คอลัมนิสต์

ในโควิดมีการเมือง เกมนี้ "ลุงตู่" เป็นต่อ

ในโควิดมีการเมือง เกมนี้ "ลุงตู่" เป็นต่อ

18 เม.ย. 2563

ใครว่าโรคระบาด จะมีเฉพาะไวรัสเท่านั้น ที่สามารถเร้นกายเข้าสู่ร่างกายคนได้ แต่มีกลิ่นอายการเมืองซุกและซ่อนมาพร้อมกัน "เกมการเมือง"ในโควิด นับแต่เกิดวิกฤตินายกฯยังไม่เพลี่ยงพล้ำ แถมหากดูบริบทโดยรอบ นายกฯยังเป็นต่อ

      ใครว่าโรคระบาด จะมีเฉพาะไวรัสเท่านั้น ที่สามารถเร้นกายเข้าสู่ร่างกายคนได้ แต่ในสถานการณ์ฉุกเฉินแบบนี้ มีกลิ่นอายการเมืองซุกและซ่อนมาพร้อมกัน

     คนรอบกายนายกฯลุงตู่ ไม่ใช่หมอ หรือพยาบาล ไม่มีแมสและเจลล้างมือ แต่คนรอบกายนายกฯคือเสธ.ทหาร ที่เชี่ยวชาญการรบ และเรียนรู้เรื่องการเมือง

     ภาวะที่คนไทยตกอกตกใจกับโรคระบาด รอ”พระเอกขี้ม้าขาว”มาทำให้ความวิตกจริตลดลงไปนั้นมีอยู่เต็มเปี่ยม และเขาก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ 
 

     การใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่วนหนึ่งเป็นการเรียกร้องจากสังคม อีกส่วนเป็นการโยนหินออกมาถามทางไว้ล่วงหน้าแล้วว่า หากใช้กฎหมายฉบับนี้ คนส่วนใหญ่จะว่าอย่างไร เมื่อเช็กเสียงแล้วก็ทราบว่า คนส่วนใหญ่ต้องการ

       ฉะนั้นการกดปุ่ม พ.ร.ก.นั้นสามารถทำได้หลายรูปแบบ เพราะในอดีตมีการใช้มาแล้วทั้งรัฐบาลทักษิณ รัฐบาลอภิสิทธิ์ และรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้ผลไม่ได้ผลแตกต่างกันไป

      แต่ครั้งนี้ โครงสร้างของคณะกรรมการที่อยู่ในกฎหมาย นายกฯลุงตู่ รวบมาไว้กับตนเองทุกอย่าง จนเวลาผ่านไปนานพอสมควร พรรคร่วมจึงรู้สึกว่าถูกยึดอำนาจ หรือปฏิวัติเงียบ

        การนั่งหัวโต๊ะเป็นประธาน การทำหน้าที่ ผอ.สถานการณ์เอง เหล่านี้ล้วนแต่อยู่ในตำราพิชัยสงครามที่งัดมาใช้กับการปราบปรามโรคระบาดโควิด ช่างกลมกลืนเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย

          ถัดต่อมานายกฯยังออกคำสั่ง รวบอำนาจการจัดซื้อจัดจ้างบรรดาครุภัณฑ์ทั้งหลายที่แต่เดิมเป็นอำนาจของกระทรวงสาธารณสุขมาไว้ในมือ หลังมีข่าวไม่สู้ดีจากหลายสำนักว่ามีการ”รอฟันกำไร”จากความเป็นความตายของประชาชน

         จนวันนี้ กระทรวงสาธารณสุขและกระทรวงพาณิชย์ ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากรอฟังจากนายกฯเพียงคนเดียวเท่านั้น แน่นอนว่า การรวบอำนาจแบบนี้มันทำให้การแก้ปัญหาโควิดทำได้รวดเร็วและเดินเป็นขบวน หลังจากที่ช่วงแรก กระทรวงสาธารณสุขไปทาง พาณิชย์ไปทาง และรัฐบาลก็ไปอีกทาง

       เล่นเอาพรรคร่วมรัฐบาลหมดสิทธิ์ออกหมัดหาประโยชน์และหาคะแนนเสียง

       เป็นผลดีหลังจากใช้ พ.ร.ก.และมีเคอร์ฟิวตามมา นี่คือฝีมือจากการวางแผนของเสธ.รอบกายนายกฯ โดยไม่ต้องมีความรู้เรื่องไวรัสหรือแบคทีเรียก็ทำได้

      ล่าสุดมี”กุนซือ”ระดับแสนล้านล้านกระซิบบอก นายกฯว่า ไหนๆก็ไหนๆ เชิญบรรดามหาเศรษฐีทั้งหลายมาช่วยกัน เพราะซีพีได้นำร่องสร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยให้เป็นของขวัญแก่ลุงตู่แล้ว มหาเศรษฐีคนอื่นๆที่ร่ำรวยเพราะใบบุญของรัฐบาลก็น่าจะมาช่วยกันบ้าง

      คืนกำไรให้สังคม คืนความสุขให้ลุงตู่

        ในคำแถลงเมื่อเย็นวันศุกร์ที่ผ่านมา ไม่ได้มีเฉพาะลูกอ้อนมหาเศรษฐี แต่เสธ.รอบกายยังหยอดเรื่องการเมืองเข้าไปด้วย ดังวลีที่ว่า ขอให้ทุกคนมาช่วยกันเป็นครอบครัวเดียวกัน ไม่มีสีเสื้อไม่มีฝักฝ่าย และไม่มีการเมือง 

        เห็นหรือยังว่า หลังเดินเกมรุกกู้เงินมาแจกกู้เงินมาเยียวยาโดยไม่มีใครค้านสักคน ตอนนี้หันมาใช้วิกฤติโควิดเพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ที่คนไทยแตกแยกมาเป็นเวลา10 กว่าปี

       แน่นอนว่า มหาเศรษฐียินดีช่วยนายกฯเพราะส่วนใหญ่ร่ำรวยจากสัมปทานรัฐ ทั้งผูกขาดและไม่ผูกขาด แต่เรื่องการเมือง วันนี้ยังไม่มีใครปฏิเสธนายกฯ เนื่องจากนักการเมืองรู้ดีว่ากระแสประชาชนแรง ความต้องการของประชาชนในขณะนี้คือ ทำให้โรคหายไป และทำให้เขามีอยู่มีกิน 

      ฉะนั้นเกมการเมืองในโควิด นับแต่เกิดวิกฤตินายกฯยังไม่เพลี่ยงพล้ำ แถมหากดูบริบทโดยรอบ นายกฯยังเป็นต่อและไปได้แบบยาวๆ

     กว่าโควิดจะจบ คะแนนนิยม”ลุงตู่” น่าจะแซงแคนดิเดตทุกคน.