มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการใช้กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร รวมทั้งอาสาสมัคร ตั้งด่านสกัดคัดกรองผู้เดินทางตามจุดต่างๆ เพื่อสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่าจะมีความเหมาะสมหรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่เหล่านี้ไม่ได้รับการฝึกฝน หรืออบรมมาเพียงพอเพื่อการควบคุมโรค แต่มีความถนัดในด้านความมั่นคง หรือบังคับใช้กฎหมายต่อต้านป้องกันอาชญากรรม อีกทั้งในการปฏิบัติงานบางจุดตรวจยังพบว่าการใช้เครื่องป้องกันของเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ บางแห่งเป็นไปอย่างอัตคัตขัดสนต้องซื้อหามาเอง นอกจากนี้การตั้งจุดตรวจดังกล่าวยังเป็นการรวมตัวของคนจำนวนมากที่ยากแก่การเว้นระยะห่างทางสังคม โดยภาพรวมแล้ว อาจมองได้ว่าจุดตรวจนั้นเองที่จะเป็นแหล่งรับและแพร่เชื้อ

 

 

          แต่ก็เป็นเรื่องยากอย่างยิ่งที่จะใช้เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขเพียงฝ่ายเดียว เพราะมีจำกัด ขณะที่ต้องระดมสรรพกำลังไปเพื่อการเยียวยารักษามากกว่า ก็นับว่าน่าเห็นใจทุกฝ่ายที่ได้ทำงานกันอย่างเสียสละยิ่งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ทหาร อาสาสมัคร และเจ้าหน้าท่ี่สาธารณสุข ปัญหาอุปกรณ์ป้องกันตนเองขาดแคลนนั้น รัฐบาลควรเร่งจัดหามาโดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะด้วยวิธีการใดก็ตาม พร้อมการให้ความรู้หรือทักษะปฏิบัติเพิ่มเติม หรือถ้าหากไม่สามารถทำได้ในเวลาจำกัดเช่นนี้ ก็น่าจะทบทวนหรือปรับปรุงมาตรการให้รัดกุมมากขึ้นเพื่อสุขภาพอนามัยของเจ้าหน้าที่และผู้สัญจรที่เข้ารับการตรวจคัดกรองตามจุดตรวจต่างๆ เพราะชั่วโมงนี้ทุกคนล้วนตกอยู่ในภาวะเสี่ยงด้วยกันทั้งสิ้น

 


         จำนวนผู้ติดเชื้อและเจ็บป่วยในต่างจังหวัดที่เพิ่มทุกวันเริ่มชี้ชัดมากขึ้นว่า สาเหตุสำคัญของการระบาดก็เพราะการเดินทางจากพื้นที่เสี่ยงหรือประกอบอาชีพเสี่ยงไปยังภูมิลำเนา ตั้งแต่ก่อนประกาศใช้พระราชกำหนดบริหารราชการในภาวะทุกเฉินหลายวัน โดยเฉพาะในช่วงหลังมาตรการปิดห้างสรรพสินค้าในกรุงเทพฯการทำงานขององค์กรท้องถิ่นตั้งแต่ระดับจังหวัดลงไปจึงต้องเน้นหนักทั้งในด้านการเฝ้าระวัง คัดกรอง ติดตามกลุ่มเสี่ยงอย่างทันท่วงทีเพื่อยับยั้งการระบาดอย่างที่หลายจังหวัดกำลังทำอยู่ บางจังหวัดได้ออกมาตรการเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มความเข้มข้นของมาตรการ แม้จะมีบางพื้นที่ละเลย จนถึงขั้นฝ่าฝืนจัดงานต่างๆ ที่เป็นการชุมนุมขึ้น ซึ่งก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายโดยเด็ดขาดต่อไป

          สัญญาณอันตรายที่เชื้อได้แพร่ระบาดเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล การประชุมของเจ้าหน้าที่สาธารณสุข ย่อมจะทำให้สังคมตระหนักมากขึ้นถึงมหาภัยครั้งนี้ เหมือนเช่นที่ในหลายๆ ประเทศแถบยุโรปและสหรัฐอเมริกากำลังประสบอยู่ ซึ่งผู้ติดเชื้อ และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่เว้นแม้แต่บุคคลชั้นนำของสังคม กระนั้นก็ตามมาตรการเข้มงวดเด็ดขาดต่างๆ ท่ี่จะทยอยออกมาบังคับใช้จะไม่เป็นผลได้เลย หากประชาชนยังคงดำเนินชีวิตตามปกติ เสมือนไม่รับรู้ว่าภัยนี้ได้เข้ามาอยู่ในเรือนชานของตนแล้ว อาจเป็นเพราะพวกเขายังมองโลกในแง่ดีว่าโรคนี้ไม่ตายทุกคน มีคนรักษาหายกลับบ้านได้ทุกวัน ร่างกายแข็งแรงก็ต่อสู้และหายเองได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกๆ คนคือผู้แพร่เชื้อได้ทั้งนั้น