กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) กำหนดให้โรงเรียน สถานศึกษา และสถานบันการศึกษา ทุกแห่งเปิดทำการเรียนการสอน (เปิดเทอม) ตามปกติ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 เป็นต้นไป โดยมีการกำหนดมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในโรงเรียนและสถานศึกษาเป็น 2 ระยะ ได้แก่ ระยะแรก การเตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาคเรียน ต้องเตรียมการดังนี้ 

นักเรียนที่มาจากต่างจังหวัดผู้ปกครองต้องดูแลอย่างใกล้ชิดตามความเหมาะสม ให้โรงเรียนเตรียมกำหนดช่องทาง เข้า-ออก เตรียมการคัดกรองนักเรียนก่อนเข้าโรงเรียน จัดอุปกรณ์ล้างมือ อ่างล้างมือ น้ำยาทำความสะอาด สบู่และแอลกอฮอล์ เตรียมหน้ากากอนามัยสำรองสำหรับนักเรียน จัดเตรียมห้องเรียนให้เหมาะสม จัดโต๊ะ เก้าอี้ นักเรียน โดยกำหนดให้มีระยะห่าง 1-2 เมตร 

อสม.ประกบนักเรียนทุกคน

ทำความสะอาดพื้นที่ทั้งในอาคารเรียนและนอกอาคารเรียน จัดเอกสาร สื่อ เพื่อให้ความรู้กับนักเรียนและผู้ปกครอง เกี่ยวกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่สำคัญได้มีการมอบหมายให้ อาสาสมัครประจำหมู่บ้าน (อสม.) รับผิดชอบดูแลนักเรียนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ โดยเด็กนักเรียนทุกคนต้องมี อสม. รับผิดชอบดูแล หลังจากเตรียมการเรียบร้อยแล้ว ต้องผ่านการประเมินจาก คณะประเมินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หน่วยงานสาธารณสุข และสถานศึกษาร่วมกันตรวจประเมินอย่างเข้มงวด

ในระยะเวลาที่ผ่านมา ผู้บริหารโรงเรียน ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ได้ร่วมกันเตรียมการเพื่อเปิดเรียน ด้วยความมุ่งมั่นและความหวังว่า จะสามารถเปิดเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม ให้ได้ ทุกคนได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และทุนทรัพย์ ด้วยความมุ่งมั่น ควบคู่ไปกับการทดลองการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรอวันเปิดเรียน

ระยะที่ 2 หลังจากเปิดเรียนไปแล้วระยะหนึ่ง หากพบว่า มีความแออัดมากเกินไป หรือห้องเรียนไม่เพียงพอ ก็ควรปรับเปลี่ยนวิธีการจัดการเรียนการสอน โดยจัดให้มีการสลับวันเรียนของนักเรียนแต่ละชั้นเรียน ส่วนการคัดกรองก็ยังทำกันตามปกติ โดยเน้นเรื่องของการวัดอุณหภูมิ และการล้างมือ การสวมหน้ากากของนักเรียน

มีกิจกรรมหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก คือ การรับประทานอาหารกลางวันของนักเรียน ที่นักเรียนต้องได้รับประทานอาหารที่ปรุงสุกทันที ในขณะที่อาหารกำลังร้อน และอาจจัดให้มีการเหลื่อมเวลา หรือให้นักเรียนรับประทานอาหารในชั้นเรียน เพื่อรักษาระยะห่างไม่น้อยกว่า 1 เมตร ตามที่กำหนด

สำหรับโรงเรียนที่มีรถโรงเรียน ต้องนั่งเว้นระยะห่าง และต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา การนั่งเว้นระยะห่างในรถรับส่ง จากเดิมอาจจะใช้รถคันเดียว แต่เมื่อเว้นระยะห่าง อาจจะเพิ่มจำนวนรถมากขึ้น แต่หากสลับวันมาเรียน โดยใช้รถเท่าเดิม ก็อาจจะไม่ต้องใช้รถเพิ่มเติม

พบเด็กติดโควิดปิดรร.3วัน

หลังเปิดเรียน หากพบนักเรียนหรือครูที่ต้องสงสัย หรือมีเกณฑ์ติดเชื้อโควิด-19 ภายในโรงเรียน ต้องคัดแยกผู้มีอาการ และแจ้งเจ้าหน้าที่สาธารณสุขโดยทันที ในระหว่างรอผลตรวจ โรงเรียนยังมีการเรียนการสอนปกติ หากนักเรียนหรือครู ตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 ก็สามารถกลับมาเรียนได้ตามปกติ แต่หากตรวจพบเชื้อโควิด-19 นักเรียนและผู้ใกล้ชิดต้องถูกกักตัว 14 วัน และโรงเรียนต้องปิด 3 วัน เพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อ

ได้แต่หวังว่า หลังเปิดเรียนแล้ว นักเรียนทุกคน จะมีสุขภาพอนามัยที่แข็งแรง ไม่มีการพบผู้ป่วยต้องสงสัยหรือผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ในโรงเรียน แต่อย่างใด เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนเดินหน้าต่อไปตามปกติ คงไม่มีอุปสรรคใดมาขวางกั้น ให้การศึกษาต้องถูกแช่แข็งกันอีกรอบ สมกับที่คุณครูทั้งประเทศได้พยายามปฏิบัติตามมาตรการและข้อปฏิบัติทุกอย่างโดยไม่เกี่ยงงอนหรือมีข้อแม้ ด้วยความตั้งใจที่จะให้การศึกษากลับสู่สภาวะปกติ มาสร้างคน สร้างชาติ สู่อนาคตกันต่อไป

ก่อนเปิดเทอม 1 ก.ค.ครูต้องทำอะไรบ้าง

ก่อนเปิดเทอม 1 ก.ค.ครูต้องทำอะไรบ้าง

ก่อนเปิดเทอม 1 ก.ค.ครูต้องทำอะไรบ้าง