********************************

 

 

“สานต่อภารกิจอนาคตใหม่ สู้เหมือนเดิม มาร่วมกันสมัครสมาชิกพรรคก้าวไกล” พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เชิญชวนเอฟซีสีส้มให้เดินทางไปสมัครสมาชิกพรรคก้าวไกล ที่ศูนย์ประสานงานพรรคชั่วคราว ตรงข้ามเดอะมอลล์ บางแค ในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2563

 

 

 

ส้มก้าวไถล 'พิธา' บารมีไม่ถึง

พิธา ผู้นำพรรคก้าวไกล

 

 

 

เชื่อว่า สื่อทุกสำนักจะจับจ้องไปที่ ส.ส. 55 คน ที่เหลืออยู่ จะไปแสดงตัวกันครบหรือไม่ ? ที่แน่ๆ ขาดไป 1 คน คือ คารม พรพลกลาง อดีตทนายเสื้อแดง และแว่วว่า มี 10 ส.ส.ที่อยู่ระหว่างการต่อรอง “ตำแหน่ง” ในพรรค และการสนับสนุนจากหัวหน้าพรรคคนใหม่

 

หากได้คำตอบไม่ชัด เวลาที่เหลืออีก 30 วัน ตามกฎหมายการย้ายพรรค ก็อาจเห็น ส.ส.ก้าวไกล ไถลออกไปอยู่พรรคใหม่อีกหลายคน

 

 

 

คารมคือใคร ?

 

 

 

ช่วงที่มีการย้ายพรรคลอตใหญ่ 9 คน ไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย คนวงในค่ายสีส้มก็พอจะทราบข่าวมาบ้างว่า ทนายคารม” จะย้ายพรรค จึงมีบางกลุ่มพยายามเข้าไปเกลี้ยกล่อมให้อยู่ต่อ แต่หลังจากมีการเปิดเผยโครงสร้างพรรคใหม่ ไม่มีชื่อทนายคารมอยู่ด้วย

 

วันที่ 12 มีนาคมนี้ ทนายคารมยอมรับว่า ตัวเองไม่ไปต่อกับก้าวไกล และได้ย้ายไปอยู่พรรคใหม่แล้ว ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเขาเป็น “นักล่าฝัน” ทางการเมืองมาแต่ปี 2539

 

 

 

ส้มก้าวไถล 'พิธา' บารมีไม่ถึง

ทนายคารม อำลาสีส้ม

 

 

 

คารมเป็นชาวบ้านคำบอน ต.หัวโทน อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด ชื่อ-นามสกุลเดิมคือ ชิตธิพงษ์ พลทะกลาง เมื่อจบนิติศาสตร์ รามคำแหง คารมได้ตั้งบริษัทสำนักกฎหมายอยู่แถว อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เมื่อปี 2538

 

เลือกตั้งปี 2539 คารมลงสมัคร ส.ส.นนทบุรี เขต 2 พรรคพลังธรรม ยุคทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค แต่บังเอิญเป็นช่วงพลังธรรมขาลง คารมได้แค่ 8,520 คะแนน 

 

ปี 2544 ทักษิณตั้งพรรคไทยรักไทย คารมก็ตามมาสมัครเป็นสมาชิกพรรค หวังอยากลงสมัคร ส.ส.อีกหน แต่ก็ไม่ที่ทางให้เขา ทั้งสนามนนทบุรี และบ้านเกิด-ร้อยเอ็ด

 

 

 

ส้มก้าวไถล 'พิธา' บารมีไม่ถึง

ทนายคารม กับเพื่อนเก่าที่บ้านคำบอน อ.สุวรรณภูมิ

 

 

 

หลังเหตุการณ์พฤษภาคม 2553 คารมเริ่มเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป เมื่อเขาอาสาเป็นทนายความให้ความช่วยเหลือแกนนำ และสมาชิกกลุ่ม นปช.

 

สถานการณ์การเมืองเหลือง-แดง สร้าง “ทนายคารม” ให้โด่งดัง และวันข้างหน้า เขาก็เลือกที่จะเป็นนักเลือกตั้งเต็มตัว

 

 

 

 

แดงอีสาน

 

 

จริงๆ แล้ว พรรคอนาคตใหม่ ร้อยเอ็ด ไม่ได้มีแค่ “ทนายคารม” ที่เป็นแกนนำระดับจังหวัด วิเชียรชนินทร์ สินธุไพร” อดีตประธาน นปช.ภาคอีสาน น้องชาย นิสิต สินธุไพร อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ก็เป็นแม่ทัพอีกคนหนึ่ง แต่เขาโชคร้าย ถูกตัดสิทธิลงสมัครเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ

 

กลางปี 2561 “วิเชียรชนินทร์-คารม” ลาพรรคเพื่อไทย มาสังกัดค่ายสีส้ม เพราะพื้นที่ร้อยเอ็ด ส.ส.เพื่อไทย ตรึงทุกพื้นที่ ไม่มีที่ว่าง ทั้งคู่เลยมาสร้างบ้านหลังใหม่

 

 

 

ส้มก้าวไถล 'พิธา' บารมีไม่ถึง

วิเชียรชนินทร์ แกนนำแดงร้อยเอ็ด

 

 

 

เวลานี้ วิเชียรชนินทร์ เป็นที่ปรึกษาทีมอนาคตใหม่ ร้อยเอ็ด ที่ได้วางตัว “สถาพร ว่องสัธนพงษ์” ลงสมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ซึ่งสถาพรมาจากตระกูลการเมือง “ว่องสัธนพงษ์” ที่มีฐานการเมืองท้องถิ่นอยู่ใน อ.เมืองร้อยเอ็ด และ อ.ศรีสมเด็จ

 

การเมืองไม่มีมิตรแท้ และศัตรูถาวร...นักการเมืองท้องถิ่น ไม่ว่าแดง หรือน้ำเงิน ก็กินลาบก้อยวงเดียวกันได้

 

 

 

 

ส้มเอ็นจีโอ

 

 

พลันที่ทนายเสื้อแดงทิ้งเพื่อน ไม่ไปต่อกับก้าวไกล “อภิชาติ ศิริสุนทร” ส.ส.บัญชีรายชื่อ แม่ทัพอีสานสายสีส้ม ได้ออกมาบอกว่า “...น่าเศร้าเสียดายที่คนเป็นผู้แทนประชาชน จะมาใช้ประโยชน์กับโครงสร้างทางการเมืองที่ผุพัง และกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ไม่สู้จะส่งเสริมประชาธิปไตยเป็นเครื่องมือ และช่องทางให้ตัวเองไหลลื่นไปตามผลโยชน์ส่วนตน”

 

ส่วนผสมของอนาคตใหม่อีสานคือ คนเสื้อแดงกับเอ็นจีโอ แต่ที่ผ่านมา “ธนาธร-ปิยบุตร” ให้ความสำคัญกับเอ็นจีโอหรือผู้นำภาคประชาชนมากกว่า เพราะเป็นนักการเมืองที่มีอุดมการณ์มั่นคง ไม่วอกแวกแบบนักเลือกตั้ง

 

 

 

ส้มก้าวไถล 'พิธา' บารมีไม่ถึง

อภิชาติ และคำพอง สองแม่ทัพอีสาน

 

 

 

2 ส.ส.บัญชีรายชื่อ ก็คือ “อภิชาติ ศิริสุนทร” อดีตปลัด อบต.จระเข้ จ.ขอนแก่น และ “คำพอง เทพาคำ” อดีต ผอ.กองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองวารินชำราบ ผู้ก่อตั้งวงสะเลเต ที่รับใช้ชาวสมัชชาคนจนมานับสิบๆ ปี จะเป็นแกนหลักในโครงสร้างพรรคก้าวไกล

 

ว่ากันตามจริง แกนนำเสื้อแดงในอีสาน ส่วนใหญ่คือ “หัวคะแนน” หรือทายาทของนักการเมืองพรรคเพื่อไทย จึงมีจุดยืนและวิธีคิดต่างจากกลุ่มเอ็นจีโอ

 

ฉะนั้น ทนายเสื้อแดงเห็นวี่แววว่า พรรคใหม่แต่ยัง “รวมศูนย์” อยู่กับคนกลุ่มเดิม ก็เลยเผ่นไปบุรีรัมย์

 

 

*******************************