เมื่อเช้าตรู่ของวันที่ 26 กันยายน 2563 มีการนำเสนอข่าว ทัวร์ปันสุข ของ อสม. อ.จตุรพักตรพิมาน เดินทางไปเที่ยวตามโครงการเที่ยวปันสุขของรัฐบาล ที่ให้กำลังใจ อสม.ตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่เฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ประสบอุบัติเหตุ ชนกับรถพ่วงกลางสี่แยก เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 7 ราย บาดเจ็บ 22 ราย

 

        จากการสอบสวนบุคคลในสถานที่เกิดเหตุ ให้การว่า ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บทั้งหมดเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน หรือ อสม. ต.น้ำใส อ.จตุรพักตรพิมาน จ.ร้อยเอ็ด ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มครอบครัวได้เช่าเหมารถบัส 4 คัน ไปเที่ยวจังหวัดทางภาคตะวันออก ตามโครงการเที่ยวปันสุขของรัฐบาล ในขณะกำลังมุ่งหน้าไปทาง อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา จึงมีการนำเสนอข่าวผ่านสื่อต่างๆ ในแนวทางเดียวกัน

 

        ต่อมา มีการออกมาชี้แจงของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวมทั้งประชาชนในพื้นที่ ต.น้ำใส ว่า การจัดทัวร์ในครั้งนี้ไม่ใช่ ทัวร์ปันสุข ของ อสม. แต่ไม่ชัดเจนว่าเป็นโครงการอะไร ผู้ที่ถูกชักชวนส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ มีโทรศัพท์ที่สามารถลงแอปไลน์ได้ ลงทะเบียนโดยการสแกนใบหน้า และจะเช็คอินอีกครั้งเมื่อถึงปลายทาง

 

         โดยแจ้งว่า มีงบรายหัวๆละ 3,000 บาท หักเป็นค่าใช้จ่าย 2,000 บาท และอีก 1,000 บาท เป็นค่าอาหารและค่าใช้จ่ายในระหว่างเดินทาง โดยจ่ายตอนออกเดินทาง 500 บาท และจ่ายเมื่อถึงที่หมายอีก 500 บาท

 

        โดยชาวบ้านส่วนหนึ่งกล่าวว่า การเดินทางครั้งนี้ไม่มีความชัดเจนว่าหน่วยใดเป็นคนจัด หรือเกี่ยวข้องกับโครงการของรัฐ ที่ชัดเจนหรือไม่อย่างไร โดยมีการชักชวนกันไปโดยมีคนประสานผ่าน ผู้ใหญ่บ้านและ เจ้าหน้าที่ อบต.ประสานมา       

        ซึ่งสอดคล้องกับการชี้แจง ของ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดร้อยเอ็ด ว่า คณะ อสม. ต.น้ำใส ได้เดินทางไปเที่ยวปันสุข แล้ว ตั้งแต่วันที่ 13-15 กันยายน 2563 ที่่ผ่านมา โดยเดินทางไปที่จังหวัดระยอง และเดินทางกลับเป็นที่เรียบร้อยไม่มีการเกิดอุบัติเหตุแต่อย่างใด

 

        ส่วนการเดินทางไปกับทัวร์ครั้งนี้ เป็นการจัดเที่ยวกันเองของชาวบ้าน ต.น้ำใส ไม่เกี่ยวข้องกับโครงการเที่ยวปันสุข เดินทางโดยรถทัวร์ 4 คัน คันที่ประสบอุบัติเหตุ มี 40 คน เป็นประชาชนทั่วไป 31 คน เป็น อสม. ต.น้ำใส 9 คน ส่วนผู้เสียชีวิต 7 คน เป็นคนรถ 3 และผู้โดยสาร 4 ไม่มี อสม.เสียชีวิต

 

        ทั้งนี้ได้ตรวจสอบขั้นตอนการลงทะเบียนของ ทัวร์ปันสุข แล้วปรากฏว่า ทางบริษัทนำเที่ยวจะได้รับเงินก็ต่อเมื่อการเดินทางสิ้นสุดลง และจะมีการโอนเงินผ่านแอปเป๋าตุงเท่านั้น จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการนำเงินสดมาแจกให้กับชาวบ้านที่สมัครเข้าร่วมโครงการ

 

          เป็นที่น่าสังเกตและตดตามว่า ทัวร์ดังกล่าวที่ ต.น้ำใส คือทัวร์อะไร จากที่แหล่งข่าวแจ้ง มีการจัดเที่ยวมาระยะหนึ่งแล้ว สัปดาห์ละ 3-4 คันรถ หากคิดรายหัว ๆ ละ 3,500 บาท ก็ตะมีเงินสะพัดที่ ต.น้ำใสสัปดาห์ละเกือบ 1 ล้านบาท ทำไม่มีใครคิดจะตรวจสอบกันบ้างหรือไร