++
    การประกาศชัยชนะยกแรกของ“เพนกวิน” แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม หลังจาก “รุ้ง” เดินไปยื่นหนังสือถึงประธานองคมนตรีผ่านผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ทำให้กองเชียร์บางส่วนออกอาการงงๆ 
  “สมชัย ศรีสุทธิยากร”ยังโพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นต่อการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย.2563
    “1.ผู้ชุมนุมในช่วงเช้า น่าจะอยู่ที่ไม่เกินหมื่นคน เป็นกลุ่มที่ยืนหยัดค้างคืน ถือเป็นจำนวนไม่น้อย แต่ไม่สามารถเป็นภาพที่สวยงามมีพลัง แบบ 14 ตุลา 2516  ทั้งนี้เพราะเงื่อนไขจำกัดหลายประการ
    2.การประกาศบนเวทีของผู้นำการชุมนุม ที่เปลี่ยนเส้นทางจากทำเนียบรัฐบาล ไปยังที่ใหม่ที่ไม่ได้ชี้แจงชัดเจน  เป็นนาทีที่สุ่มเสี่ยงและน่าเป็นห่วงที่สุด..” 
    ปฏิกิริยาการยุติการชุมนุมของแนวร่วมธรรมศาสตร์ และการชุมนุม ยังเป็นข้อถกเถียงในสื่อโซเชียล 
    บางเสียงว่า แกนนำม็อบหักมุม ไม่เสี่ยงแตกหัก แสดงความมีวุฒิภาวะของแกนนำม็อบ

    ความต่างระหว่าง “มีอาการถอดใจ” กับ “มีวุฒิภาวะ” ก็อยู่กับมุมมองของกองเชียร์แต่ละฝ่าย
 

++
มวลชนไม่ตามเป้า
++
 นับแต่มีนัดหมายชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ “รุ้ง” ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม ได้แถลงครั้งแล้วครั้งเล่าว่า จะปักหลักพักค้าง และเคลื่อนขบวนไปทำเนียบรัฐบาล
 แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ คาดการณ์จะมีผู้มาร่วมชุมนุมประมาณ 2 แสนคน โดยเลือกท้องสนามหลวง เป็นสถานที่ปักหลักพักค้าง ส่วนสนามฟุตบอลธรรมศาสตร์เป็นเป้าหลอก
 เอาเข้าจริง “จำนวน” มวลชนช่วงเวลาพีกสุดประมาณ 4 ทุ่ม ก็ไม่ถึง 5 หมื่นคน แม้จะประกาศบนเวทีว่า เต็มสนามหลวง แต่ของจริงก็แค่ครึ่งสนามหลวงแบบหลวมๆ 
 เนื่องจากไม่มี “มวลชนจัดตั้ง” เหมือนตอนม็อบเสื้อแดง จึงทำให้มวลชนเหลือถึงรุ่งเช้าแค่หลักหมื่น การจะไปตามเป้าหมายเดิม คงไม่ประสบความสำเร็จจึงต้องถอย
++
ฝ่ายรัฐตั้งรับแข็งแกร่ง
++
 ฝ่ายความมั่นคง ไม่เชื่อว่า ม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ จะไปทำเนียบรัฐบาล หรือสถานที่สำคัญใกล้เคียง จึงวางแนวป้องกันไว้ที่จุดแรกที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ และจุดที่ 2 คือสะพานมัฆวานรังสรรค์ 
 รอบทำเนียบรัฐบาล 4 ด้าน มีแนวตั้งรับแท่งแบริเออร์ แท่งซีเมนต์ และลวดหนาม 
  เหนืออื่นใด หน่วยข่าวความมั่นคงรู้แผนที่จะไปวางหมุด “คณะราษฎรใหม่” ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า จึงให้ ส.ว.คนหนึ่งปูดข่าวนี้ 
  แกนนำแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ เลยตัดสินใจฝังหมุดคณะราษฎรใหม่ กลางท้องสนามหลวงแทน
 กลางดึกคืนวันเสาร์ ตำรวจนครบาลคงได้กลิ่นอะไรบางอย่าง จึงนำรถเมล์มาวางแนวป้องกันถนนราชดำเนินใน ฝั่งศาลฎีกาเพราะเส้นทางนี้จะไปทำเนียบองคมนตรีได้ 
 เมื่อเจอแนวต้านที่แข็งแกร่ง “เพนกวิน” และสหาย จึงปรับแผนไปยื่นหนังสือถึงประธานองคมนตรี และส่ง “รุ้ง” ไปยื่นหนังสือข้อร้องเรียนแทน
++
ม็อบหักมุม
++
 อีกด้านหนึ่ง ผู้ที่เชียร์ม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ก็มองว่า การเปลี่ยนแผนไม่ไปทำเนียบรัฐบาล คือ แกนนำม็อบได้สร้าง"เซอร์ไพรส์" โดยปักหมุดสนามหลวง และไปยื่นหนังสือถึงประธานองคมนตรี โดยไม่เคลื่อนไปทำเนียบรัฐบาล
  แสดงถึง "วุฒิภาวะ" ของแกนนำม็อบวัย 18-19 ปี พวกเขามีความสุขุมรอบคอบ ไม่ได้มุทะลุ แกนนำม็อบเด็กคิดถึงการปกป้องมวลชนมากกว่าและคิดยาวกว่า
 สรุปว่า แกนนำม็อบแนวร่วมธรรมศาสตร์ฯ ประเมินมวลชนสูงเกินจริง และขาดประสบการณ์ในสถานการณ์ “ม็อบเผชิญหน้า” จึงต้องพลิกเกมเล่นใหม่