ผู้เชี่ยวชาญงานด้านความมั่นคง ชำแหละ 5 ช่องโหว่มาตรการคัดกรองบุคคลสำคัญ โดยเฉพาะคณะทูตที่เป็นบุคคล VIP ชี้ยังมีจุดเสี่ยงแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อีกอย่างน้อย 5 จุด โดยเฉพาะสต๊าฟที่พักนอกสถานทูต ขณะที่กรณีทหารอียิปต์ถือเป็นความหละหลวมมาก

 

ผู้เชี่ยวชาญงานด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ระดับสูงในหน่วยงานด้านการข่าว เปิดเผยกับ "เนชั่นทีวี" ถึงความเสี่ยงการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากบุคคลในคณะทูตต่างประเทศ และหน่วยงานรัฐต่างประเทศ กรณีครอบครัวทูตซูดาน และทหารอียิปต์ว่า หลังจากมีข่าวนี้ ได้มีการประเมินช่องโหว่ของมาตรการตามคำสั่งของ ศบค. ในส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลในคณะทูต คณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ หรือผู้แทนรัฐบาลหรือหน่วยงานของรัฐต่างประเทศซึ่งมาปฏิบัติงานในประเทศไทย พบข้อสังเกตเบื้องต้น 5 ประการ กล่าวคือ

 

1. "คณะทูต" ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเฉพาะเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศของประเทศต่างๆ ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังหมายถึงบุคคลในครอบครัวและผู้ติดตามของเจ้าหน้าที่ทูตเหล่านั้นด้วย รวมถึงทูตทหาร (3 เหล่าทัพ) ทูตพาณิชย์ รวมครอบครัวและผู้ติดตามด้วย

2. ความเข้าใจว่าบรรดาเจ้าหน้าที่การทูตพำนักอยู่ในอาณาบริเวณของสถานเอกอัครราชทูตของแต่ละประเทศนั้นเป็นความเข้าใจผิด เพราะมีเจ้าหน้าที่ทูตทุกประเภทพักอาศัยนอกสถานทูต โดยเช่าบ้าน เช่าคอนโดมีเนียม หรือแม้กระทั่งเช่าอาคารขนาดใหญ่เป็นสถานที่ทำงานแทนสถานทูต โดยเฉพาะคอนโดหรู ถือเป็นที่นิยมมาก

3. กรณีการติดโควิด-19 ของครอบครัวคณะทูต เป็นภาพสะท้อนว่าเจ้าหน้าที่สถานทูตเหล่านี้น่าจะใช้ชีวิตเสรีมานานพอสมควรแล้ว และอาจมีรายอื่นติดเชื้อโดยยังตรวจไม่พบเป็นจำนวนมาก ที่สำคัญครอบครัวทูต และผู้ติดตาม เช่น แม่ครัว แม่บ้าน ก็ใช้ชีวิตปกติเหมือนคนไทย ไปโรงเรียน ไปห้าง ไปร้านอาหาร ไปดูหนัง ฟังคอนเสิร์ต เหมือนคนไทยทุกอย่าง แม่ครัวก็ไปจับจ่ายใช้สอยซื้อของตามตลาดสด และห้างสรรพสินค้า จึงถือว่ามีความเสี่ยงสูงมาก 

4. ยังมีคนไทยที่ทำงานในสถานทูตแต่ละประเทศ ที่เรียกว่า local staff ซึ่งคนเหล่านี้พักอยู่นอกสถานทูต เพราะเป็นคนในประเทศไทย มีครอบครัว มีญาติพี่น้องเพื่อนฝูง ถ้าคนในสถานทูตใดสถานทูตหนึ่งติดเชื้อ บรรดา local staff อาจเป็นคนนำเชื้อมาแพร่ให้กับคนไทยได้เช่นกัน 

5. กรณีทหารอียิปต์จำนวนมากเดินทางเข้าประเทศไทย และละเมิดข้อบังคับของ ศบค. สันนิษฐานว่าทหารกลุ่มนี้น่าจะมีภารกิจอื่นในต่างประเทศ โดยใช้ไทยเป็นเพียงที่พัก และมีการทำเรื่องขอเข้าพำนักเข้ามา ในลักษณะแวะพัก แต่การเฝ้าระวังมีความหละหลวมมาก 

ทั้งหมดนี้เป็นข้อสังเกตบางส่วนที่จะนำเข้าหารือในที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่เพื่อยกระดับมาตรการและปิดช่องโหว่ต่อไป โดยอาจมีการปรับปรุงมาตรการตามข้อบังคับของ ศบค.ใหม่ โดยเฉพาะนิยามของบุคคล VIP ที่ได้รับอนุญาต ต้องเฉพาะเจาะจงมากกว่าปัจจุบัน 

 

ขอบคุณ กองบรรณาธิการ เนชั่นทีวี