++
ม็อบลดฮวบ..ม็อบขาลง กลายเป็นคำพาดหัวของสื่อออนไลน์บางสำนัก หลังจากผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล ได้รายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีหน้ายิ้มแย้มและอารมณ์ดี ไม่มีสีหน้าเคร่งเครียด 

    

ขณะเดียวกัน เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้รายงานถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มราษฎร ว่า การจัดการชุมนุมหลายครั้งที่ผ่านมา จำนวนผู้ชุมนุมเริ่มลดลงอย่างต่อเนื่อง 
    

ยังไม่มีปฏิกิริยาจากเหล่าแกนนำม็อบราษฎรต่อประเด็นข่าวดังกล่าวนี้ แต่ส่องไปในเฟซบุ๊กของเครือข่าวกลุ่มราษฎร ก็ไม่มีการตอบโต้ใดๆ
    

นอกจาก “กลุ่มนักเรียนเลว” ได้ประกาศนัดชุมนุมในวันเสาร์ที่ 14 พ.ย.2563 เดินขบวนจากกระทรวงศึกษาธิการไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เป็นการเสิร์ฟน้ำจิ้ม ก่อนการชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 21 พ.ย.2563 เพื่อยกระดับการเรียกร้องให้เสียงของนักเรียนไปถึงผู้อยู่เบื้องหลังทุกคน 


++
ศึกนี้ยืดเยื้อ
++
เนื่องจากการชุมนุมของเยาวชนคนรุ่นใหม่ในปีนี้ แตกต่างจากม็อบพันธมิตรฯ ม็อบ นปช. และม็อบ กปปส. ที่เน้นการนำโดย “เนื้อหา”ที่แหลมคม และอาจดูสุ่มเสี่ยง ไม่ใช่การนำโดยบุคคลหรือคณะบุคคล 
    

ทนายอานนท์ นำภา บอกว่า นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “หลักการนำมวลชน” ไม่ใช่แกนนำมวลชน
    

ลักษณะการชุมนุมจึงเป็น “ม็อบอีเวนทน์” ไม่ใช่ “ม็อบกดดัน” บรรดาคนเสื้อแดงที่เข้าร่วมการชุมนุมแฟลชม็อบใหม่ๆ ก็รู้สึกหงุดหงิดกับม็อบเด็ก ที่ไปไปไม่สุดขุดไม่ถึง
    

ดูเหมือนแกนนำราษฎร ไม่กังวลเรื่อง “จำนวน” ผู้ชุมนุม เพราะยุทธศาสตร์การต่อสู้ ชัดเจนแล้วว่า ต้องยืดเยื้อ
    

ทำนองเดียวกัน “ปิยรัฐ จงเทพ” หัวหน้าการ์ดอาสา ได้โพสต์ว่า ”หากแนวทางเราไม่ถูกทาง คนจะลดน้อยถอยลงไปเองโดยอัตโนมัติ แต่หากธงเราชัด แนวเราถูก คนจะหล่อหลอม และเติบโตขึ้น อย่างแน่นอน”


++
รุนแรงคือแพ้
++
ระหว่างทางการนัดชุมนุมมวลชนที่ใช้ “ความถี่” และกระจายไปหลายพื้นที่ สิ่งที่น่าห่วงคือ การเผชิญหน้า และความรุนแรง 
    

“สลักธรรม โตจิราการ” ลูกชาย นพ.เหวง โตจิราการ และธิดา ถาวรเศรษฐ์ ได้โพสต์เสนอความเห็นเกี่ยวกับการต่อสู้แนวสันติวิธีว่า “...ฝั่งตรงข้ามจะยั่วยุให้ขาดสติเสมอ ด้านหนึ่งฝั่งตรงข้ามจะเล่นกับกระแสว่าพวกสันติวิธีเป็นพวกขี้ขลาด เวลาที่คนกำลังโกรธเพราะถูกเล่นงานซึ่งบั่นทอนการนำของสายสันติวิธีด้วย แล้วพอเกิดการปะทะก็จะคอยโจมตีว่าพวกนักเคลื่อนไหวทั้งหมดเป็นพวกหัวรุนแรงและสร้างความชอบธรรมในการกำจัดขบวนการเคลื่อนไหวครับ”
     

ในอีกด้านหนึ่ง นักเคลื่อนไหวสายสันติวิธีต้องทำความเข้าใจกับความเดือดดาลของประชาชนที่ถูกรังแก และช่วยกันกำหนดมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสมให้กับประชาชนที่ถูกรังแกด้วยครับ”
    

การต่อสู้สันติวิธี ย่อมถูกทดสอบความอดทนอดกลั้น และปฏิเสธไม่ได้ว่า การเล่นประเด็นสุ่มเสี่ยง ย่อมกระตุ้นให้ฝ่ายตรงข้ามลุกขึ้นตอบโต้
    

ม็อบราษฎรจะทนแรงยั่วยุไปได้แค่ไหน หรือราษฎรสายเหยี่ยวจะครอบงำ เอวังก็มาถึงเร็วกว่าที่คิด