++

เช้าวันที่ 26 มิ.ย.2563 นพ.เหวง โตจิราการ จัดรายการ Facebook Live ตามปกติ ตอนหนึ่งหมอเหวงบอกว่า "วันนี้ต้องเดินทางไปฟังคำพิพากษาฎีกา กรณีการชุมนุมหน้าบ้านสี่เสา ส่วนผลจะออกมาอย่างไร ผมน้อมรับทุกประการ..ถ้าศาลฎีกาพิพากษาให้เข้าเรือนจำ ผมก็ต้องเข้าเรือนจำ"

เย็นวันเดียวกันนั้น หมอเหวงจึงได้เข้าเรือนจำ พร้อมกับวีระกานต์ มุสิกพงศ์, ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ, วิภูแถลง พัฒนภูมิไท และนพรุจ วรชิตวุฒิกุล

ตอนสายวันนั้น ก่อนเข้าไปฟังคำพิพากษา หมอเหวงให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า “จากความเป็นจริงในโลก เส้นทางประชาธิปไตยมันยาวไกลมาก บางประเทศใช้เวลาต่อสู้ร่วมร้อยปี ผมยังยืนหยัดที่จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ต่อไป หากว่าผมยังไม่สูญเสียชีวิต ตราบใดที่ผมยังมีชีวิตอยู่ ผมยังเดินหน้าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไปเรื่อยๆ”

วันนี้ หมอเหวงอายุ 69 ปี เริ่มต้นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ในวัย 20 ปี ยุคสงครามเย็น คนหนุ่มสาว พ.ศ.นั้น ต้องเผชิญกับการล้อมปราบอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน
                       

                                                เส้นทาง 'เหวง' จากภูพานสู่เรือนจำ

++

ยุคแสวงหา

++

ปี 2513 เหวง โตจิราการ เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยมหิดล มีความสนใจเรื่องพุทธศาสนา จึงเป็นประธานชมรมพุทธศาสตร์ มหิดล จนเพื่อนเรียก “มหาเหวง”

ปี 2517 เหวงได้รับเลือกให้เป็นประธานพรรคแนวร่วมมหิดล และเป็นนายกสหพันธ์นักศึกษามหิดล

ปี 2518 ออกจากรั้วมหิดลไปขับเคลื่อน “แนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ” ส่งผลให้ตกเป็นเป้าหมายการล่าสังหารจากฝ่ายขวา เหวง ร่วมกับเพื่อนผู้นำนักศึกษา-กรรมกร ได้แก่ ปรีดี บุญซื่อ, ประสิทธิ์ ไชโย, เทิดภูมิ ใจดี, สมาน เลิศวงศ์รัฐ, เสกสรรค์ ประเสริฐกุล และ จิระนันท์ พิตรปรีชา ต้องเดินทางไปฝรั่งเศส ก่อนจะกลับมาเวียดนาม และเข้าร่วมการต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)

ปี 2521 ศูนย์การนำ พคท. ส่งตัวหมอเหวง หรือ “สหายเข้ม” จากแนวหลัง เพื่อมาทำงานด้านการแพทย์ที่แนวหน้าฐานที่มั่นภูพาน

++

ภูพานสู้

++

ปี 2523 “สหายปูน” ธิดา ถาวรเศรษฐ์ อาจารย์คณะเภสัชศาสตร์ ม.มหิดล เดินทางมาเยี่ยมเยือนฐานที่มั่นภูพาน และพบรักสหายหนุ่ม “หมอเหวง” หรือ “สหายเข้ม” 

ปี 2524 หมอเหวงเข้าร่วมประชุมสมัชชาพรรคฯ ครั้งที่ 4 เฉพาะภาคอีสาน บนฐานที่มั่นภูพาน 

ปี 2525 สหายปูนหรือธิดา ได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการบริหารกลางชุดที่ 4 แต่กลับไม่มีชื่อหมอเหวง

ปี 2526 หมอเหวง ประกาศแตกหักกับ พคท. ด้วยการเขียนหนังสือ “ป่าแตก” ร่วมกับ ธิดา ถาวรเศรษฐและในเวลาต่อมา ได้จัดงานฉลองการสมรสกับธิดา โดยมี พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นพยานในการฉลองสมรส

                                               เส้นทาง 'เหวง' จากภูพานสู่เรือนจำ

 

++

สู้เพื่อประชาธิปไตย

++

หลังพฤษภาทมิฬ เหวงและธิดา ปลุกปั้นสมาพันธ์ประชาธิปไตย และพยายามฟื้นองค์กรปฏิวัติไทย 

ต้นปี 2549 เหวง และมิตรสหายได้เข้าพบสนธิ ลิ้มทองกุล ที่บ้านพระอาทิตย์ พูดคุยเรื่องแนวทางการต่อสู้ แต่จูนกันไม่ติด จึงแยกทางกันเดิน

เมื่อเกิดรัฐประหาร 2549 เหวงเข้าร่วมขบวนการคนรักทักษิณต้านเผด็จการทหาร และยกระดับเป็นองค์กรแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.)

การเคลื่อนไหวของ นปก.ช่วงปี 2550 ยังอยู่ภายใต้การสนับสนุนแบบลับๆ ของ เนวิน ชิดชอบ 

ก่อนจะเป็น นปก. วีระกานต์ มุสิกพงศ์, จักรภพ เพ็ญแข ,ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และจตุพร พรหมพันธุ์ ได้ไปพบทักษิณ ขอตั้งสถานีโทรทัศน์พีทีวี และจัดการชุมนุมในนามม็อบพีทีวี

ว่ากันว่า “จักรภพ” เป็นคลังสมองของ นปก. และตั้งธง “ล้มป๋า” จึงมีปฏิบัติการบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์อยู่หลายรอบ และเกิดเรื่องใหญ่ในที่สุด