คอลัมนิสต์

 'บิ๊กตู่'ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ ? คุม 33 อรหันต์ แก้ 'โควิด-19'

'บิ๊กตู่'ยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ ? คุม 33 อรหันต์ แก้ 'โควิด-19'

11 เม.ย. 2563

ลือสนั่น 'บิ๊กตู่' ยึดอำนาจจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ หน้ากากอนามัย รักษาโควิด-19 เอง  มีปลัดสำนักนายกฯคุม 33อรหันต์ ไร้เงาปลัดสาธารณสุข-อธิบดีหมอที่เกี่ยวข้อง ...หากเป็นจริง ทำไปเพื่ออะไร มาถูกทางแล้วหรือ  

          กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 9/2563  ลงวันที่ 11 เมษายน 2563  "เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19)" จำนวน33คน  โดยมี 'ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี' เป็นประธาน

     โดยสาระสำคัญ ให้คณะกรรมการชุดนี้ที่นายกฯแต่งตั้งขึ้นตามพรก.ฉุกเฉินฯ  มีอำนาจกลั่นกรอง ควบคุม การบริการจัดการพัสดุ และเวชภัณฑ์ หน้ากากอนามัย 
      ที่น่าสนใจ เช่น  ข้อ 2 พิจารณากลั่นกรองการกำหนดราคากลางในการจัดซื้อพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) และ
เวชภัณฑ์ป้องกัน ตลอดจนสินค้าหน้ากากอนามัยของส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐให้เหมาะสม

     ข้อ3 พิจารณากลั่นกรองการนำเข้าสินค้าหน้ากากอนามัยเข้ามาในราชอาณาจักร และคำขอรับหนังสืออนุญาตการส่งออกสินค้าหน้ากากอนามัยไปนอกราชอาณาจักร พร้อมเอกสารหลักฐานของผู้ขออนุญาตให้เป็นไปตามประกาศสำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เกี่ยวกับหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต แบบหนังสืออนุญาต และวิธีการส่งออกสินค้าหน้ากากอนามัย

   ข้อ6 พิจารณากลั่นกรองเอกสาร หลักฐาน ข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณการผลิต และปริมาณการจำหน่ายพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด - 19) และเวชภัณฑ์ป้องกัน ตลอดจนสินค้าหน้ากากอนามัย รวมทั้งความต้องการในแต่ละภาคส่วนเพื่อประกอบการพิจารณาของเลขาธิการคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการในการอนุญาตให้ผู้ผลิตกระจายพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) และเวชภัณฑ์ป้องกัน ตลอดจนสินค้าหน้ากากอนามัยให้ทั่วถึง

    และข้อ12  ให้คณะกรรมการเฉพาะกิจเกี่ยวกับการบริหารจัดการพัสดุสำหรับการป้องกัน ควบคุม หรือรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด -19) เป็นที่ปรึกษาตามมาตรา 8แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548

   ( รายละเอียดคำสั่งฯ อ่านที่นี่ )

    และจากคำสั่งนี้เอง มีการลือและตั้งข้อสังเกตว่า ประกาศฉบับนี้ ไม่มี ปลัดกระทรวงสาธารณสุข  ซึ่งเป็นหัวหน้าฝ่ายสาธารณสุข ของ ศบค.,  ไม่มีอธิบดีกรมควบคุมโรค ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักทำหน้าที่ควบคุมการระบาดของเชื้อโรค และอธิบดีกรมการแพทย์ ซึ่งทำหน้าที่รักษาผู้ป่วย ร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย 

       อีกทั้ง อำนาจหน้าที่ที่กำหนดไว้ในประกาศ  มีลักษณะที่ทำให้เข้าใจได้ว่า คณะกรรมการชุดนี้ มีอำนาจพิจารณากลั่นกรองการจัดซื้อพัสดุ และ เวชภัณฑ์ ป้องกัน ควบคุม และรักษาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ Covid-19  ซึ่งเคยเป็นอำนาจหน้าที่ของกระทรวงสาธารณสุข  จนมีการวิจารณ์กันในกระทรวงสาธารณสุข ว่า ศบค.ได้ยึดอำนาจกระทรวงสาธารณสุข ไปแล้ว

      แต่คำถามคือว่า หาก “บิ๊กตู่”  ต้องการยึดอำนาจจริงตามที่เข้าใจกันเกี่ยวกับ การจัดซื้อยา เวชภัณฑ์ หน้ากากอนามัย รักษาโควิด-19   ผ่านทางปลัดสำนักนายกฯที่นั่งเป็นประธานอยู่ในคณะกรรมการชุดนี้ซึ่งมีทั้งหมด 33 คน โดยไร้เงาปลัดสาธารณสุข-อธิบดีหมอที่เกี่ยวข้อง "บิ๊กตู่" ทำเช่นนี้เพื่ออะไร, ที่ผ่านมาเกิดปัญหาอะไรขึ้นกับการจัดซื้อยาเวชภัณฑ์ หน้ากากอนามัย ในการรักษา' โควิด-19' หรือไม่ และการทำเช่นนี้ มาถูกทางแล้วหรือ
 
       เหล่านี้เป็นคำถามที่ต้องหาคำตอบกันต่อไป