++
    หลังเจ้าแม่ลาดปลาเค้า “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” แถลงข่าวลาออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย  
    มิทันข้ามคืน ทายาทบ้านริมคลอง “วัน อยู่บำรุง” ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า "เพื่อไทยเตรียมผ่าตัดใหญ่"
    แถม ส.ส.วัน ยังไปเมนท์ในใต้โพสต์ ตอบโต้ผู้มาแสดงความคิดเห็นว่า "ผมไม่เคยว่าคุณหญิงเป็นแผลนะ!!!ผมบอกว่าผ่าตัดก็เพราะคุณหญิงลาออกเลยต้องหาผู้นำใหม่ คุณเข้าใจอะไรผิดหรือป่าว" 
    คำว่า “ผ่าตัดใหญ่” อาจจะหมายถึง “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ลาออกจากหัวหน้าพรรค เปิดทางให้เลือกคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ 
    เชื่อกันว่า กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย สายเจ๊หน่อย คงทะยอยลาออกตามไปในเร็วๆนี้ 

++
สายคุณหญิง
++
    ความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อไทย 2 ขั้ว ดำรงอยู่มาตั้งแต่ ”สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค โดยขั้วหัวหน้าพรรค มีคีย์แมนคนสำคัญคือ “ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง” เป็นเสนาธิการหลังม่าน
    คนเพื่อไทยทั้งพรรครู้ดีว่า “เฉลิม” กับ “คุณหญิงหน่อย” เหมือนขมิ้นกับปูน ต่างฝ่ายต่างชิงดีชิงเด่นกันตลอดเวลา 
    ว่ากันว่า แกนนำเพื่อไทย ปีกสมพงษ์ และเฉลิม ได้รับสัญญาณประนีประนอม มาจากคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร จึงไม่ค่อยเห็นด้วยกับแนวคิดคุณหญิงหน่อย ที่พยายามพาพรรคเพื่อไทยไปเดินตามพรรคก้าวไกล 
    ด้านหนึ่ง ส.ส.เพื่อไทย สายอีสาน และสายเหนือ ส่วนใหญ่ ก็ไม่ชอบบทบาทการนำของคุณหญิงหน่อย ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค 
    ส.ส.อาวุโสกลุ่มหนึ่ง จึงต่อสายไปยังอดีตคนเพื่อไทย ที่อยู่ในพรรคพลังประชารัฐ พูดคุยกันเรื่องการทำงานมวลชนในพื้นที่
    พูดง่ายๆ เพื่อไทยผ่าตัดใหญ่ คัดเอากรรมการบริหารพรรคสายตรง “นายใหญ่-นายหญิง” ไม่ต้องทำตัวเป็นฝ่ายประชาธิปไตยจ๋า

++
ก้าวข้ามแม้ว
++
    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ ส.ส.กรุงเทพฯ ต่างมองไปถึงอนาคตในสนามเลือกตั้ง กระแสความตื่นตัวของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่ลุกขึ้นมาเรียกร้องประชาธิปไตย พรรคเพื่อไทยดูเคลื่อนตัวช้าไม่ทันการณ์ ทำให้พรรคก้าวไกล เก็บเกี่ยวดอกผลเกมการเมืองบนท้องถนนไปได้เต็มๆ 
    สถานการณ์วันนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ จึงได้แสดงออกถึงการเป็น “เพื่อไทย” ที่ไม่มีทักษิณ 
    นัยว่า คุณหญิงหน่อยได้มอบให้ อุดมเดช รัตนเสถียร ได้จัดเตรียมพรรคใหม่ไว้แล้ว ซึ่ง โภคิน พลกุล ,พงศ์เทพ เทพกาญจนา และกิตติรัตน์ ณ ระนอง ที่ขอลาออกจากกรรมการยุทธศาสตร์พรรคก็มาเป็นแกนหลักให้พรรคใหม่นี้
    

  พรรคใหม่แบบคุณหญิงหน่อย จึงจะต่อกรกับพรรคก้าวไกลได้ เพราะแบรนด์ “ทักษิณ” ไม่ได้อยู่ในสายตาคนรุ่นใหม่