++
    ช่วงวันที่ 11 ม.ค.2564 มีข่าวลือทั่วเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ว่า ชาวจีนคนหนึ่งมาเล่นพนันในกาสิโนคิงส์โรมัน ประสบอุบัติเหตุ ถูกส่งไป รพ.แขวงบ่อแก้ว ตรวจพบเชื้อโควิด ต่อมา มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของกาสิโน ได้ปิดทาง-ออก ห้ามรถยนต์ผ่านเข้าเขตสถานบันเทิง ตลาด และกาสิโน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
ปิดกาสิโนยาว ลาวส่งแรงงานพม่ากลับ

รุ่งขึ้น(วันที่ 12 ม.ค.2564) แฟนเพจเฟซบุ๊ค เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ได้โพสต์ชี้แจงข่าวลือดังกล่าวข้างต้นไม่เป็นความจริง พร้อมประกาศว่า ยังเปิดให้มีการเข้า-ออก เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำได้ตามปกติ
  

                              ลือโควิดปิดกาสิโน สามเหลี่ยมทองคำ

 

 วันเดียวกัน รองเจ้าแขวงบ่อแก้ว ในนามหัวหน้าคณะเฉพาะกิจป้องกัน ควบคุมโควิดขั้นแขวง ได้ทำหนังสือถึงเจ้าเมืองต้นผึ้ง และคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ 
    1.เห็นชอบให้ปิดเทศบาลเมืองต้นผึ้ง และเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เป็นเวลา 14 วัน ตั้งแต่ 12-25 ม.ค.2564
    2.มอบให้เจ้าหน้าที่ตั้งด่านตรวจ ที่ประตูเข้าเมืองต้นผึ้ง และสี่แยกบ้านโพนโฮม 
    3.ให้เมืองต้นผึ้ง ใช้กำลังทหาร ตำรวจ ประจำการตามจุดตรวจดังกล่าว 
    คำสั่งปิดเมือง ปิดสามเหลี่ยมทองคำของแขวงบ่อแก้ว ทำให้ข่าวลือเรื่องชาวจีนติดโควิด มีน้ำหนัก มีความน่าเชื่อว่าเกิดขึ้นจริง แต่ทางการแขวงบ่อแก้วไม่ได้ยืนยันในเรื่องนี้ รวมถึงคณะกรรมการป้องกัน ควบคุมโควิดระดับชาติ ก็ไม่ได้แถลงเกี่ยวกับกรณีคนจีนตรวจโควิด มีผลเป็นบวก

ตกเย็น คณะกรรมการคุ้มครองเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ได้ออกมาตรการคุมเข้ม ไม่ถึงขั้นล็อกดาวน์ ห้ามรถสัญจรเข้า-ออก ร้านขายอาหารห้ามนั่งกินในร้าน ให้ซื้อกลับบ้านได้ปิดห้างสรรพสินค้า ร้านบันเทิง ร้านคาราโอเกะ ร้านเกมออนไลน์ ฯลฯ 

 

                   ลือโควิดปิดกาสิโน สามเหลี่ยมทองคำ

 

ช่วงที่โควิดระบาดต้นปี 2563 รัฐบาลลาวได้สั่งปิดด่าน ทั้งด่านสากล ด่านประเพณี ห้ามคนเข้า-ออก เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ และกาสิโนคิงส์โรมัน ก็ปิดลงชั่วคราว
    ปลายปีที่แล้ว สถานการณ์โควิดในลาวคลี่คลาย ไม่มีผู้ป่วยรายใหม่ จึงผ่อนปรนให้เปิดกาสิโน และห้างร้านต่างๆ ในสามเหลี่ยมทองคำ โดยมีนักพนันชาวจีน เมียนมา และไทย ที่แวะเวียนไปเล่นพนันที่ จ.ท่าขี้เหล็ก เมียนมา แล้วก็ข้ามโขงมาเล่นกาสิโนคิงส์โรมัน 
    ดังที่รู้กัน “จ้าว เหว่ย” ประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ มีความสนิทสนมกับ “ผู้นำรัฐบาลลาว” และเริ่มมีขยายบทบาทการลงทุนทำธุรกิจด้านเกษตรกรรม และท่องเที่ยวไปยังแขวงเชียงขวาง และแขวงหัวพัน