วันที่ 6 มีนาคม ที่ผ่านมา อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวบรรยายพิเศษที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ เรื่อง “เมื่ออนาคตใหม่เป็นอดีต อะไรจะเกิดขึ้นกับฝ่ายค้านต่อไป” เมื่อได้อ่านสิ่งที่นายธนาธรพูดและตอบคำถามผู้สื่อข่าว ก็เกิดคำถาม ข้อสังเกต ความรู้สึกทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยหลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสามพันธกิจของคณะอนาคตใหม่

 

 

          ประเด็นแรก นายธนาธรบอกว่า คณะอนาคตใหม่ต้องการต่อต้านเผด็จการและสนับสนุนความเท่าเทียมและความเป็นประชาธิปไตยในสังคม ในประเด็นนี้จะไม่ขอโต้แย้งเรื่องการต่อต้านเผด็จการเพราะเชื่อว่าคนไทยส่วนใหญ่ในตอนนี้ไม่ต้องการเผด็จการ แต่คำถามในประเด็นนี้คือ อะไรคือความเท่าเทียมกันในความหมายของคณะอนาคตใหม่ เป็นความเท่าเทียมกันที่ผลลัพธ์หรือโอกาส หากเป็นการเท่าเทียมกันของผลลัพธ์ (Equality of Outcome) นั้น ขอไม่เห็นด้วยอย่างแรง เพราะหากมีคนกลุ่มหนึ่งขยันทำมาหากิน มีความคิดสร้างสรรค์ ในขณะที่คนอีกกลุ่มเป็นพวก Free-Rider วันๆ ไม่ทำอะไร รอแต่แบมือขอจากรัฐ แต่ผลลัพธ์กลับเป็น ทุกๆ คนในสังคมกลับได้รับผลประโยชน์ที่เท่ากัน อย่างนี้เรียกว่าไม่ยุติธรรม แต่จะขอสนับสนุนหากเป็นความเท่าเทียมกันของโอกาส (Equality of Opportunity) ที่รัฐและสังคมให้ทุกๆ คน ไม่ว่าจะเป็นในด้านเศรษฐกิจ การเมืองหรือสังคม โดยผลลัพธ์อาจจะไม่เท่าเทียมกันขึ้นอยู่กับความสามารถและความขยันของแต่ละคน (แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายนะ)

 

 

 

คำถาม พันธกิจคณะอนาคตใหม่

 


          ประเด็นที่สอง พันธกิจการต่อสู้ในสนามเลือกตั้งท้องถิ่นของคณะอนาคตใหม่ โดยนายธนาธรพูดถึงปัญหาการผูกขาดการเมืองท้องถิ่นโดยบางครอบครัว และการประกาศต้องการยืนอยู่ตรงข้ามกับการซื้อเสียง


          1.ในประเด็นนี้ต้องขอเตือนก่อนว่าการตัดสินใจสนับสนุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งในการเมืองท้องถิ่นจะทำให้พรรคก้าวไกลที่คณะอนาคตใหม่สนับสนุนเกิดปัญหาในการเลือกตั้งระดับชาติเพราะผู้พ่ายแพ้หรือชนะแบบเหนื่อยมากในการเมืองท้องถิ่นจะผูกใจเจ็บและรอแก้แค้นในเวทีระดับชาติ ในการเมืองแบบไทยๆ นักการเมืองระดับชาติจำนวนมากจะไม่ยุ่งกับการเมืองท้องถิ่นเพราะคู่แข่งขันในการเมืองท้องถิ่นทั้งหมดอาจเป็นฐานทางการเมืองของนักการเมืองระดับชาติผู้นั้น การเลือกข้างเท่ากับการทำลายหม้อข้าวตัวเอง

 



          2.นายธนาธรควรทำความเข้าใจวัฒนธรรมการเมืองท้องถิ่นแบบไทยๆ ให้มากกว่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลักษณะสังคมอุปถัมภ์ของไทย บอกได้เลยว่าคนไทยส่วนใหญ่ล้วนผ่านการเป็นผู้ถูกอุปถัมภ์หรือ/และผู้อุปถัมภ์มาแล้วทั้งนั้น นายธนาธรก็มาจากภาคธุรกิจก็น่าจะเข้าใจคำว่า คอนเนกชั่น ที่จะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนและ/หรือการอุปถัมภ์ในทางธุรกิจ การที่บางครอบครัวผูกขาดชนะการเลือกตั้งมาโดยตลอดนั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าเขาให้ความช่วยเหลือคนในพื้นที่ท้องถิ่นนั้นๆ มาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนรวมหรือเรื่องส่วนตัว เช่น ลูกเข้าโรงเรียน พ่อแม่เข้าโรงพยาบาล พี่น้องถูกจับ เงินทองติดขัด หรือจะจัดงานบวช งานแต่ง งานศพ เป็นต้น พฤติกรรมทางการเมืองแบบนี้เป็นเรื่องปกติในท้องถิ่นชนบทที่สมาชิกคณะอนาคตใหม่ต้องทำความเข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอย่าไปแบ่งแยกชนชั้นอย่างที่อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ เคยกล่าวหานักการเมืองที่ไปงานศพ งานบวชว่าเป็นนักการเมืองตลาดล่าง


          3.เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการต่อต้านการซื้อเสียงที่ทำให้การเมืองไทยไปไม่พ้นวงจรอุบาทว์ แต่ก็ขอตั้งคำถามว่าจะแก้ไขอย่างไรในเมื่อพฤติกรรมทางการเมืองแบบนี้เกือบจะเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองไปแล้ว นายธนาธรเคยได้ยินคำว่า “เงินไม่มา กาไม่เป็น” หรือเปล่า และที่สำคัญเงิน 300–1,000 บาท อาจดูไม่มากสำหรับคนเมือง แต่มีความหมายมากกับคนชนบทที่ยากจน ขอทิ้งข้อนี้ไว้ให้เป็นการบ้านไปคิดเวลาว่าง


          ประเด็นที่สามเกี่ยวกับพันธกิจที่สองของคณะอนาคตใหม่ที่ต้องการสนับสนุนแนวคิดเสรีนิยมและแนวคิดแบบประชาธิปไตย
          1.แนวคิดแบบเสรีนิยมของนายธนาธรและคณะอนาคตใหม่มีลักษณะอย่างไร การที่คนเห็นต่างจากนายธนาธรและคณะอนาคตใหม่ถูกโจมตีอย่างรุนแรงในโซเชียลมีเดีย การที่มีผู้ออกมาแสดงการไม่ยอมรับคำพิพากษาของศาล การที่นักศึกษาต้องการชักธงดำขึ้นแทนธงชาติไทย ความพยายามปลุกแฟลชม็อบให้ออกไปชุมนุมประท้วงบนท้องถนน รวมถึงการมองฮ่องกงโมเดล เป็นแนวทางในการสร้างการเปลี่ยนแปลง และการที่มีบุคคลบางกลุ่มแสดงออกระหว่างการชุมนุมหรือนอกที่ชุมนุมในทำนองล่วงละเมิดสถาบัน พฤติกรรมเหล่านี้คือเสรีนิยมแบบของนายธนาธรและคณะอนาคตใหม่ต้องการ ใช่หรือไม่


          2.คนไทยส่วนใหญ่ในสังคมต้องการการเปลี่ยนแปลงแบบไปที่ละขั้นละตอน ไม่ใช่เปลี่ยนแปลงในแค่ค่ำคืนหรือเปลี่ยนแบบพลิกกลับด้าน วิธีเปลี่ยนแปลงต้องไม่ก้าวร้าว แต่ที่สำคัญต้องไม่ทำลายฐานความคิดหลักของสังคมที่ได้รับการถ่ายทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องความเคารพในสถาบัน ฉะนั้นจะเป็นเสรีนิยมยังไงก็ตาม ต้องไม่ทำลายสถาบันและไม่ลดความสำคัญของสถาบันลง


          ประเด็นที่สี่ในการเดินสายของนายธนาธรเพื่อสร้างเครือข่ายประชาชนทั้ง 77 จังหวัดในการปกป้องประชาธิปไตย ในกรณีนี้อยากทำ ทำไปเลย ตราบใดที่ไม่มีการละเมิดสถาบันหรือปล่อยให้มีบางกลุ่มถือโอกาสกระทำการหรือปลุกปั่นให้ละเมิดสถาบัน ตราบใดที่ไม่มีการปลุกปั่นให้เกิดภาวะอนาธิปไตยในสังคม และตราบใดที่การกระทำทุกอย่างอยู่ภายใต้กฎหมาย


          ประเด็นที่สี่เรื่องปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารสร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในสังคม ที่มีการกล่าวหาว่ารัฐสนับสนุนให้ทำ คำถามคือแน่ใจหรือว่าฝ่ายต่อต้านรัฐไม่ได้ทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่จงใจสร้างความเกลียดชังในสังคม พวกที่ชอบตั้งและติดแฮชแท็กประชดประชันหรือด่าฝ่ายรัฐบาลหรือบางแฮชแท็กเลยเถิดเป็นกึ่งๆ ละเมิดสถาบัน การกระทำเหล่านี้เป็นปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือไม่และใครทำ


          ประเด็นที่ห้านายธนาธรยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับแฟลชม็อบของนักศึกษาและมั่นใจว่าการชุมนุมจะไม่บานปลายเหมือนฮ่องกง ในประเด็นนี้ขอภาวนาให้จริงเถอะ จะได้เชื่อว่าเป็นพลังบริสุทธิ์ของเยาวชนจริง ๆ แต่อย่าให้เห็นนะว่ามีแกนนำอดีตพรรคอนาคตใหม่หรือคณะอนาคตใหม่หรือเครือข่าย รวมถึงแกนนำพรรคก้าวไกลเข้าไปผสมโรงกับแฟลชม็อบ และหากเกิดการชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามสันติวิธี นายธนาธรต้องแสดงความจริงใจด้วยการออกมายุติการชุมนุมนั้น เพราะไม่เช่นนั้นคนในสังคมอาจตั้งคำถามว่านายธนาธรและคณะอนาคตใหม่อยู่เบื้องหลังการชุมนุมหรือเปล่า


          ประเด็นที่หกคือนายธนาธรเชื่อว่านักศึกษาต้องการให้ยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ รวมถึงเชื่อว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาคน 47% มีจุดยืนไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีเพียง 25% ที่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และอีก 27% เลือกพรรคที่ไม่แสดงจุดยืนชัดเจน ทำให้การเป็นนายกรัฐมนตรีของพล.อ.ประยุทธ์ ไม่สะท้อนความต้องการของประชาชน


          1.คำถามคือใน 47% ที่ไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ พวกเขาสนับสนุนนายธนาธรอย่างนั้นหรือ และหากพรรคที่ไม่แสดงจุดยืนอย่างชัดเจนกลับข้างและตัดสินใจไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แล้วไปอยู่ข้างนายธนาธร ในกรณีนี้จะสะท้อนความต้องการของประชาชนหรือไม่


          2.พลพรรคอดีตพรรคอนาคตใหม่อย่าหลงดีใจกับ 6 ล้านเสียงที่เคยได้และใช้เป็นข้ออ้างความชอบธรรมของพรรค ลองคิดให้ดีสิว่าหากพรรคไทยรักษาชาติไม่ถูกยุบไปก่อนการเลือกตั้ง ในความเป็นจริงอดีตพรรคอนาคตใหม่ควรได้คะแนนเท่าไรกันแน่


          3.หากมีการเลือกตั้งใหม่วันนี้แล้วพรรคที่ชนะการเลือกตั้งคือพรรคที่ประกาศสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ หรือสนับสนุนใครก็ตามที่เป็นกลุ่มเดียวกับ พล.อ.ประยุทธ์ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี นายธนาธรกับคณะอนาคตใหม่จะว่าอย่างไร


          ประเด็นสุดท้ายที่นายธนาธรบอกว่าได้เรียนรู้อย่างเจ็บปวดว่าการหักหลังเป็นเรื่องธรรมดาทางการเมืองนั้น ยินดีด้วยที่เข้าใจได้สักที ในตรรกะทางการเมืองนั้น อมตวาจาคือ “ไม่มีมิตรแท้และศรัตรูที่ถาวร” “มีแต่อำนาจและผลประโยชน์เท่านั้นที่เที่ยงแท้” เมื่อเข้าใจดีแล้วก็อย่าโกรธนะ หากมื้อเย็นที่ซอยทองหล่อจะไม่เป็นอย่างที่คุยกันไว้ หรือหากในอนาคต พรรคก้าวไกลจะมีท่าทีที่เปลี่ยนไป


          ...การเมืองไทย อะไรก็เกิดขึ้นได้