คอลัมนิสต์

2เดือนอันตรายสุดๆ

2เดือนอันตรายสุดๆ

26 ก.พ. 2563

2เดือนอันตรายสุดๆ บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์ คมชัดลึก ฉบับวันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563

 

 


          มีบทความให้ความรู้เกี่ยวกับการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่น่าสนใจอย่างยิ่งจากผู้เชี่ยวชาญโรคติดเชื้อและโรคอุบัติใหม่ เพื่อชี้ให้เห็นว่า เราอาจจะยังไม่เห็นตัวเลขที่แท้จริงของผู้ติดเชื้อตามการยืนยันก็เป็นได้ ทั้งนี้เพราะว่า จำนวนผู้ติดเชื้อน้อยที่แสดงให้เห็นกันขณะนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่มีผู้ติดเชื้อ เพราะ 90% มีอาการน้อยมากจึงไม่ทราบจำนวนคนติดเชื้อจริง และคนติดเชื้อก็ไม่ทราบว่า ตนเองติดเชื้อ จึงมีโอกาสแพร่เชื้อไปยังคนรอบข้างได้มาก และ 10% ของผู้ที่ได้รับเชื้อจะมีอาการที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ขณะที่จะมีอัตราผู้ที่เข้าขั้นวิกฤติ 10-20% ในจำนวนผู้ที่ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้จะเห็นสถานการณ์จริง

 

อ่านข่าว...   โควิด-19ไม่ได้เริ่มจากตลาดอู่ฮั่น-แพร่คนสู่คนเร็วกว่าที่คิด 

 

 

 

          ภายหลังการประชุมคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้ประกาศโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 เป็นโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 ตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ 2558 โดยจะมีผลหลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการช่วยให้การดำเนินงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้การทำงานของเจ้าหน้าที่สามารถชะลอหรือยืดระยะเวลาการเข้าสู่ระยะที่ 3 ไว้ให้ได้นานที่สุด ยกตัวอย่างเช่น การนำยาเข้าจากต่างประเทศเป็นกรณีเร่งด่วนเพื่อรักษาผู้ป่วยที่ยาภายในประเทศไม่อาจตอบสนอง แต่ถ้าทำตามขั้นตอนจะต้องขึ้นทะเบียน หรือผ่านการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เสียก่อน ซึ่งอาจจะสายเกินไป


          ขณะที่ในวันเดียวกันนั้น ได้มีคำเตือนอย่างวิตกกังวลจากองค์การอนามัยโลก โดย ดร.ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก กล่าวสั้นๆ ว่า “หน้าต่างแห่งโอกาสในการสกัดกั้นไวรัสนี้กำลังหดแคบเรื่อยๆ” สอดรับกับความเห็นของ ศ.พอล ฮันเตอร์ แห่งมหาวิทยาลัยอีส แองเกลีย ในสหราชอาณาจักร ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคระบาดที่เสริมว่า การพุ่งขึ้นของผู้ติดเชื้อใหม่นอกประเทศจีนเป็น “เรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง” และกำลังขยับเข้าใกล้สู่ระดับการระบาดใหญ่ (pandemic) อันหมายถึง สถานการณ์เมื่อโรคร้ายสามารถแพร่กระจายจากคนไปสู่คนได้อย่างง่ายดาย ไปในหลายส่วนของโลก

 



          สำหรับประเทศไทย ที่กำลังจะเผชิญกับสถานการณ์จริงในอีก 2 เดือนข้างหน้านี้ จำเป็นต้องเตรียมรับมือเอาไว้ชนิดพร้อม 100% กระนั้นก็ตาม แม้ในส่วนของการแพทย์ บุคลากรทางการแพทย์ เวชภัณฑ์ และการสาธารณสุข จะมีมาตรการที่รัดกุมและทันการณ์พอสมควร แต่ก็ไม่ควรประมาท ดังเช่นที่ผู้เชี่ยวชาญบอกเอาไว้ประมาณว่า ตัวเลขที่เห็นน้อยนิดอยู่ทุกวันนี้เป็นแค่ภาพลวงตา แม้จะมีประกาศโรคติดต่ออันตรายลำดับที่ 14 แต่โอกาสในการหยุดยั้งก็ไม่ใช่เรื่องง่าย การรับมือของไทยจึงไม่ควรจะเป็นแค่หน้าที่ของสาธารณสุข แต่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกัน โดยเฉพาะประชาชนจะต้องปฏิบัติตนตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด คือสวมหน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อ กินร้อนช้อนกลาง ฯลฯ อย่าเพิกเฉยหรือประมาท