++
สัปดาห์ที่แล้ว มีข่าวปล่อยประเภทโยนหินถามทาง ควรต่ออายุราชการ “บิ๊กแดง” พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์  ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ไปอีก 1 ปีหรือไม่
 

ทีมงาน  “พล.อ.อภิรัชต์” ต้องออกมาบอกกับนักข่าวว่า เกษียณอายุแน่ ดับกระแสข่าวลือ
 

ประวัติศาสตร์การเมืองไทย เคยมีการต่ออายุราชการ ผบ.ทบ.มาแล้ว 4 ครั้ง แต่ครั้งที่สร้างความแตกแยกในกองทัพ ถึงขั้นก่อรัฐประหาร ก็ต้องย้อนไปสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ต่ออายุราชการ ในตำแหน่ง ผบ.ทบ. ควบนายกรัฐมนตรี

 


++
เปรมาธิปไตย
++
หลังเลือกตั้งทั่วไปปี 2522 พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ เป็นนายกรัฐมนตรี  โดยมี พล.อ.เปรม เป็นรัฐมนตรีกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก
 

เวลานั้น พล.อ.เปรม คือผู้นำอันดับ 2 ของรัฐบาล เพราะถือทั้งอาวุธและมีที่นั่งในคณะรัฐมนตรี  ขณะที่ความเชื่อมั่นในตัว พล.อ.เกรียงศักดิ์ ตกต่ำลง ความนิยมในตัว พล.อ.เปรม กลับสูง
 

กลางปี 2523 พล.อ.เกรียงศักดิ์ ลาออกจากนายกรัฐมนตรี ที่ประชุม 2 สภา ได้โหวตเลือก พล.อ.เปรม เป็นนายกรัฐมนตรี 
 

บังเอิญว่า พล.อ.เปรม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก ต้องเกษียณอายุราชการ ในเดือน ต.ค.2523 
 

“ป๋าเปรม” ทราบดีว่าถ้าอำนาจกองทัพไม่อยู่ในมือของเขาแล้วจะเกิดอาการขาลอย และมีความเป็นไปได้ที่ชะตากรรมของตัวเองจะจบลงเหมือนกับ พล.อ.เกรียงศักดิ์ 

จึงได้มีความพยายามที่จะต่ออายุราชการของ พล.อ.เปรม อีก 1 ปี โดยอ้างเรื่องความมั่นคงจากภัยคอมมิวนิสต์


++
กบฏเมษาฮาวาย
++
แม้ พล.อ.เปรม จะกระชับอำนาจตนเองได้จากการต่ออายุราชการ แต่ก็ก่อให้เกิดความแตกแยกในกองทัพเช่นกัน 
 

กลุ่มยังเติร์ก ผู้สนับสนุน พล.อ.เกรียงศักดิ์ ทำรัฐประหาร 2520 ไม่พอใจการต่ออายุราชการ รวมถึง พล.อ.สัณห์ จิตรปฏิมา ที่เตรียมตัวขึ้นเป็น ผบ.ทบ.
 

ด้วยเหตุนี้ หัวขบวนยังเติร์ก จปร.7 จึงก่อการรัฐประหารเมษาฮาวายในช่วงวันที่ 1-3 เม.ย.2524 เพราะพล.อ.เปรม มัวเมาในอำนาจจากการต่ออายุราชการ และเห็นแก่พวกพ้องในการตั้งเพื่อนตัวเองมาร่วม ครม.
 

การยึดอำนาจครั้งนั้นไม่สำเร็จ เพราะ พล.อ.เปรม หนีไปตั้งหลักที่โคราช และใช้กำลัง จปร.5 ที่เป็นคู่ขัดแย้ง จปร.7 ปราบกบฏยังเติร์กราบคาบ

++
เชือดบิ๊กซัน
++
พล.อ.อาทิตย์ กำลังเอก มือปราบกบฏเมษาฮาวายอีกคนหนึ่ง ได้เป็น ผบ.ทบ.ควบ ผบ.สส. ปี 2524 


ปี 2526 ฝ่ายทหารที่สนับสนุน พล.อ.อาทิตย์ เคลื่อนไหวแก้รัฐธรรมนูญ เพิ่มอำนาจให้กองทัพ และพยายามล็อบบี้ต่ออายุให้ พล.อ.อาทิตย์ ต่อไปอีก 1 ปีเป็นครั้งที่สอง จนถึง ต.ค.2530
 

ทว่า พล.อ.เปรม ได้สั่งปลด พล.อ.อาทิตย์ ออกจากตำแหน่ง ผบ.ทบ. เหลือเพียงแค่ตำแหน่ง ผบ.สส. ไม่ได้คุมกำลังอีกต่อไป และคนที่คุมกำลังต่อจากนั้นคือ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ
 

ถัดจากนั้น อดีตยังเติร์กได้ก่อรัฐประหาร 9 ก.ย.2529 ล้มรัฐบาลเปรม แต่ไม่ประสบความสำเร็จอีกเช่นเคย 
 

ช่วง พล.อ.เปรม เป็นนายกรัฐมนตรี จึงมีการก่อกบฏ 2 ครั้ง และการลอบสังหารผู้นำรัฐบาล-กองทัพ ประมาณ 20 ครั้ง กองทัพมีความขัดแย้งแตกแยกระหว่างรุ่น ร้าวลึก 
 

นี่คือบทเรียนแห่งอดีต ที่ผู้นำเหล่าทัพวันนี้ ก็ได้เรียนรู้กันมา และหวังว่า จะไม่ซ้ำรอยเดิม