++
ระหว่างการพบปะสื่อเครือชั่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กล่าวถึงการปรับ ครม. และพรรคพลังประชารัฐ ไว้ตอนหนึ่งว่า “ส่วนปัญหาในพรรคพลังประชารัฐ ตนไม่ทราบ แต่เข้าใจว่าพรรคนี้มาจากร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ มีอะไรจึงต้องพูดคุยกัน”
 

สำนวน “ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ” หมายถึง ทั่วทุกหนทุกแห่ง อีกสำนวนหนึ่งใช้ว่า ร้อยเอ็ดเจ็ดนคร หมายถึง ทั่วทุกหนทุกแห่งเช่นเดียวกัน 

 

 

นายกฯประยุทธ์ เปรียบเปรยลักษณะทางกายภาพของพรรคพลังประชารัฐ ได้ชัดเจน และตรงประเด็น
 

ดังนั้น วันที่ 10 ก.ค.2563 เป็นวันแรกที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คนใหม่ จะได้เข้าร่วมประชุมกับ ส.ส.ร้อยกว่าชีวิต ที่อาคารรัชดาวัน


++
ร้อยเอ็ดเจ็ดนคร
++
หลังการประชุมพรรคพลังประชารัฐ คงมีความชัดเจนเรื่องตำแหน่งรองหัวหน้าพรรค ผู้อำนวยการ พรรรค และโฆษกพรรค 
 

สำหรับว่าที่รองหัวหน้าพรรค 10 คน ที่สื่อนำเสนอไปก่อนหน้านั้น ก็ครอบคลุมทั้งร้อยเอ็ดเจ็ดนคร
 

กลุ่มสามมิตร 2 คน สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และสมศักดิ์ เทพสุทิน 
การปรับโครงสร้างพรรคครั้งนี้ กลุ่มสามมิตรประสบความสำเร็จในการผลักดันให้ “เสี่ยแฮงก์” อนุชา นาคาศัย ขึ้นแท่นเลขาธิการพรรค

 

พลังลุงป้อม หลอมใจชาวยุทธ์ "ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ"


 

ถ้าจะให้สมหวังครั้งหนึ่งในชีวิต ปรับ ครม. สุริยะคว้าเก้าอี้รัฐมนตรีพลังงานได้ เสี่ยสมศักดิ์ คงเปิดร้านกินเส้นฉลองกินฟรีทั้งเดือน 
 

กลุ่มโคราช-ชลบุรี 2 คน วิรัช รัตนเศรษฐ และสุชาติ ชมกลิ่น 
เสี่ยเฮ้ง ดาวรุ่งพุ่งแรงจากเมืองชลบุรี แตะมือขาใหญ่โคราช หวังผงาดเต็มที่ เที่ยวนี้คงไม่ตกขบวนรถไฟสายรัฐมนตรี
 

กลุ่มเมืองหลวง 2 คน พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ
แม้จะไม่ได้ดูแล ส.ส.กรุงเทพฯ เต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ก็ยังอาศัยชื่อชั้น และคอนเนกชั่นกลุ่มทุน เอาตัวรอดมาได้ 
 

กลุ่มลูกข้าวนึ่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า 
รู้ตัวว่า ต้นทุนต่ำ “ผู้กองธรรมนัส” จึงต้องสร้างผลงานการดูแลพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และอีสานบางส่วน 
 

กลุ่มมะขามหวาน สันติ พร้อมพัฒน์
เป็นคนพูดน้อย แต่ใจถึง พึ่งได้ เหมาะสำหรับการต่อสู้ชิงยุทธภูมิ ใช้ปืนใหญ่ สนับสนุนทหาราบ “บิ๊กป้อม” จึงมอบตำแหน่งผู้อำนวยการพรรคให้ 
 

กลุ่มสะตอลายพราง นิพันธ์ ศิริธร
ไม่มีอะไรมาก แค่สัญลักษณ์ของกลุ่มทักษิณ ส่วนผู้บัญชาการตัวจริง มีอยู่แล้ว เดี๋ยวบิ๊กป้อมจัดการเอง
 

 

พลังลุงป้อม หลอมใจชาวยุทธ์ "ร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ"

อนุชา นาคาศัย

กลุ่มบ้านป่ารอยต่อ ไพบูลย์ นิติตะวัน
ครบเครื่องเรื่องกฎหมาย และการเมือง จึงกลายเป็น “ยาสามัญประจำบ้านป่ารอยต่อ” 
 

นี่คือภาพรวมของนักเลือกตั้ง ที่ได้ชื่อว่ามาจากร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ หรือร้อยเอ็ดเจ็ดนคร

++
จบภารกิจเทคโนแครต
++
ดังที่รู้กันอยู่ คณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐชุดแรก เป็นการผสมผสานเครือข่ายงานประชารัฐกับนักการเมืองอาชีพ
          

ระหว่างการเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ระดับเขี้ยวลากดิน ทราบดีว่า ใครคือเจ้าของพรรคตัวจริง และบ้านหลังไหน เป็นบ้านใหญ่ที่ดูแลผู้สมัคร ส.ส.ได้
          

หลังเลือกตั้งบรรดานักเลือกตั้ง จึงจัดแถวจัดทัพแบ่งเป็นก๊กเป็นเหล่า และวิ่งไปบ้านใหญ่ ที่เป็นตัวจริงเสียงจริง
          

สถานภาพของอุตตม และสนธิรัตน์ จึงถูกมองว่า เป็นแค่ “หน้าเค้ก” ในสายตานักเลือกตั้ง
 

วันนี้ พลังประชารัฐ ปาดหน้าเค้กทิ้ง จึงเหลือแต่ “นักเลือกตั้ง” ล้วนๆ