ผมมีโอกาสตระเวนไปร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำแล้วรู้สึกมีความหวัง

          ที่ตระเวนไม่ใช่ไม่ทำตาม “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” นะครับ แต่ตระเวนดูความเป็นความตายของคนไทย ว่าโรคระบาดร้ายกาจขนาดนี้คนไทยจะรู้สึกอะไรไหม

          ตอบ คนไทยปรับตัวดีครับ 

 

 

 

          ทำตามที่ทางศูนย์โควิดแนะนำ แสดงให้เห็นว่า สื่อสารมวลชนกระจายข่าวจากรัฐบาลได้อย่างทั่วถึงกับซอกมุมของประเทศ

          จะมีบ้างที่ยังต่ำตม โง่เง่าเต่าตุ่น ไม่สนโลก ใครจะยังไงก็ช่าง เจลไม่ล้าง หน้ากากอนามัยไม่สวม

          โชคดีของประเทศที่มีคนแบบนี้น้อยมากแทบจะ 0.00000%

          แต่ว่าในความเข้าใจและการปรับตัวเพื่อป้องกันไวรัสร้ายนี้ บางมาตรการที่ได้ผลก็เกิดจากการร่วมมือของภาคเอกชน

          รถไฟฟ้าบีทีเอส ใครไม่ล้างมือ ไม่ตรวจไข้ ไม่สวมหน้ากาก ไม่ให้ขึ้น ห้างที่ขายอาหาร ใครไม่สวมหน้ากาก ไข้สูง ไม่ให้เข้า อย่างนี้เป็นต้น

          แม้ว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อ ตัวเลขผู้หายและตัวเลขคนเสียชีวิต จะสวิงไปสวิงมาก็ตาม แต่แนวโน้ม หากคนไทยป้องกันตนเองเสียแต่บัดนี้ โรคระบาดมันก็สิ้นฤทธิ์ ไม่สามารถที่จะระบาดได้อีกต่อไปแน่นอน

          ความจริง การประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของนายกฯ เข้าใจว่า นายกฯ ไม่อยากใช้ "ยาแรง” แต่ช่วงแรกๆคนยังไม่ค่อยกลัว ประกอบกับสถานการณ์มีแนวโน้มว่าจะลุกลามเพราะคนไม่เชื่อฟัง

          เลยงัด พ.ร.ก.ออกมาขู่ซะหน่อย ให้มีอำนาจเต็มมือจะได้รู้สึกกลัว แต่มีแล้วนายกฯ อาจไม่ใช้ก็ได้

          อย่างกรณี "เคอร์ฟิว” หากมีการกระชับพื้นที่อันเป็นจุดเสี่ยงทั้งในกทม.และในต่างจังหวัดโดยผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด พร้อมกับตั้งจุดตรวจคัดกรองการเดินทางของประชาชนข้ามจังหวัด หากทำสม่ำเสมอ และข่าวที่ออกมาว่าท่านอาจจะไม่สะดวก

          นี่แหละเลยทำให้คนเดินทางน้อยลง เพราะคนไทยชอบสะดวกสบายนั่นเอง

          เผลอๆ พ.ร.ก. ที่ประกาศออกมา อาจไม่ต้องประกาศคำสั่งภายใต้กฎหมายมาตราต่างๆ มาใช้ก็อาจเป็นได้ เพราะวันนี้ ทั้งในกทม.และต่างจังหวัด ก็แสนเงียบ ยิ่งกว่ามีเคอร์ฟิว ร้านรวงนี่ปิดกันเงียบ คนหยุดเดินทาง

          บรรยากาศไม่ต่างจากปิดเมือง ปิดประเทศ หรือล็อกดาวน์เหมือนประเทศอื่น

 

 

 

          นี่คือบรรยากาศของการเริ่มต้นกระบวนการสกัดและยับยั้งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด ต่างคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

          นักการเมือง ส.ส. และรัฐมนตรี ถอยออกมา ปล่อยให้หมอ พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์เป็นคนดำเนินการ

          พวกท่านมีหน้าที่เป็นกองหนุน สนับสนุนการทำงานของคณะแพทย์ จะถือว่าถูกต้องที่สุด อย่าประมาทเชียว ความเป็นความตายของคนนี่ หากนักการเมืองคนไหน พรรคการเมืองใด เดินเกมผิด

          เลือกตั้งครั้งหน้ามีสิทธิ์สูญพันธุ์ จะหาว่าไม่เตือน