++
    30 กว่าปีมานี้ มีเทคโนแครตหรือนักวิชาการ เดินเข้าสู่วงการเมืองมากมาย ตั้งแต่หลัง 14 ตุลา ผ่านมาถึงยุคเปรมาธิปไตย ยุคไทยรักไทย และยุค คสช.
    นักวิชาการไทย ได้เข้าสู่วงจรอำนาจ มีทั้ง 2 แบบคือ เดินไปบนถนนสายแต่งตั้ง และลงไปลุยเลือกตั้ง
    อำนาจหอมหวาน การเมืองเหมือนมายา คนใดพลัดหลงเข้ามาสู่วงจรการเมือง ย่อมถลำลึกเข้าสู่วงจรอำนาจ  

“นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” นักวิชาการจากค่ายนิด้าเป็นคนหนึ่งที่ได้รับการโจษขานมากที่สุดในเวลานี้ 
  ตั้งแต่ก่อนวันหยุดยาว 4 วัน มีข่าวว่า นฤมล ได้กรอกและส่งแบบประวัติและคุณสมบัติรัฐมนตรีแล้ว บางกระแสข่าวไปไกลถึงขั้น เธอจะได้ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยแรงงาน หรือ จับกัง 2 
  

 มีเหตุผลเดียวที่อาจารย์นฤมล จะได้ตำแหน่งรัฐมนตรี ในการปรับ ครม.ประยุทธ์ 2/2 คือ โฆษกรัฐบาลคนนี้ ได้โผบินออกมาจากกลุ่มอาจารย์สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ไปเกาะรังใหม่ใหญ่กว่าเดิม
  

   ด้วยนิด้าคอนเนกชั่น สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จึงชวน “นฤมล” ให้ลาออกจากการสอนหนังสือ มาเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีคลัง (อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์) 
    เมื่อกลุ่มอาจารย์สมคิด รับหน้าเสื่อดูแลพรรคพลังประชารัฐ นฤมลจึงได้ไปร่วมก่อร่างสร้างพรรค และถูกจัดอยู่ในลำดับที่ 5 ของ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรค เหนือกว่าอดีต ส.ส.รุ่นเก๋าหลายคน
    หลังจัดตั้งรัฐบาล นฤมลลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.เพื่อเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา 

   อาจารย์นฤมลมักใส่ “บิ๊กอาย” ทำให้ขับเน้นดวงตากลมโต สดใสเสมอ จึงได้ฉายาในโลกโซเชียลว่า “โฆษกบิ๊กอาย” 
   ช่วงเป็นโฆษกรัฐบาล นฤมลได้รู้จักนักการเมืองมากขึ้น และเรียนรู้เรื่องการบริหารจัดการ ภายในพรรคพลังประชารัฐ รู้ว่าใครมีอำนาจจริง หรือใครแค่หุ่นเชิด 
   ประกอบกับบุคลิกนักวิชาการหญิง ดูอ่อนหวาน แต่คล่องแคล่วเยี่ยงนักบริหารรุ่นใหม่ และเข้าใจการเมืองแบบไทยๆ ทำให้นฤมลเข้าถึงบ้านป่ารอยต่อ 
    

    เมื่อเข้า “ถ้ำพยัคฆ์บูรพา” ได้ ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตก็มาถึง 
    หากเธอจะได้เป็น “จับกัง 2” ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก อำนาจนั้นหอมหวานเสมอ