ปรากฎการณ์ม็อบคณะราษฎร 63 ที่ชุมนุมในวันที่ 14 ตุลาคม 2563 จนยกระดับการชุมนุมจากถนนราชดำเนิน มาสี่แยกราชประสงค์ และดาวกระจายไปยังห้าแยกลาดพร้าว แยกบางนา อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และวงเวียนใหญ่ เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง

ข่าววงในระบุว่า รัฐบาลและตำรวจ ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด ไม่คิดว่าการชุมนุมของมวลชนจะมีจำนวนมากและเปลี่ยนแปลงสถานที่ได้อย่างรวดเร็วอย่างนั้น

 

อันที่จริง ม็อบเหล่านี้ก่อตัวมาจากแฟลชม็อบ ที่มีคนไม่กี่ร้อยกี่สิบ ขยายวงกว้างออกไป จนมีการตั้งชื่อเปลี่ยนแปลงข้อเรียกร้องไปมา ทั้งชื่อแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ทั้งชื่อ เยาวชนปลดแอก ประชาชนปลดแอก จนกลายมาเป็น คณะราษฎร 63

รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคง ยังคงใช้วิธีการแบบเดิมๆ ในการบริหารจัดการม็อบเหมือนในอดีต เพราะว่าม็อบในอดีต เกิดจากการจัดตั้ง ขึ้นกับว่า จัดตั้งมามากหรือน้อย และอยู่กันกี่วัน เนื่องจากสามารถพูดคุยกับแกนนำที่จัดตั้งได้ จึงทำให้บริหารจัดการง่าย

 

แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม เพราะแม้นตำรวจจะจัดการจับแกนนำหรือคนที่ขึ้นเวทีไปแล้วหลายสิบคน แต่ยังมีการนัดหมายและมีคนมาร่วมชุมนุมกันจำนวนมาก นี่แสดงให้เห็นว่าการกระบวนการในการจัดตั้งที่ รัฐมองไม่เห็น 

เพราะอย่างที่ทราบ ม็อบปัจจุบันนี้จะมาจากการนัดหมายในโลกโซเชียล แต่ก็เพียงแค่การนัดหมาย สถานที่และเวลาเท่านั้น ไม่มีใครทราบได้ว่า เมื่อมาชุมนุมกันแล้ว จะบริหารจัดการ จะมีการประท้วงอย่างไรและรูปแบบไหน

ลุงตู่ กำลังสู้กับ"ผี"

แต่ที่เห็น มีการรวมตัวกันเป็นขบวนการเหมือนถูกจัดตั้งมา มีรูปแบบที่ไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน บางรูปแบบเหมือนม็อบในอดีต บางรูปแบบเหมือนม็อบฮ่องกง ที่สำคัญคือเมื่อจับแกนนำไปแล้ว ก็ยังปรากฏว่ามีการนัดหมายและมาชุมนุมกันได้ นี่คือโจทย์หินที่รัฐบาลและตำรวจยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเพราะอะไร

 

ลุงตู่ กำลังสู้กับ"ผี"

เสมือนหนึ่งว่า รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กำลังสู้กับกลุ่มคนที่มองไม่เห็น จะเป็นผี หรือจะเป็นอวตาร ที่ชอบพูดกัน แต่ปัญหาคือ ใครคือแอดมิน ที่คอยสั่งการหรือกดปุ่มเอนเทอร์ ให้อวตารเหล่านี้ออกฤทธิ์

 

จากการวิเคราะห์มองว่านี่คือสงครามไซเบอร์ที่ครั้งหนึ่ง บิ๊กแดง พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ อดีตผบ.ทบ.ได้แสดงความคิดเห็นเอาไว้ เป็นสงครามไซเบอร์ที่แน่นอนว่า ย่อมกระทบกับความมั่นคง ของรัฐบาลและของประเทศ

หากข้อเรียกร้องของบรรดา อวตาร เหล่านี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐบาล

 

ฉะนั้นรัฐบาลและหน่วยความมั่นคงต้องคิดใหม่ ไม่อย่างนั้นจะตามไม่ทันม็อบอวตารเหล่านี้ ที่สำคัญคือจะต้องเข้าให้ถึงว่า ใครคือ แอดมิน ตัวจริง คนในประเทศหรือระดับมืออาชีพจากประเทศยักษ์ใหญ่ กันแน่

 

เพราะหากรัฐบาลยังต่อสู้กับศัตรูที่ไร้ตัวตนอยู่เช่นนี้ ไม่ต่างอะไรกับการสู้กับผี โอกาสชนะจึงแทบจะไม่มีเลย.