ถึงเวลานี้คงหลายคนตั้งคำถามด้วยอารมณ์ท้อแท้ว่า ประเทศไทยจะต้องทนทุกข์ไปกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสร้ายโควิด-19 ไปอีกนานเท่าใด แม้ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายจะมั่นอกมั่นใจแบบเข้าข้างตนเองนิดๆ ว่า การแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจจะจบลงหลังหน้าร้อนผ่านพ้นไป แต่พอเอาเข้าจริงๆ เมื่อเวลาผ่านพ้นไป สถานการณ์การแพร่ระบาดในประเทศกลับเลวร้ายลงทุกวัน เมื่อยอดตายและยอดผู้ติดเชื้อสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่เว้นแต่ละวัน ซึ่งปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้รัฐบาลต้องประกาศใช้พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อสกัดไวรัสร้ายไม่ให้ลุกลามไปทั่วประเทศ

 

 

 

          สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่แผ่ขยายไปทั่วทุกมุมโลกอย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุดลงเมื่อใดนั้น ล่าสุดมีการประเมินว่า โลกอาจต้องเผชิญกับไวรัสร้ายโคโรนาอย่างน้อย 1 ปีเต็ม หรือมากกว่านั้น และที่สำคัญหากผู้คนทั่วโลกยังละเลยต่อข้อกำหนดและมาตรการต่างๆ ที่ใช้ในการป้องกันการแพร่ระบาด ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า ไม่เกิน 1 ปี ประชากรโลกกว่า 6 พันล้านคนอาจติดเชื้อโควิดเกินกว่า 50% จนกว่าจะมีวัคซีนออกมาช่วยกอบกู้สถานการณ์ ซึ่งในส่วนของวัคซีน “องค์การอนามัยโลก” กำลังเร่งทดลองวัคซีนตัวหนึ่งที่อาจเป็นความหวังของผู้คนทั่วโลก และถ้าสำเร็จอาจจะผลิตออกมาใช้ได้ประมาณกลางปีหน้า

          จากเหตุการณ์ข้างต้นคงไม่ต้องมานั่งตั้งคำถามกันแล้วว่า โควิด-19 จะจากไปเมื่อใด วันนี้สถานการณ์การแพร่ไวรัสโคโรนาในแต่ละประเทศกำลังลุกลามออกไปอย่างต่อเนื่อง บางประเทศร้ายแรงเข้าสู่ขั้นวิกฤติจนแทบจะไร้ทางสว่าง ขณะเดียวกันในส่วนของประเทศไทยสถานการณ์อยู่ในขั้นน่าห่วงเป็นอย่างยิ่ง เมื่อยอดผู้ติดเชื้อสูงขึ้นต่อเนื่องจนแตะหลักพันเข้าไปแล้ว และสิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้นคือ การแพร่ระบาดไม่ได้กระจุกตัวอยู่แต่เฉพาะเขตกรุงเทพมหานคร หรือปริมณฑลแล้ว หลังจากตัวเลขล่าสุดระบุว่า จำนวนผู้ติดเชื้อกระจายไปสู่พื้นที่ต่างจังหวัดเกือบค่อนประเทศแล้ว

 

 

 

          น่ากลัวยิ่งนักกับสถานการณ์ร้ายลึกที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทย  ดังนั้นสิ่งสำคัญตอนนี้คือทุกฝ่ายต้องช่วยกันงดการเดินทางเพื่อลดการแพร่เชื้อตามมาตรการโซเชียล ดิสแทนซิ่ง ให้ได้เป็นอันดับแรก และนี่คงเป็นคำตอบว่า การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 จำเป็นต้องอยู่ในสถานการณ์เร่งด่วนระดับที่รัฐบาลต้องประกาศใช้พระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อรวมอำนาจการบริหาร และออกข้อกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ ในการหยุดยั้งการแพร่ระบาดให้ได้ และแม้ว่า ผลพวงดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนเพียงใดก็ตาม เราต้องยอมรับอย่างเข้าใจและไร้ข้อกังขาใดๆ   

          ประเทศไทยกำลังเดินทางมาถึงบทพิสูจน์ร่วมกันว่า เราจะสามารถก้าวข้ามสถานการณ์การแพร่ระบาดของเจ้าไวรัสร้ายโควิด-19 กันได้มากน้อยเพียงใด หมดเวลาแล้วที่จะมานั่งโทษกันไปมา วันนี้หากเรายังหวังจะให้ประเทศอยู่รอดปลอดภัยไปตลอดรอดฝั่ง การร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ดังนั้นในฐานะคนไทยจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่รัฐบาลประกาศออกมาเป็นระยะๆ อย่างเคร่งครัดด้วยความเข้าใจ เพราะถือเป็นช่วงเวลาสำคัญอย่างยิ่งที่ประเทศไทยจะสามารถแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดได้อย่างอยู่หมัด... “เรียนรู้ ร่วมมือ ปฏิบัติตามอย่างเข้าใจ” ...ท่องไว้ให้ขึ้นใจ “คาถาสู้โควิด”