กรณีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ชี้มูล ‘พล.ต.ต.กฤษฎิ์ เปียแก้ว’ อดีต ผบก.น.5 กับพวกรวม 7 คน ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ในคดีที่นายวรยุทธ อยู่วิทยา ขับรถสปอร์ตหรูเฟอร์รารี่ชน ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ ผบ.หมู่ ป.สน.ทองหล่อ ขณะขับขี่มอเตอร์ไซด์ตำรวจเสียชีวิต   
 โดยนายตำรวจทั้งเจ็ดถูกกล่าวหาว่า..

 1.ช่วยเหลือนายวรยุทธ  ไม่ให้ถูกดำเนินคดีข้อหาขับรถขณะเมาสุรา 

 (ความผิดฐานขับขี่ขณะมึนเมาจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตาม พ.ร.บ. จราจรทางบก พ.ศ. 2522 กรณีนี้คือเมาแล้วขับ จากนั้นก็ไปชนคนตาย สำหรับอัตราโทษเมาแล้วขับจนชนคนตาย คือ จำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี และปรับตั้งแต่ 60,000-200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่  โดยมีอายุความในการดำเนินคดี 15 ปี)
 2. ช่วยเหลือนายวรยุทธ  ไม่ให้ถูกดำเนินคดีข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าอัตรากฎหมายกำหนด 

(สำหรับอัตราโทษตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 ข้อหาขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด คือ  ปรับไม่เกิน 1,000 บาท )
  3.ไม่ดำเนินการออกหมายจับนายวรยุทธ เพื่อให้ได้ตัวมาส่งพนักงานอัยการฟ้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เป็นเหตุให้นายวรยุทธผู้ต้องหาหลบหนี 
 

 และล่าสุดนายตำรวจทั้ง 7 คน คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติว่ามีมูลความผิด แยกเป็น 3 กรณี ประกอบด้วย 
 1.กรณีมีเจตนาละเว้นไม่ดำเนินคดีกับนายวรยุทธ ในข้อหาขับรถขณะเมาสุรา และกรณีไม่นำรายงานผลการคำนวณความเร็วของกองพิสูจน์หลักฐานซึ่งพบว่านายวรยุทธ ขับขี่รถยนต์ ด้วยความเร็วโดยเฉลี่ย 177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มาประกอบการทำความเห็นในทางคดี คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติว่า พ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง 
 2.กรณีละเว้นไม่ดำเนินการออกหมายจับนายวรยุทธ ป.ป.ช.มีมติว่าพ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง,พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม, พ.ต.ท.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล และพ.ต.ท.วิรดล ทับทิมดี มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง 
 3.กรณีคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ร่วมลงนามในสำนวนการสอบสวน คดีจราจร 632/2555 ของสถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ  คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติว่า พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว ,พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน และพ.ต.อ.ไตรเมต อู่ไทย มีมูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง ในฐานะผู้บังคับบัญชา ไม่กำกับดูแล ติดตาม เพื่อให้การสอบสวนเป็นไป โดยถูกต้องรอบคอบ และเป็นธรรม เพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย อันถือเป็นความบกพร่อง 
 จะเห็นได้ว่าทั้ง 3 กรณี เป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรงทั้งสิ้น โดย ป.ป.ช. เห็นว่า เข้าข่ายตาม พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 78   ที่บัญญัติว่า กระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ได้แก่ การไม่รักษาวินัยตามที่บัญญัติเป็นข้อปฏิบัติและข้อห้ามในเรื่องดังต่อไปนี้ 
.(9)ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชการด้วยความตั้งใจอุตสาหะเพื่อให้เกิดผลดีหรือความก้าวหน้าแก่ราชการ เอาใจใส่ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของทางราชการและต้องไม่ประมาทเลินเล่อในหน้าที่ราชการ
 ซึ่งตามขั้นตอนต่อไป  ป.ป.ช. จะส่งมติคำวินิจฉัยที่ชี้มูลนี้ ไปยังผู้บังคับบัญชาหรือผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนเพื่อดำเนินการทางวินัยกับนายตำรวจทั้ง 7 คนต่อไป ทั้งนี้เป็นไปตาม พรป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (2)
เปิด พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ  พ.ศ. 2547  พบความผิดวินัยไม่ร้ายแรงกับความผิดวินัยร้ายแรง...  โทษต่างกันมาก
 ความผิดวินัยไม่ร้ายแรง
มาตรา 89 ระบุว่า ข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ให้ผู้บังคับบัญชาสั่งลงโทษ ภาคทัณฑ์ ,ทัณฑกรรม, กักยาม, กักขัง หรือตัดเงินเดือนตามควรแก่กรณีให้เหมาะสมกับความผิดหรือจะงดโทษให้โดยให้ทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือหรือว่ากล่าวตักเตือนก็ได้

ความผิดวินัยร้ายแรง 
มาตรา 90  ข้าราชการตำรวจผู้ใดกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง ให้สั่งลงโทษ ปลดออกหรือไล่ออก ตามความร้ายแรง
                ถ้ามีเหตุอันควรลดหย่อน จะนำมาประกอบการพิจารณาลงโทษก็ได้ แต่ห้ามมิให้ลดโทษต่ำกว่าปลดออก

 จะเห็นได้ว่า ความผิดวินัยร้ายแรงนั้นโทษหนักมาก เพราะถึงอย่างไรก็ต้องออกจากราชการ ส่วนความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ไม่ต้องออกจากราชการ
ปัจจุบันตำรวจทั้ง 7 นาย มีอาชีพราชการอย่างไร
1.พล.ต.ต.กฤษฏิ์ เปียแก้ว จากผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ขณะเกิดเหตุคดีนี้) ปัจจุบันเกษียณ
2.พ.ต.อ.สุคุณ พรหมายน รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 ( ขณะเกิดเหตุคดีนี้) ปัจจุบันเป็น "รอง ผบช.น."
3.พ.ต.อ.ไตรเมต อู่ไทย รองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 5 (ขณะเกิดเหตุคดีนี้) ปัจจุบัน เกษียณ
4.พ.ต.อ.ชุมพล พุ่มพวง ผกก.สน.ทองหล่อ(ขณะเกิดเหตุคดีนี้) ปัจจุบัน เป็น "ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ"
 5.พ.ต.อ.สัมฤทธิ์ เกตุแย้ม ในฐานะคณะพนักงานสืบสวนสอบสวน ที่ร่วมลงนามในสำนวนการสอบสวน ปัจจุบัน เป็น " รองผบก. อัตรกำลังพล"
 6. พ.ต.ท.วิบูลย์ ถิ่นวัฒนากูล ในฐานะคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนที่ร่วมลงนามในสำนวนการสอบสวน พบข้อมูล ตำแหน่งสุดท้าย พ.ต.อ.วิบูลย์  ถิ่นวัฒนากูล พนักงานสอบสวนผู้ทรงคุณวุฒิ
สน.คันนายาว
7.พ.ต.ท.วิรดลทับทิมดี ในฐานะพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดีนี้ ปัจจุบันเป็น(ผกก.สอบสวน) กลุ่มงานสอบสวน บก.จร.บชน.

 สำหรับนายวรยุทธถูกดำเนินคดีข้อหา "ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291" มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ซึ่งตามกฎหมายจะมีอายุความในการติดตามตัวผู้ต้องหารายนี้ที่กำลังหลบหนี  กลับมาดำเนินคดีเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลภายใน 15 ปีนับตั้งแต่วันเกิดเหตุเมื่อวันที่ 3 ก.ย.55 
 ดังนั้นคดีนี้จึงจะครบกำหนดที่จะขาดอายุความในวันที่ 3 ก.ย.70 เท่ากับนับจากนี้จึงมีเวลา 7 ปีที่จะติดตามตัวผู้ต้องหามายื่นฟ้องต่อศาล