสียงปืนแตก "ตั๊ดม่ะด่อ"  เข้มคุมอารยะขัดขืน

รถทหารในเมืองมัณฑะเลย์

 

 

ก่อนหน้านั้น พล.อ.อาวุโส มินอ่องหล่าย ได้ใช้กำลังตำรวจเข้ามาดูแลความสงบ ปรากฏว่า ตำรวจท้องถิ่นในหลายเมือง ได้แปรพักตร์ไปเข้ากับฝ่ายผู้ชุมนุมประท้วง ด้วยเหตุนี้ กองทัพเมียนมา จึงต้องส่งกำลังทหาร พร้อมรถหุ้มเกราะ ออกสู่ท้องถนน
    

องค์กร 88 Generation Peace and Open Society ภายใต้การนำของกลุ่มผู้นำนักศึกษา รุ่น 88 อย่างมินโกหน่าย และจิมมี่ พยายามย้ำหลักการต่อสู้สันติวิธี และเชื่อว่า “CDM อารยะขัดขืน เป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการต่อสู้ครั้งนี้”
    

ทั้งมินโกหน่าย และจิมมี่ มีบทเรียนจากการลุกขึ้นสู้ในปี ค.ศ.1988 พวกเขาและพรรคเอ็นแอลดีของอองซานซูจี ชุมนุมเรียกร้องให้มีประชาธิปไตย แต่การประท้วงครั้งนั้น จบลงด้วยการปราบปรามของกองทัพเมียนมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึงราว 5,000 ศพ 
    

ดังนั้น ชาวพม่าทุกชั้นชน และชาติพันธุ์ จึงลุกขึ้นสู้ด้วยแนวทางสันติวิธี หนุนอารยะขัดขืนแบบเข้มข้นคือ ข้าราชการทุกคนลาออก พวกเขาได้จัดตั้งกองทุนช่วยเหลือข้าราชการที่ลาออกไว้พร้อมแล้ว

เสียงปืนแตก "ตั๊ดม่ะด่อ"  เข้มคุมอารยะขัดขืน

สถานการณ์ที่โรงไฟฟ้ารัฐคะฉิ่น

 

++
เสียงปืนแตก
++
เหตุการณ์การชุมนุมของประชาชนที่ด้านหน้าโรงไฟฟ้า Bugar Electric Power เมืองมิตจีนา รัฐคะฉิ่น เพราะมีข่าวว่า ทหารเข้าไปประจำการที่โรงไฟฟ้า และอาจตัดกระแสไฟฟ้า ประชาชนออกมามาประท้วงที่ด้านหน้าโรงไฟฟ้าเป็นเวลา 3 วันแล้ว
    

สถานการณ์ตรึงเครียดตอนหัวค่ำวันที่ 14 ก.พ.2564 เมื่อทหารดำเนินกลยุทธ์สลายการชุมนุมรอบนอกโรงไฟฟ้า จากรายงานของสื่อท้องถิ่น The 74 Media, Myitkyina News Journal และ Kachinwaves มีเสียงปืนดังเป็นชุดๆ และประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง และมีผู้สื่อข่าวถูกจับกุมตัวไป 5 คน คือ นักข่าวสำนักข่าว EPN 2 คน , The 74 Media 2 คน และ Mizzima  1 คน 
    

จนถึงเช้าวันที่ 15 ก.พ.นี้ สื่อท้องถิ่นในเมืองมิตจีน่า รายงานว่า นักข่าว 5 คนที่ถูกจับตัวไปยังไม่มีใครทราบว่าถูกนำตัวไปไว้ที่ใด
    

อย่างไรก็ตาม เมื่อเสียงปืนเงียบลง ประชาชนก็ยังปักหลักชุมนุม แต่ขยับห่างออกจากแนวรั้วโรงไฟฟ้า