++

 


          ข่าวเศร้าในกลุ่มนักกิจกรรมยุคไพร่ผงาด เมื่อ ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ "ดา ตอร์ปิโด" เสียชีวิตอย่างสงบ ระหว่างเข้ารับการรักษาตัวจากโรคมะเร็งที่โรงพยาบาลศิริราช

 

 

          "ดา ตอร์ปิโด" อดีตผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย และสถานีโทรทัศน์เคเบิลไทยสกายทีวี เข้าสู่สมรภูมิการเคลื่อนไหวทางการเมืองบนท้องถนน หลังรัฐประหาร 2549

 

 

 

"ดา ตอร์ปิโด" ปิดฉากแดงตาสว่าง

 


          ปี 2550 มีกลุ่มการเมืองอิสระ ได้รวมตัวเปิดเวทีปราศรัยต่อต้านเผด็จการทหาร ที่ท้องสนามหลวง โดยกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ เป็นแกนหลักตั้งเวทีไฮด์ปาร์ค ดารุณีก็เป็นคนหนึ่งที่ขึ้นเวทีปราศรัย โดยใช้ชื่อ “ดา ตอร์ปิโด” 


          ดาวไฮด์ปาร์คเวลานั้น ส่วนมากเป็นคนหน้าใหม่ และใช้ชื่อปลอม อย่างเช่นสุชาติ นาคบางไซ, “ชีพ ชูชัย” (ชูชีพ ชีวสุทธิ์) และอีกหลายๆคน เป้าหมายการโจมตีของพวกเขา ไม่ใช่กลุ่ม คมช.ที่ยึดอำนาจ หากพุ่งเป้าไปที่ “กลุ่มอำมาตย์” ผู้วางแผนล้มทักษิณ


          ต้นปี 2551 สุรชัย แซ่ด่าน ได้จัดตั้ง "กลุ่มสภาประชาชนต่อต้านเผด็จการ" ซึ่งเป็นการร่วมมือกันอย่างหลวมๆ ของหลายกลุ่ม “ดา ตอร์ปิโด” เริ่มมีบทบาทมากขึ้น และมีการตั้งเวทีเสียงประชาชน กลางท้องสนามหลวง

 

 

 

"ดา ตอร์ปิโด" ปิดฉากแดงตาสว่าง

 

 


          วันที่ 22 ก.ค.2551 “ดา ตอร์ปิโด” ถูกจับกุมที่บ้านและถูกตั้งข้อกล่าวหาจากการปราศรัยที่เจ้าหน้าที่เห็นว่าเข้าข่ายเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ถึง 3 ครั้ง


          “ดา ตอร์ปิโด” ถูกควบคุมตัวตั้งแต่ชั้นจับกุมจนถึงชั้นศาลโดยไม่ได้รับการประกันตัว และวันที่ 28 ส.ค.2552 ศาลอาญาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยมีความผิดจริงโดยหลักฐาน พิพากษาลงโทษ จำคุก 3 กระทง กระทงละ 6 ปี รวมจำคุก 18 ปี ไม่รอลงอาญา


          ต่อมา "ดา ตอร์ปิโด" ได้ยื่นอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.2556 ให้จำคุก 3 กระทง กระทงละ 5 ปี รวม 15 ปี โดยให้เหตุผลว่า “ต้องลงโทษสูงเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคลอื่น”

 

 

 

"ดา ตอร์ปิโด" ปิดฉากแดงตาสว่าง

ชูชีพ ชีวสุทธิ์



          หลังจากนั้น “ดารณี” ตัดสินใจไม่สู้คดีต่อในชั้นฎีกา เพราะการพิจารณาอาจใช้เวลาถึง 5-6 ปี และไม่มีความหวังว่าศาลจะพิพากษาเป็นอื่น จึงตัดสินใจเลือกแนวทางการขอพระราชทานอภัยโทษแทน


          ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล ได้รับการอภัยโทษและปล่อยตัวเมื่อวันที่ 27 ส.ค.2559 รวมระยะเวลาที่ถูกจองจำประมาณ 7 ปี 9 เดือน หลังจากนั้นมาก็ต้องประสบความยากลำบากในการใช้ชีวิต รวมถึงป่วยด้วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย จนกระทั่งเสียชีวิตในที่สุด


          ปี 2563 ดารณีได้เขียนหนังสือ “บันทึกการต่อสู้ครั้งสุดท้าย ของ ดา ตอร์ปิโด” ซึ่งมีการขายผ่านระบบออนไลน์ 


          กลุ่มสภาประชาชนฯ ท้องสนามหลวงในระยะหลัง ได้เปลี่ยนมาเป็น “กลุ่มตาสว่าง” และมีข้อน่าสังเกตว่า กลุ่มต้านอำมาตย์ยุคแรก ไม่ว่าจะเป็นสุรชัย แซ่ด่าน และชูชีพ ชีวสุทธิ์ ได้หลบหนีไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน และกลายเป็นผู้ที่ถูกทำให้หายสาบสูญ

 

 

"ดา ตอร์ปิโด" ปิดฉากแดงตาสว่าง

 


          กลุ่มตาสว่าง จะถูกมองว่าเป็น “แดงเวทีเล็ก” และมักถูกแกนนำ นปช.กีดกันไม่ให้ขึ้น “เวทีใหญ่” เพราะแนวทางการเคลื่อนไหวของกลุ่มตาสว่าง มีเป้าหมายที่สูงกว่าการโค่นเผด็จการทหาร


          ดา ตอร์ปิโด,สุรชัย แซ่ด่าน และชูชีพ ชีวสุทธิ์ ก็คือ กลุ่มตาสว่าง ผู้จุดประกายไฟการต่อสู้ใต้ดิน จากท้องสนามหลวง จนมาถึงสมรภูมิออนไลน์ในวันนี้