วันแรกของม็อบจรยุทธ์ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้ไปแสดงพลังร่วมกับคนรุ่นใหม่ที่ห้าแยกลาดพร้าว วันที่ 17 ต.ค.2563 โดยย้ำว่า เขาไปม็อบนั้น “ไม่ใช่ในฐานะแกนนำ”

 

 

         หลังเลิกม็อบ “ธนาธร” เปิดหน้าชน ด้วยการโพสต์ประเด็นความขัดแย้งทางการเมืองเวลานี้ ไม่ใช่แค่รัฐบาลประยุทธ์กับประชาขน หากแต่เป็นเรื่องสถาบันฯ กับประชาชน

 

         “ข้อเสนอของการชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่พยายามเรียกร้องประชาธิปไตยและปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ไปพร้อมกันจึงเป็นข้อเรียกร้องที่สมเหตุสมผล และเหมาะสมกับกาลเวลา”

 

         ประธานคณะก้าวหน้า สรุปว่า พล.อ.ประยุทธ์ลาออกเป็นก้าวแรกของการหาทางออกร่วมกันของสังคม

 

         ++

         สอนน้อง

         ++

 

         นับแต่มี “แฟลชม็อบ” ในรั้วมหาวิทยาลัย เมื่อปลายเดือน ก.พ.2563 สื่อกระแสหลักต่างจับตามองว่า “ธนาธร” จะก้าวออกมานำมวลชนลงท้องถนนหรือไม่?

 

         แต่สุดท้าย “ธนาธร” ก็เลือกที่จะเป็นโค้ชชิ่ง (Coaching) ว่าด้วยเรื่องม็อบต้านเผด็จการ

 

         จากนั้น เขาจึงเปิดหลักสูตร “ต่อสู้เผด็จการ 101” โดยแนะนำหนังสือเล่มแรกชื่อ “From Dictatorship to Democracy” หรือที่แปลเป็นไทยในชื่อ “จากเผด็จการสู่ประชาธิปไตย” ของ ยีน ชาร์ป (Gene Sharp) นักวิชาการผู้ที่ศึกษาเกี่ยวกับการต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรง
         

        ยีน ชาร์ป รวบรวมวิธีการต่อสู้โดยไม่ใช้ความรุนแรงเอาไว้ถึง 198 วิธี

 

         ม็อบที่ไม่มีแกนนำ การชุมนุมลักษณะดาวกระจาย ไม่ปักหลักพักค้าง ก็ล้วนอยู่ในวิธีการต่อสู้แบบยีน ชาร์ป

 

         ++

         ฮ่องกงโมเดล

         ++

 

         เมื่อวันที่ 5 ต.ค.2562 ธนาธร ในวันที่เป็น ส.ส.และหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน Open Future Forum ที่เกาะฮ่องกง

 

         ตอนหนึ่งของการเสวนา มีการสอบถามความเห็นของธนาธรเกี่ยวกับสถานการณ์ในฮ่องกง ซึ่งเวลานั้น “ม็อบฮ่องกง” เป็นการเคลื่อนไหวที่ไร้ผู้นำ

 

         “จริงๆ แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมาในฮ่องกงนั้นสร้างแรงบันดาลให้กับเรา”

 

         ธนาธรได้เล่าให้ชาวฮ่องกงฟังว่า ปี 2561 พวกเขากำลังตัดสินใจว่าจะตั้งพรรคการเมือง หรือเคลื่อนไหวมวลชนต้านเผด็จการ

 

         เหตุผลที่พวกเขาไม่เคลื่อนไหวทางการเมืองนอกสภา เพราะบาดแผลการชุมนุมพฤษภาคม 2553 ยังสดอยู่

 

         ทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่คือ การตั้งพรรคการเมือง และการเลือกตั้ง 2562 ทำให้ธนาธร และแกนนำอนาคตใหม่ เห็นพลังคนรุ่นใหม่ “นิวโหวตเตอร์” ประมาณ 6-7 ล้านคน

 

         เมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ธนาธรจึงกลับไปเคลื่อนไหวนอกสภา โดยปลุกพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ ให้ลุกขึ้นเปลี่ยนแปลงสังคมไทย

 

         การต่อสู้นอกสภาฉบับธนาธร จึงแตกต่างจากพันธมิตรฯ , นปช.แดงทั้งแผ่นดิน และ กปปส.

เปิดหน้าชน  'ทอน' สอนม็อบ  พลิกฟ้าคว่ำดิน

เปิดหน้าชน  'ทอน' สอนม็อบ  พลิกฟ้าคว่ำดิน