คำตอบสำหรับผู้ที่สงสัยว่าทำไมนายกฯ ลุงตู่ถึงยังไม่ปิดประเทศตามคำร้องตะโกนทางโซเชียล

         ในทางการบริหารจัดการกับมหันตภัยโรคระบาดของโลกมี 3 วิธีดังนี้ครับ

 

 

 

         1) ปล่อยให้ระบาดทั้งประเทศ เชื่อว่าเชื้อโรคจะยุติเองใน 4-6 เดือน อังกฤษเลือกทางนี้แล้ว คาดการณ์ว่าเลวร้ายสุดจะมีคนตาย 510,000 คน

         คนอื่นที่เหลือจะรอดและมีภูมิคุ้มกัน ข่าวว่าเนเธอร์แลนด์ก็จะเลือกแนวทางนี้

         เรียกว่า Unmitigated - ยุทธศาสตร์เฉยไว้ คือไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้โรคดำเนินไป ที่ตายก็ตายไป ที่รอดก็จะเป็นตัวกั้นโรค (herd immunity)

         2) Mitigation - ยุทธศาสตร์หน่วงโรค คือทำทุกอย่างให้โรคกระจายตัวช้าลง เช่น เฝ้าระวัง สอบสวน กักกันโรคอย่างขันแข็ง ใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล กักกันตนเอง อยู่ให้ห่างคนอื่น (social distancing)

         3) Suppression - ยุทธการปิดเมือง หรือล็อกดาวน์ ซึ่งมีเป้าหมายขจัดโรคให้เกลี้ยงในบัดดล คือปิดประเทศ

        ไม่ให้มีการเคลื่อนย้ายคนเข้าออก ควบคู่ไปกับการเฝ้าระวังสอบสวน

 

 

 

        ซึ่งทั้งสามทางเลือกนั้นมีความเสี่ยงทั้งสิ้น เพราะไม่มีใครทำนายถูกหรอกครับ มหันตภัยโรคร้ายแรงไวรัสโควิดที่มาเหมือนไข้หวัดสเปน ไข้รากสาด เมื่อทุกๆ ร้อยปีในอดีต เขาก็มีวิวัฒนาการเช่นกัน

        ดังนั้น ผมสรุปว่าเวลานี้นายกฯ ลุงตู่และอาจารย์แพทย์ที่ปรึกษาเลือกทางที่ 2 นี้เหมาะที่สุดแล้วครับ

         เพราะถ้าเลือกทางที่ 1 แบบอังกฤษ นายกฯ ลุงตู่และคนไทยทั้งหมดคงไม่เลือกที่จะเสียสละชีวิตคนไทยกว่าครึ่งล้าน เพราะแม้เราจะเสียสละตัวเอง ก็ใช่ว่าเชื้อโรคเขาจะเลือกเราหรือไม่ใช่เรา อาจเป็นครอบครัวเราคนใดคนหนึ่งหรือทั้งหมด ซึ่งคงไม่มีใครเห็นด้วยกับข้อนี้แน่นอน

         ส่วนถ้าเลือกแบบวิธีที่ 3 คือปิดประเทศทั้งหมด 14-21 วัน ก็น่าจะดีนะครับ แต่มีคำถามว่า ถ้านอกประเทศเราเขายังระบาดกันอีกนานและไม่มีวัคซีนป้องกันที่ใช้ได้กันทั้งโลก ข่าวการทดลองในสหรัฐอเมริกา ในจีน ในเยอรมนีนั้น อย่าลืมว่ากว่าจะผลิตใช้ได้จริงจังให้พอต้องใช้เวลา 12-18 เดือน และแน่นอนสุด ถ้าผลิตวัคซีนได้ สหรัฐอเมริกา จีน เยอรมนี คงให้คนของเขาก่อน กว่าประเทศไทยจะได้รับอานิสงส์ คงประมาณ +12-18 เดือน เราจะยอมปิดประเทศไทยนานได้เท่านั้นมั้ย เพราะถ้าปิดแล้วเปิดเพื่อรับนักท่องเที่ยวเพื่อติดต่อค้าขาย เปิดปุ๊บก็ติดโรคปั๊บทันที ใครจะเรียกร้องปิดประเทศนั้น ต้องยอมรับเรื่องนี้ให้ได้ ส่วนตัวผม พอยอมรับได้ครับ เพราะเตรียมตัวพึ่งตัวเองตามเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9 แล้ว

 

 

        ถามว่าคนไทยทุกคนพร้อมมั้ย ทั้งภาคการท่องเที่ยว การโรงแรมและภาคธุรกิจอุตสาหกรรม เอสเอ็มอี ฯลฯ

       ขอบคุณข้อมูลทางวิชาการจากอาจารย์นพสัณฑ์ ใจยอดศิลป์ ที่ทำให้ผมคิดออกว่า

       นายกฯ ลุงตู่และคณะอาจารย์แพทย์ที่ปรึกษาคิดถูกแล้วที่เลือกทางเลือกที่ 2 แม้บางวูบความคิดผมจะแอบคิดสงสัยว่าทำไมไม่เลือกทางเลือกที่ 3 แต่เพราะเลือกปิดประเทศแล้วมันไม่จบไงครับ

       ประเทศไทยเป็นของทุกคน

       วันนี้โชคดีที่เกิดในประเทศไทยและมีชีวิตอยู่ในประเทศไทย

       #ประเทศไทยต้องชนะครับ

สมชาย แสวงการ

สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน

สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภควุฒิสภา

19 มีนาคม 2563