++
หลังรัฐบาลลาว ผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มโควิด โดยอนุญาตให้เปิดกาสิโนได้ แต่ต้องคุมเข้มเรื่องการป้องกันโควิด จู่ๆ เกิดเหตุสังหารโหดชาวจีน 4 ศพ ที่สามเหลี่ยมทองคำ
 

เมื่อวันที่ 9 ก.ค.2563 นสพ.เวียงจันทน์ไทม์ รายงานความคืบหน้าคดีฆ่าโหดที่กาสิโนคิงส์โรมัน เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ โดยอ้างข้อมูล ปกส.(ตำรวจ) ประจำเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว

 

เบื้องต้นผู้สื่อข่าวท้องถิ่นรายงานข่าวว่า เกิดเหตุปล้นชิงทรัพย์ แต่ตำรวจเขตสามเหลี่ยมทองคำ ตรวจที่เกิดเหตุแล้ว กลับไม่ใช่การปล้น
 

เหตุการณ์ดังกล่าว เกิดขึ้นช่วง 20.30 น. คืนวันที่ 7 ก.ค.2563 มีรถนักเสี่ยงโชคชาวจีน ออกจากกาสิโนคิงส์โรมัน ขับไปตามถนนเขตบ้านค้วน เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว โดยระหว่างทาง เกิดเหตุยิงกัน ทำให้มีชาวจีนเสียชีวิต 4 ศพ (ชาย 3 หญิง 1)
 

ตำรวจเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ สันนิษฐานว่า มีผู้ก่อเหตุเพียงคนเดียว ไม่ได้ประสงค์ชิงทรัพย์สิน เมื่อตรวจภายในรถ พบเงินสกุลหยวน และบาท พร้อมอาวุธปืนพก 


++
บัญชีดำจ้าวเหว่ย
++
ต้นปี 2561 กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ประกาศขึ้นบัญชีดำกาสิโน “คิงส์ โรมันส์ กาสิโน” ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว ตรงข้ามกับบ้านสบรวก ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากมีหลักฐานที่เชื่อถือได้ว่าเป็นชุมทางของกิจกรรมผิดกฎหมายหลายอย่างในเขตสามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งมีจ้าว เหว่ย ชาวจีน เป็นเจ้าของ และต้องถูกคว่ำบาตร 


ถัดมา จ้าว เหว่ย ในฐานะประธานสภาบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ และประธานกลุ่มบริษัทงิ้วคำ ผู้ได้สัมปทานเขตเศรษฐกิจพิเศษฯ ได้ออกมาแถลงโต้สหรัฐฯ ว่า ข้อกล่าวหาทั้งหลายทั้งปวงนั้น ไม่เป็นความจริง


กาสิโนคิงส์โรมัน เป็นแค่ส่วนหนึ่ง ของเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำเท่านั้น และรัฐบาลลาวได้ให้การรับรองเขตเศรษฐกิจแห่งนี้


แม้รัฐบาลลาว จะไม่แถลงข่าวชี้แจง แต่การมีผู้นำทางการเมืองของลาว เดินทางไปเยี่ยมเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ก็เป็นการยืนยันว่า รัฐบาลลาวยืนเคียงข้างจ้าวเหว่ย


นับจากนั้น ข่าวสหรัฐขึ้นบัญชีดำจ้าว เหว่ย และกาสิโนก็เงียบหายไป ไม่มีสื่อสหรัฐตามมาขุดคุ้ยเรื่องสีเทาๆ ในกาสิโนสามเหลี่ยมทองคำ

++
ว่าที่นายกลาวมาเยือน
++
ต้นเดือน มิ.ย.2563 ท่านสอนไซ สีพันดอน รองนายกรัฐมนตรีลาว และรัฐมนตรีแผนการและการลงทุน ได้เดินทางเยี่ยมยามเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ โดยจ้าว เหว่ย ได้มาต้อนรับด้วยตัวเอง พร้อมจัดการปูพรมแดงรับถึงบันได ฮ.


ในวงการเมืองลาว ทราบดีว่า ท่านสอนไซ ถูกวางตัวให้เป็นนายกรัฐมนตรี สปป.ลาว คนต่อไป 


ถัดมา วันที่ 26 มิ.ย.2563 จ้าว เหว่ย ได้เป็นประธานเปิดงานวันต้านยาเสพติด ภายใต้หัวข้อ “แนวคิดปราศจากยาเสพติด ชีวิตมีความสดใส” ที่สวนอุทยานหน้าต่างแห่งสามเหลี่ยมทองคำ ดอนซาว เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว


นี่เป็นอีเวนท์สร้างภาพลักษณ์ใหม่ของจ้าว เหว่ย ทำให้สามเหลี่ยมทองคำ กลายเป็นสามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ไม่ใช่แหล่งค้ายาเสพติด


ขณะเดียวกัน มีข่าวว่าคณะกรรมการคุ้มครองเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ เสนอจะสร้างสนามบินสากล มูลค่า 150 ล้านดอลลาร์ สนามบินดังกล่าว มีมูลค่าการก่อสร้าง 150 ล้านดอลลาร์ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการศึกษาค้นคว้า และเตรียมเสนอต่อรัฐบาลลาว