++
สมกับเป็นคู่เอกของภาคใต้ ศึกเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา ระหว่าง ไพเจน มากสุวรรณ์ ค่าย ปชป. กับ พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล ค่าย พปชร. ปรากฏว่า ฝ่าย “ไพเจน” ชนะ แต่ “ผู้การชาติ” ไม่จบ เดินหน้าร้องเรียน กกต. เกี่ยวกับการทุจริตการเลือกตั้ง
    

 

คนกันเอง "ผู้การชาติ-เดชอิศม์" ศึกนอกสังเวียน

นายกชาย และภรรยา ว่าที่รองนายก อบจ.สงขลา

 

วันที่ 4 ม.ค.2564 พ.อ.สุชาติ พร้อมสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. และกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร เดินทางมาสำนักงาน กกต.สงขลา ยื่นหนังสือร้องเรียนคัดค้านผลการเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา 
    

วันที่ 5 ม.ค.2564 ที่โรงเเรมคลิสตัล หาดใหญ่ เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา และไพเจน มากสุวรรณ์ ได้เปิดการแถลงข่าวชี้แจงประเด็นข้อร้องเรียน ช่วงเลือกตั้ง นายก อบจ.สงขลา
    

ทั้ง “เดชอิศม์” และ “ไพเจน” พร้อมจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด หากทาง พ.อ.สุชาติ มีหลักฐานมายื่น ทาง ปชป.ก็พร้อม เเละยืนยันว่าไม่มีการทุจริต รวมไปถึงไม่มีการยุบพรรคอย่างเเน่นอน
    

ในการแถลงข่าว ส.ส.เดชอิศม์ ยังพาดพิง พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล และสมพงษ์ สระกวี ที่จงใจปราศรัยในหลายเวที พุ่งเป้าโจมตีตัวเขา และบางเรื่อง ทำให้เขาเสียหาย
    

“นายกชาย” หรือเดชอิศม์ ยังตัดพ้อว่า พ.อ.สุชาติ และสมพงษ์ ก็เป็นคนรู้จักกันมาก่อน ไม่น่าเล่นเกมแรงอย่างนี้ 

 

คนกันเอง "ผู้การชาติ-เดชอิศม์" ศึกนอกสังเวียน

ผู้การชาติ และสมพงษ์ สระกวี

 


++
สงครามตัวแทน
++
เนื่องจาก ไพเจน มากสุวรรณ์ ว่าที่นายก อบจ.สงขลา วางตัวทีมบริหาร ประกอบด้วยรองนายก คนที่ 1 ชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว อดีต ส.ส.สงขลา (ถาวร เสนเนียม ส่งเข้าประกวด) ,รองนายกคนที่ 2 อับดุลรอหมาน กาเหย็ม อดีตรองนายก อบจ.สงขลา (ยุค นิพนธ์ บุญญามณี เป็นนายก อบจ.สงขลา) และรองนายกคนที่ 3 “น้ำหอม” สุภาพร กำเนิดผล ภรรยา “นายกชาย” เดชอิศม์ ขาวทอง ส.ส.สงขลา 
    

เหนืออื่นใด ส.ส.เดชอิศม์ เคยแจ้งความประสงค์จะลงสนามนายก อบจ.สงขลา มาก่อนหน้านี้ เมื่อมีเสียงทักท้วง เลยต้องถอย แต่ก็ส่งหวานใจ “น้ำหอม” ลงสนามแทน
    

ฝ่าย พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล จึงพุ่งเป้าไปที่ ส.ส.เดชอิศม์ ในฐานะแม่ทัพหลังม่านตัวจริง
    

เดชอิศม์ ขาวทอง หรือชื่อเดิม วรวิทย์ ขาวทอง เป็นคน อ.รัตภูมิ เริ่มเล่นการเมืองจากเวที สจ.สงขลา และก้าวเป็นนายก อบจ.สงขลา จนคนเรียกขานว่า “นายกชาย”
    

ปี 2548 นายกชาย หัวคะแนนของถาวร เสนเนียม อยากลงสมัคร ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ แต่ปีนั้น นิพนธ์ บุญญามณี ขึ้น ส.ส.บัญชีรายชื่อ จึงหนุนประพร เอกอุรุ ลงสมัคร ส.ส. แทน ทำให้ “นายกชาย” ต้องไปสมัคร ส.ส.ในสีเสื้อไทยรักไทย
    

ตอนนั้น “ผู้การชาติ” และสมพงษ์ สระกวี ยังสังกัดพรรคไทยรักไทย จึงช่วย “นายกชาย”กับ “เสี่ยเกมส์” ประพร เอกอุรุ ที่สนามสงขลา เขต 5 แต่นายกชายก็พ่ายกระแส ปชป. 
 

++
ฉีกปฏิญญาสงขลา
++
การเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา ปี 2551 ถาวร เสนเนียม สนับสนุนทีมรักสงขลาของ “นายกชาย” แต่ก็พ่าย นวพล บุญญามณี หัวหน้าทีมสงขลาพัฒนา
    

ต่อมา นวพลเจอใบเหลือง มีการเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลาอีกหน “นายกชาย” ลงสนามแข่งกับอุทิศ ชูช่วย ก็แพ้อีก หลังพ่ายเลือกตั้งนายก อบจ.สองรอบ "นายกชาย" ผู้ยึดคติที่ว่า "ไม่มีพรรค มีแต่พวก และเพื่อน" ยังเดินหน้าทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง และช่วยเหลือเพื่อนฝูงตามประสาคนใจใหญ่ ใจถึงพึ่งได้
    

กระทั่ง เลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ถาวร เสนเนียม ผลักดัน “นายกชาย” ลงสมัคร ส.ส.สงขลา ในสีเสื้อ ปชป. และเป็น ส.ส.สมัยแรก 
    

หลังเลือกตั้ง ถาวร เสนเนียม และ “นายกชาย” นัด พ.อ.สุชาติ จันทรโชติกุล แม่ทัพพลังประชารัฐ พูดคุยกันในนาม “ลูกสงขลา” นำ ส.ส.สงขลา 8 เขต จับมือทำงานเพื่อสงขลาบ้านเรา หมดเวลาทะเลาะกัน ลดความขัดแย้ง เป็นต้นแบบในการทำการเมืองยุคใหม่
    

ส.ส.สงขลา 8 เขต จาก 3 พรรคการเมือง ประกอบด้วย เขต 1 วันชัย ปริญญาศิริ (พปชร.) เขต 2 ศาสตรา ศรีปาน (พปชร.)  เขต 3 พยม พรหมเพชร (พปชร.) เขต 4 ร.ต.อ.อรุณ สวัสดี (พปชร.) เขต 5 เดชอิศม์ ขาวทอง (ปชป.)  เขต 6 ถาวร เสนเนียม (ปชป.) เขต 7 ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ (ภท.) เขต 8 สุรินทร์ ปาลาเร่ (ปชป.)
    

หลายฝ่ายตื่นเต้นกับ “ปฏิญญาสงขลา” ตามสโลแกนของนายกชายที่ “ไม่มีพรรค มีแต่พวก” หวังว่า ลูกสงขลาจะปรองดองกันเพื่อบ้านเมือง
    

เมื่อฤดูกาลเลือกตั้งท้องถิ่นมาถึง “ผู้การชาติ” กับ “นายกชาย” ต้องฉีกปฏิญญาสงขลา ทำศึกเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา และสู้กันถึงฎีกา