ฝ่ายนิติบัญญัติ เป็นอีกภาคส่วนหนึ่งที่ยังคงทำงานอย่างแข็งขันท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เพราะการประชุมร่วมกันระหว่าง ‘ชวน หลีกภัย’ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ ประธานคณะกรรมาธิการสามัญทุกคณะ ยังไม่มีมติให้งดประชุมคณะกรรมาธิการ หมายความว่า การทำงานของคณะกรรมาธิการที่รัฐสภายังคงดำเนินการไปตามปกติ ส่วนคณะใดจะงดการประชุมก็ให้พิจารณาไปตามความเหมาะสม

 

 

 

 

          เดิมทีประธานสภามีความประสงค์อยากให้งดการประชุมคณะกรรมาธิการอย่างเป็นทางการ เพื่อลดความแออัดภายในบริเวณรัฐสภา ประกอบกับ ส.ส.เป็นบุคคลที่พบกับประชาชนจำนวนมาก ซึ่งนั่นหมายความว่า ส.ส.ก็มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อเช่นกัน แต่อีกด้านไม่ต้องการสั่งการลงไปโดยตรง เพราะหากทำเช่นนั้นอาจดูเหมือนว่าประธานสภาเข้ามาล้วงลูกการทำงานของคณะกรรมาธิการ จึงทำได้แค่เพียงให้คณะกรรมาธิการแต่ละคณะตัดสินเอง

          อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพในปัจจุบันมีคณะกรรมาธิการหลายคณะยกเลิกการประชุมไปแล้ว ยกเว้นคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย เป็นประธาน ซึ่งกำลังพุ่งเป้าตรวจสอบการกักตุนหน้ากากอนามัย โดยมีประเด็นสำคัญที่คณะกรรมาธิการชุดนี้ให้ความสนใจ คือ ข้อสงสัยที่ว่าทำไมผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงพาณิชย์ และกรมศุลกากร ถึงแถลงตัวเลขการส่งออกหน้ากากอนามัยไม่ตรงกัน

          "ประเด็นนี้มีความแปลกตรงที่ทำไมบุคคลสำคัญถึงได้แถลงโดยมีข้อมูลคลาดเคลื่อนขนาดนั้น ไม่ปกติแน่นอน แสดงว่าบุคคลผู้มีอำนาจน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง ถือว่าเป็นข้อพิรุธที่ต้องหาความจริงให้เจอ เราต้องการกระชากหน้ากากเรื่องนี้ออกมา และเชื่อว่าเมื่อดำเนินการไปแล้วน่าจะมีความจริงปรากฏอีกมาก”

          “การทำงานของคณะกรรมาธิการชุดนี้ประชุมทุกสัปดาห์ มีวาระเป็นร้อยเรื่อง แต่ภาพที่ออกไปทางสื่อนั้นมีเพียงแค่ 20 นาที จึงอยากขอให้ความเป็นธรรมกับคณะกรรมาธิการด้วย ซึ่งการทำงานที่ผ่านมาก็อยู่ในกรอบและละเอียดโดยปราศจากอคติ" การประกาศเรียกความเชื่อมั่นของคณะกรรมาธิการจาก ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรง 

 

 

 

          ด้านวุฒิสภาเองก็มีคณะกรรมาธิการหลายคณะงดประชุมเช่นกัน นอกจากนี้ ‘พรเพชร วิชิตชลชัย’ ประธานวุฒิสภา ยังได้มอบนโนบายให้ผู้บริหารสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ดำเนินการลดความแออัดภายในอาคารสุขประพฤติซึ่งเป็นสถานที่ทำงานด้วย ซึ่งล่าสุดผู้บริหารได้มีแนวทางให้ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สลับกันมาทำงานที่อาคารสุขประพฤติ โดยหากใครไม่ได้มาทำงานที่สำนักงานก็ให้ทำงานที่บ้านแทน พร้อมกับมีข้อห้ามว่าบุคคลที่ทำงานที่บ้านห้ามเดินทางออกนอกกรุงเทพฯ และปริมณฑลเด็ดขาด

          อย่างไรก็ตาม ถึงที่สุดแล้วหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ก็มีความเป็นไปได้เหมือนกันที่คณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล ฝายค้าน และวิปวุฒิสภาจะเสนอรัฐบาลให้เลื่อนการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยสามัญทั่วไปออกไปก่อน เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อไวรัส