ช่วงนี้แวดวงการแพทย์กำลังถกเถียงกันว่า ไวรัสร้าย “โควิด- 19” สามารถ “แพร่ผ่านทางอากาศ” ได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมาประเมินกันว่าเชื้อใหม่ตัวนี้ติดต่อผ่านคนทั่วไปด้วย “การสัมผัสโดยตรง” แต่กรณีที่เกิดขึ้นในโบสถ์ในรัฐวอชิงตัน ทำให้หมอหลายคนเริ่มมั่นใจว่าคือ แอร์บอร์น !

 

 

 

          เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา คณะนักร้องประสานเสียง “Skagit Valley Chorale” ประจำโบสถ์ในรัฐวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ได้นัดซ้อมใหญ่จำนวน 60 คน โดยเงื่อนไขคือ ทุกคนต้องโดนตรวจเช็กว่าไม่มีไข้ ต้องไม่มีการสัมผัสกัน ให้นำโน้ตเพลงไปเอง ไม่จับต้องสิ่งของใดๆ ก่อนเข้าโบสถ์ทุกคนใช้เจลล้างมือที่ประตู ไม่สวมกอด ไม่จับมือ ที่สำคัญคือ ต้องยืนห่างจากกันประมาณ 2 เมตร จากนั้นก็ซ้อมร้องเพลงกันประมาณกว่า 2 ชั่วโมง ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน

          หลังจากนั้นไม่กี่วัน สมาชิกบางคนเริ่มแจ้งมาว่ามีอาการป่วยและตรวจพบติดไวรัสโควิด–19 แทบไม่น่าเชื่อว่าผ่านไปเพียง 3 อาทิตย์ สมาชิกที่มาร่วมร้องเพลง 45 คนจากทั้งหมด 60 คน หรือร้อยละ 75 ตรวจพบเชื้อไวรัสร้ายตัวนี้ มีผู้ป่วยหนักถึงกับเสียชีวิต 2 รายด้วยกัน ได้แก่ “แนนซี ฮามิลตัน” นักร้องเสียงโซปราโน วัย 83 ปี กับนักร้องหญิงวัย 80 ปี

          จากกรณีข้างต้น ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจทั่วโลกเริ่มเป็นห่วงว่า ไวรัสตัวนี้อาจร้ายกาจกว่าที่มนุษย์คิด เพราะผู้ติดเชื้อไม่ได้กระจายเชื้อแบบ “ละอองใหญ่” ที่ต้อง “สัมผัสโดยตรง” (droplet contact) แต่อาจเป็นการแพร่กระจายด้วยละอองฝอยเล็ก “ทางอากาศ” (airborne transmission) !

          ทั้งนี้ แอร์บอร์น หรือ “การติดเชื้อผ่านทางอากาศ” เกิดขึ้นกับเชื้อโรคหลายประเภทด้วยกัน เช่น วัณโรค หัด อีสุกอีใส ฯลฯ โดยเชื้อโรคเหล่านี้สามารถแพร่กระจายไปกับฝอยละอองขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอนเปรียบเทียบได้กับ เม็ดทราย 1 เม็ด มีขนาด 90 ไมครอน ดังนั้น หากเอาเม็ดทรายมาทุบแบ่งออกเป็น 18 ส่วนแต่ละส่วนถึงจะมีขนาด 5 ไมครอน ซึ่งก็คือละอองฝอยที่เล็กมากนั่นเอง ดังนั้นเชื้อโรคที่เล็กมากขนาดนี้จึงสามารถปนเปื้อนหรือแพร่กระจายล่องลอยอยู่ในอากาศได้มากกว่าเชื้อโรคที่เป็นละอองฝอยขนาดเม็ดใหญ่ซึ่งต้องอาศัยการอยู่ใกล้หรือสัมผัสใกล้ชิดกันมากๆ เชื้อโรคถึงแพร่ติดต่อมาได้

"โควิด-19" อาจแพร่เชื้อแบบ "แอร์บอร์น"!

 

          นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจ อธิบายให้ฟังว่า รู้สึกตกใจมากกับข้อมูลที่สื่อมวลชนอเมริกาเปิดเผยออกมา เพราะเป็นหลักฐานสำคัญยืนยันว่า เชื้อไวรัสโควิด–19 สามารถแพร่ระบาดจากคนสู่คนผ่านทางอากาศ หรือแอร์บอร์น ไม่ต่างจากเชื้อวัณโรค เพราะฉะนั้นจากนี้ไปการป้องกันตัวเอง ต้องทำรัดกุม รักษาระยะห่างเข้มข้นมากกว่าเดิม

          “ก่อนหน้านี้ผมก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเชื้อตัวนี้น่าจะระบาดแบบแอร์บอร์น คนป่วยสามารถแพร่เชื้อเป็นละอองฝอยเล็กๆ ไปทางอากาศได้ เพราะดูจากจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอิตาลีและอเมริกา แต่ยังไม่มีข้อมูลอะไรไปพิสูจน์ได้ พอเห็นกรณีที่เกิดขึ้นกับนักร้องกลุ่มนี้ ทำให้ผมตะลึงเลยนะ เพราะนี่คือหลักฐานสำคัญมากๆ เลย เป็นการยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะพวกเขาป้องกันด้วยขั้นตอนที่ถูกต้องหมด เช่น วัดไข้ก่อนแล้ว ล้างมือ ยืนรักษาระยะห่าง 1-2 เมตร ไม่แตะตัวหรือแตะต้องสิ่งของอะไร แต่ปรากฏว่ายังติดเชื้อได้”

          เนื่องจากขณะเปล่งเสียงร้องเพลงออกมา จะมีละอองฝอย (droplet nuclei) ฟุ้งกระจายออกมาด้วย และเป็นละอองฝอยขนาดเล็กประมาณ 5 ไมโครเมตร ล่องลอยไปในอากาศ ไม่ใช่น้ำลายหรือเสมหะ ละอองเหล่านี้ทำให้คนที่อยู่ห่างออกไปหลายเมตรติดเชื้อได้ ไม่ใช่จากแค่การสัมผัสเนื้อตัวหรือสิ่งของร่วมกันแบบที่หมอหลายคนเชื่อ เหมือนกรณีป้าเกาหลีที่ร้องเพลงในโบสถ์หรือกรณีสนามมวยลุมพินีของไทย ที่คนมีเชื้อไวรัสนี้ตะโกนเชียร์แล้วปล่อยละอองฝอยออกมาล่องลอยไปติดคนอื่นจำนวนมาก

"โควิด-19" อาจแพร่เชื้อแบบ "แอร์บอร์น"!

          “หมอมนูญ” กล่าวเตือนต่อว่า จากนี้ไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มแพทย์ พยาบาล ต้องป้องกันตัวเองไม่ต่างจากดูแลผู้ป่วยวัณโรค หรือโรคที่ติดต่อทางอากาศ แน่นอนว่าเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ทราบกันดีอยู่แล้ว เพราะต้องใกล้ชิดกับคนป่วยจะมีความเสี่ยงที่ติดเชื้อจากละอองที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศอยู่แล้วแบบ แอโรซอล (Aerosol) แต่หลักฐานอันนี้ คือ บอกว่าเป็น แอร์บอร์น ด้วย หมายความว่าหน้ากากอนามัยสีฟ้า คงไม่สามารถป้องกันได้มากนัก ต้องเป็นระดับหน้ากากเอ็น 95 เท่านั้น คนป่วยหรือคนที่สงสัยว่าป่วย ต้องใส่หน้ากากอนามัยสีฟ้าตลอดเวลา เพราะจะให้คนป่วยใส่หน้ากากเอ็น 95 ก็คงหายใจไม่ออก ส่วนคนที่ยังไม่ติดเชื้อ ถ้าต้องไปอยู่ร่วมกับคนหมู่มาก หรือใกล้ชิดคนป่วยก็ต้องใส่หน้ากากระดับเอ็น 95

          “ตอนนี้คงหาซื้อได้ยาก ขอให้ใช้หน้ากากอนามัยสีฟ้าและหน้ากากผ้าหลายชั้นหน่อย และต้องระมัดระวังไม่ให้เชื้อที่ล่องลอยในอากาศเข้ามาด้านข้างหรือตามช่องโหว่ของหน้ากาก เพราะจะสูดหายใจเข้าไปได้ง่าย โดยเฉพาะถ้าต้องร้องเพลง ตะโกนเชียร์กีฬา มีคนอยู่ด้วยกันหลายคน ต้องใส่หน้ากากอนามัยทุกคน ป้องกันไม่ให้คนมีเชื้อแพร่กระจายออกมา” หมอมนูญ กล่าวเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"โควิด-19" อาจแพร่เชื้อแบบ "แอร์บอร์น"!

 

 

 

 

 

          ขณะที่ “นพ.ธนรักษ์ ผลิพัฒน์” รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเมื่อวันที่ 1 เมษายน ถึงกรณีที่เกิดขึ้นกับนักร้องประสานเสียงในรัฐวอชิงตันว่า ลักษณะการระบาดยังเป็นแบบกลุ่มก้อน ตอนนี้ขอยืนยันว่าเชื้อไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาดได้เพียง 2 วิธี

          วิธีที่ 1 แพร่โดยละอองฝอยน้ำลาย จากการเข้าไปใกล้กันในระยะประชิด หรือในระยะ 1 เมตร ทำให้หายใจรับเชื้อเข้าไปโดยตรง และวิธีที่ 2 ผู้ป่วยไอ-จามทิ้งไว้ ทำให้เชื้อล่องลอยอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้ 2-3 วัน ดังนั้นการป้องกันไม่ให้ติดเชื้อทำได้ด้วยการทำความสะอาดพื้นผิวบ่อยๆ ล้างมือบ่อยๆ ไม่เข้าไปในสถานที่แออัด หลีกเลี่ยงคนไอจาม ถ้าผู้ป่วยไอจาม ต้องใส่หน้ากากซึ่งจะลดการแพร่ระบาดได้ร้อยละ 97 

          โดย นพ.ธนรักษ์ สรุปยืนยันทิ้งท้ายว่า “เชื้อโควิด-19 ไม่แพร่ระบาดทางอากาศ !”

          วินาทีนี้ไม่ได้มีเฉพาะ “แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ” ของไทยเท่านั้น ที่ยังมีความเห็นแตกต่างกันว่า ไวรัสร้ายโควิด–19 แพร่กระจายทางไหนได้บ้าง แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญในองค์การอนามัยโลกก็ยังไม่ฟันธง คงต้องรอพิสูจน์กันต่อไป !?!

          สำหรับคนทั่วไปตอนนี้ พยายามใส่หน้ากากผ้าหลายชั้นหน่อย เพราะคงหาซื้อหน้ากากเอ็น 95 ได้ยาก แต่ถึงมีขายก็ปล่อยให้เจ้าหน้าที่แพทย์หรือกลุ่มเสี่ยงผู้จำเป็นไปซื้อดีกว่า เพราะยิ่งแย่งซื้อ ราคาก็ยิ่งพุ่งสูงไปเรื่อยๆ