++

นับเป็นเวลากว่า 10 ปี คดีแกนนำ นปก.นำผู้ชุมนุมหลายพันคน บุกบ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี ก็มาถึงวันที่มีคำพิพากษาศาลฎีกา จำคุกแกนนำ นปก. คนละ 2 ปี 8 เดือน ไม่รออาญา

ในนั้น มีนักการเมืองดัง "วีระกานต์ มุสิกพงศ์" วัย 72 ปี รวมอยู่ด้วย วีระกานต์เดินอยู่บนถนนการเมืองมายาวนานเกือบ 4 ทศวรรษ มีทั้งรุ่งโรจน์ และตกต่ำตามวิถี

คนพัทลุงเดิมชื่อ “วีระ” เริ่มต้นที่การเป็นนักหนังสือพิมพ์ ก่อนจะก้าวสู่ถนนสายเลือกตั้ง สังกัดพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) จาก ส.ส.หนุ่ม แล้วขยับขึ้นเป็นแม่ทัพ ปชป. 

วีระต้องแยกทางจาก ปชป. ไปร่วมกับ เฉลิมพันธ์ ศรีวิกรณ์ ตั้งพรรคประชาชน ถัดจากนั้น ได้จัดตั้งพรรคเอกภาพ (ยุบรวมกันของ 4 พรรคคือรวมไทย กิจประชาคม ก้าวหน้าและประชาชน)

หลังจากนั้น วีระไปร่วมตั้งพรรคความหวังใหม่ แล้วออกไปตั้งพรรคดำรงไทย ก่อนจะย้ายมาพรรคไทยรักไทย ,พรรคเพื่อไทย และพรรคไทยรักษาชาติ 

ด้วยวิถีแห่งนักเลือกตั้ง นักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ย่อมมีบาดแผลเต็มตัว แล้วยังต้องเข้า-ออกคุกถึง 6 ครั้ง

                                 

                                               "วีระกานต์" คน 6 คุก

++

คุกแรก

++

สมัยวีระ มุสิกพงศ์ เป็นนักหนังสือพิมพ์ ได้เข้าร่วมขบวนการยึดอำนาจ ที่นำโดย พล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ เพื่อโค่นล้มรัฐบาลธานินทร์ กรัยวิเชียร เมื่อ 26 มี.ค.2520 แต่ไม่สำเร็จ จึงกลายเป็นกบฏ ทั้ง พล.อ.ฉลาด และนายทหารคนสนิท ถูกจับกุมหมด

วีระและเพื่อนนักหนังสือพิมพ์อีก 3 คน ถูกจำคุกด้วยข้อหากบฏ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตนักการเมืองหนุ่มที่เผชิญวิบากการเมือง

ติดตามข่าวสาร "คมชัดลีก" ผ่าน Line official
เพิ่มเพื่อน

++

คุกที่สอง

++

การเลือกตั้งปี 2529 “วีระ” ออกเดินสายหาเสียงช่วยนายทุนพรรคคือ พรเทพ เตชะไพบูลย์ ที่บุรีรัมย์ แต่เกิดเหตุการณ์พลิกผันเพราะวาจา ต้องคดีหมิ่นต่อสถาบันเบื้องสูง ในการปราศรัยหาเสียง ต้องคำพิพากษาสูงสุด รวมจำคุก 4 ปี

วีระติดคุกได้เพียงเดือนเดียว ก็มีพระบรมราชโองการอภัยโทษ โปรดเกล้าให้วีระพ้นสภาพจากการเป็นนักโทษ ตามที่ พล.ต.อ.ประจวบ สุนทรางกูร รัฐมนตรีมหาดไทย สมัยรัฐบาลเปรม ทำหนังสือขึ้น กราบบังคมทูลขอพระราชทานอภัยโทษ

 

                                                                 "วีระกานต์" คน 6 คุก

 

++

คุกที่สาม

++

เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ “วีระ” สังกัดพรรคความหวังใหม่ ได้เข้าร่วมปราศรัยต่อต้านรัฐบาลสุจินดา ต่อมา วีระถูกออกหมายจับ จึงเข้ามอบตัวและไม่ขอประกันตัว และถูกฝากขังที่โรงเรียนพลตำรวจบางเขน เช่นเดียวกับ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง

หลังจากเหตุการณ์สงบ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี วีระจึงถูกปล่อยตัว

++

คุกที่สี่

++

วีระและแกนนำ นปก. ถูกจับกุมเมื่อ 26 ก.ค.2550 ในข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป พร้อมถูกนำไปขังคุก รอการปล่อยตัวชั่วคราว

สืบเนื่องจากวันที่ 22 ก.ค.2550 แกนนำและแนวร่วม นปช. เคลื่อนตัวจากท้องสนามหลวงไปยังบ้านสี่เสาเทเวศร์ บ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี เรียกร้องกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง

                               

++

คุกที่ห้า

++

เหตุการณ์สลายการชุมนุมของกลุ่ม นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ช่วงเดือนพฤษภาคม 2553 วีระ และแกนนำ นปช.บางส่วนได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าหน้าที่บ้านเมือง และถูกคุมขังอยู่ 7 เดือน จึงได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เมื่อต้นปี 2554

ออกจากคุกรอบนี้ วีระเปลี่ยนชื่อ “วีระกานต์ มุสิกพงศ์” เพราะพ่อบังเกิดเกล้า อายุ 90 ปี ขอให้เปลี่ยนจากวีระ เป็นวีระกานต์ หวังจะให้พ้นเคราะห์ พ้นโศก จึงยินดีเปลี่ยน

 

                                         "วีระกานต์" คน 6 คุก

++

คุกที่หก

++

เมื่อคดีบุกบ้านป๋าเปรม มาถึงวันที่อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา วีระกานต์ มุสิกพงศ์ กับพวก ซึ่งมีความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ถูกสั่งจำคุกแกนนำ นปก. คนละ 2 ปี 8 เดือน ไม่รออาญา

วีระหรือวีระกานต์ จึงต้องเดินเข้าสู่เรือนจำอีกครั้งหนึ่ง ชีวิตคนเลือกเกิดไม่ได้ เมื่อวีระกานต์ ตัดสินใจเลือกจะเป็นแล้ว ก็ต้องยอมรับผลแห่งการกระทำของตัวเอง